กุนซือโลกการเงิน


กุนซือโลกการเงิน เจาะมุมมองผู้บริหารฝ่ายการเงินรับมือโควิด-19 โดย PWC .

โดย
PWC .

:PWC
.

เจาะมุมมองผู้บริหารฝ่ายการเงินรับมือโควิด-19

โดย นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หัวหน้าสายงาน Clients and Markets และหุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

ในช่วงเกือบ 4 เดือนที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) กันไปบ้างไม่มากก็น้อย  หลังหลายประเทศทั่วโลกจำเป็นต้องออกคำสั่งปิดประเทศ (Lockdown) กันถ้วนหน้า ส่งผลให้หน่วยงานและองค์กรจำนวนมากต้องออกนโยบาย ‘Work from Home’ ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน เพื่อควบควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้  

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เรายังไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านด้วยสำนวนภาษาอังกฤษที่ว่า ‘Every cloud has a silver lining’ หรือ ‘เมฆฝนทุกก้อนย่อมมีแสงสว่าง’ อย่าลืมครับว่า ในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ 

อย่างไรก็ดี เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า วิกฤตโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมหภาคและภาคธุรกิจอย่างมหาศาล ทำให้ผู้บริหารในทุก ๆ ระดับและทุก ๆ กลุ่มอุตสาหกรรมต้องรับมือและปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อประคับประคองให้ธุรกิจของตนดำเนินต่อไปได้ ซึ่งในวันนี้ผมขอนำผลสำรวจมุมมองของผู้บริหารฝ่ายการเงินของ PwC ที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยนกันครับ 

ผลสำรวจ COVID-19 CFO Pulse Survey ของ PwC ฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นผ่านการสอบถามมุมมองและความคิดเห็นของประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน หรือ ซีเอฟโอ ทั่วโลกกว่า 824 ราย จาก 21 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย เกี่ยวกับผลกระทบของโควิด19 ต่อภาคธุรกิจ พบว่า 73% ของซีเอฟโอมีความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบของโควิด-19 ต่อการดำเนินกิจการ 

โดย 80% ของซีเอฟโอยังคาดการณ์ว่า รายได้ขององค์กรจะลดลงจากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ว่า รายได้เฉลี่ยต่อหัว (Per capita income) ใน 170 ประเทศทั่วโลกจะลดลงในปีนี้ 

เมื่อภาคธุรกิจมีแนวโน้มรายได้ที่ลดลง ก็ส่งผลให้ผู้บริหารต้องมีมาตรการรับมือที่แตกต่างกันไป โดย 77% ของซีเอฟโอมีการพิจารณามาตรการควบคุมต้นทุน และ 65% คาดว่า อาจจะต้องชะลอ หรือยกเลิกแผนการลงทุนที่วางไว้ออกไปก่อน นับได้ว่า โควิด-19 ได้สร้างความท้าทายอย่างใหญ่หลวงให้กับผู้บริหารในการบริหารต้นทุนเพื่อนำธุรกิจฝ่าวิกฤตนี้

อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสนใจว่า ซีเอฟโอกลับมีมุมมองที่แตกต่างกันไปในเรื่องของแผนการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) โดย 30% ของซีเอฟโอยังไม่สามารถประเมินได้ว่า วิกฤตโควิด-19จะส่งผลกระทบต่อแผนควบรวมของตนหรือไม่ ในขณะที่อีก 30% ระบุว่า กลยุทธ์ในเรื่องการควบรวมและซื้อกิจการขององค์กรของตนนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ 27% มีแผนชะลอการควบรวมออกไปก่อน นี่แสดงให้เห็นว่า บางบริษัทยังคงรอดูสถานการณ์เพื่อรอโอกาสในการซื้อสินทรัพย์ที่มีราคาน่าสนใจ ในขณะที่บางรายก็ยังไม่ตัดสินใจเรื่องการขยายการลงทุนในช่วงเวลาแบบนี้ 

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เราพบคือ องค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการใช้แผนบริหารภาวะวิกฤตในช่วงเกิดเหตุระยะสั้น และไม่มีแผนจัดการบริหารความต่อเนื่องธุรกิจในระยะยาวเพื่อฟื้นฟูกิจการหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย 

นอกจากนี้ ผลสำรวจของ PwC ยังสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของผู้บริหารที่ต้องตัดสินใจใช้มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อบุคลากร เพราะเมื่อการดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงักลง ทำให้ไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนได้ จึงนำมาซึ่งการต้องพักงาน หรือเลิกจ้างพนักงานเพื่อควบคุมต้นทุน 

โดยจากผลสำรวจพบว่า 42% ของซีเอฟโอคาดว่า มีการพิจารณาการพักงานของพนักงาน และ 28% คาดว่า จะต้องมีการปลดพนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ได้ประเมินว่า ประชากรกว่า 25 ล้านคนทั่วโลกจะต้องเผชิญกับการว่างงาน สืบเนื่องมาจากผลกระทบของโควิด-19

อย่างไรก็ดีครับ มาตรการเยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของรัฐบาลในประเทศต่าง ๆ กลายเป็นความหวังของภาคธุรกิจจำนวนไม่น้อย โดยซีเอฟโอเกือบครึ่ง หรือ  45% มีความสนใจที่จะใช้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลเพื่อประคับประคองธุรกิจของตนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ 

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีซีเอฟโอ อีก 29% ที่ยังไม่มีความสนใจในการใช้ประโยชน์จากมาตรการเยียวยาของภาครัฐ โดยผมมองว่า ในส่วนของประเทศไทย จะยิ่งมีบริษัทที่สนใจใช้ประโยชน์จากภาครัฐเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงยืดเยื้อออกไปแบบนี้

ท่านผู้อ่านครับ จริงอยู่ว่าโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตที่ทุกคนในสังคมโลกต้องเผชิญ โดยเราได้รับทราบถึงมุมมองและความกังวลของผู้บริหารฝ่ายการเงินทั่วโลกที่ต้องปรับตัวให้ทัน รวมทั้งต้องปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจกันใหม่ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะโลกหลังโควิด-19 จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่อย่างที่ผมเกริ่นไปข้างต้นครับว่า ในทุกวิกฤตย่อมนำมาซึ่งโอกาส 

นั่นแปลว่า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเป็นออนไลน์มากขึ้นอาจจะนำมาซึ่งโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับผู้ประกอบการหลายราย ผมหวังว่า ข้อมูลที่ได้นำมาแบ่งปันในวันนี้จะสามารถช่วยให้ทุกท่านเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผมขอให้ทุกท่านในทุก ๆ ธรกิจสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้และฟื้นตัวได้โดยเร็วที่สุดครับ 
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh