กุนซือโลกการเงิน

| 10 สิงหาคม 2560

โดย
เซียนปากเสีย .

:.
.

พารานอยด์เกมส์

            “โลกนี้มันอยู่ยาก” คำนี้เคยฮิตติดปากมาก ส่วนใหญ่ความหมายมันก็ไปทาง “ดราม่า” ตอนนี้กระแสของคำที่ว่ามันก็ค่อนข้างเอ้าท์ไปแล้ว มีแฮชแท็กยอดฮิตมากมายมาแทนที่ แต่ถึงมันจะเอ้าท์ ก็ไม่ผิดป่ะที่จะบอกว่ามันแทนความรู้สึกได้ดีเยี่ยมเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ การลงทุนในขณะนี้ เพราะมันก็ ดราม่าหนักมาก

            ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนทยอยออกเกือบหมดแล้ว ณ ตอนนี้ก็ขอบอกว่า ค่อนข้างเกร็ง เนื่องจากเทรนด์มันค่อนข้าง ทรงและทรุด แต่ก็มีหลายตัวที่ยังปึ๋งปั๋งน่าสนใจ ขอชมเชยครับ แน่จริงๆ

            ผลประกอบการของแบงก์ค่อนข้างเป็นตัวชี้วัดได้ดี กำไรชะลอลง ทรงตัว แต่ NPL สวนทางมากขึ้น และก็ยังมีทีท่าว่าจะมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบงก์ชาติอาจจะบอกว่าฐานะแบงก์ทั้งระบบแข็งแรงไม่ต้องห่วง มีตั้งสำรองเพิ่มมากมาย อืมม..ผมเชื่อครับ ผมเห็น

            แต่ในเมื่อสภาพการณ์ของลูกค้าแบงก์ ค่อยๆป่วยและตายมากขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็เป็นเด็กเกเร เกรี้ยวกราด เสียงดังใส่ ยกพวกตี คนแข็งแรงที่โดนคนเหล่านั้นรุมมากๆมากันเป็นสิบ เป็นร้อย ทั้งรายย่อย รายกลาง รายใหญ่ ผมว่ามันก็น่ากลัวที่จะเป๋จะเหวอได้เหมือนกัน มันก็สืบเนื่องกันเป็นโดมิโน่แหล่ะครับ มีอันไหนล้มมาพิง มันก็ล้มต่อๆกันไปเรื่อย

            แต่ก็เข้าใจทั้งแบงก์และผู้ประกอบการ ฟากแบงก์ เมื่อลูกหนี้เริ่มส่อแววจะแย่ ก็ต้องคุมเงินให้รัดกุม เพื่อให้ตัวเองไม่เสียของ หรือ เจ็บตัวน้อยสุด ฟากลูกหนี้ผู้ประกอบการ ก็ไม่มีตังค์เลยไม่จ่าย อยากให้เดินต่อได้ แบงก์ก็ควรจะให้เงินเพิ่มเพื่อให้กิจการมีสภาพคล่อง บ้างก็อาจจะประนอมหนี้ทำงานหนัก ลดต้นทุน ฯลฯ หาเงิน มาประคับประครอง ให้อยู่รอดต่อไป (ไม่นับพวกก็กูจะไม่จ่าย ใช้เงินผิดประเภท)

            สถานการณ์แบบนี้แหล่ะ พีคมากกดดันสุดๆ ยิ่งเศรษฐกิจค่อนข้างฝืดแบบนี้ พารานอยด์เกมส์มันก็ยิ่งยืดเยื้อ ซึ่งโคตรไม่ดีเลยครับ มันจะยิ่งพันกันอีรุงตุงนังมากขึ้นไปใหญ่ พอปมมันใหญ่ก็ยิ่งแก้ยาก ณ จุดนี้น่าจะต้องรีบหาความสมดุลมาคุยกันให้เร็วกว่าเดิมแล้วกระมัง ยิ่งปล่อยนานกลิ่นเน่ามันก็น่าจะโชยออกมามากเรื่อยๆ อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ภาคธุรกิจทั้งหลายคงต้องดูแลตัวเองกันก่อนเป็นอันดับแรก

            การโอดครวญเรื่องนโยบายอะไรของรัฐก็แล้วแต่ มันเห็นผลช้ามาก มันอาจจะไม่เกิดอะไรเลยก็ได้ เช่น ร้านอาหารบอกว่า อยากให้รัฐกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ รัฐเองก็บอกว่ากระตุ้นแล้วมันไม่ใช้อ่ะให้ทำไง ฯลฯ ประมาณนี้

            สิ่งที่ทำได้และเห็นผลเร็วสุด คือ ปรังปรุงธุรกิจตัวเองครับ ทั้งในแง่ของการควบคุมต้นทุน (สำคัญมากในตอนนี้) การขยายบริการให้ตรงเทรนด์ความต้องการปัจจุบัน การเอาเครื่องมือใหม่ๆมาใช้ การพัฒนาคน การนำเสนอสินค้าและบริการให้น่าสนใจกว่าเดิม การสร้างระบบขนส่งสินค้า (อันนี้ต้องดูให้ดีเพราะเป็นต้นทุนที่มากโข) และอีกหลายเรื่องเลยครับ ไปลองๆส่องดูแล้วกันครับเรามีอะไรอยู่ในมือ และมันไปทางไหนได้บ้าง  

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh