กุนซือโลกการเงิน

| 6 ธันวาคม 2560

โดย
เซียนปากเสีย .

:.
.

เซียนปากเสีย อิน วันเดอร์แลนด์ 4.0

          โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก “EEC” เราได้ยินชื่อนี้มาสักพัก บ้างก็ว่าอภิมหาซุปเปอร์โปรเจ็กนี้จะส่งผลดีต่อหุ้นหลายกลุ่ม ก่อสร้าง นิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ ท่องเที่ยว ฯลฯ เป็นประเด็นทำให้หุ้นหลายตัววิ่งมาแล้ว ทั้งๆที่มันยังไม่เกิด อย่างไรก็ตามหากฝันได้กลายเป็นจริง EEC ปรากฎตรงหน้า ผมก็จะบอกว่า โคตรดีกันไปทั่วแหละครับ ไม่ใช่แค่กลุ่มธุรกิจที่เก็งหรือคาดการณ์กัน

          จะไม่ดีได้ไง รู้หรือไม่ครับถ้าโครงการนี้เกิด อะไรจะเกิดขึ้น เหลาให้ฟังเบาๆดีกว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวเฉลี่ยราว 5% ต่อปี สร้างการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ 100,000 อัตราต่อปี สร้างฐานภาษีใหม่ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี และสร้างฐานรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 4.5 แสนล้านบาทต่อปี
            สุดยอดเลยครับหากเป็นตามนี้ สงสัยผมต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ “เซียนปากเสีย อิน วันเดอร์แลนด์ 4.0”
          แต่เรื่องทั้งหมดยังไม่เกิด และหนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เนื่องจากหลายปัจจัยครับเริ่มด้วยการแข่งขันระหว่างประเทศ ไทยไม่ใช่คนเดียวที่สามารถทำโครงการแบบนี้ได้ และเราก็ไม่ได้มีทุกอย่างที่เอื้อที่สุดกับการลงทุนหากเราจะมองแบบไม่เข้าข้างตัวเอง
            มองใกล้ๆก่อนที่เวียดนามเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญ ได้เปรียบเราในด้านแรงงานที่ถูกกว่า มีจำนวนมาก และวัยรุ่นกว่า ที่ตั้งของประเทศก็ติดกับจีนซึ่งกำลังรุดหน้ามากในอุตสาหกรรมโลกใหม่และมีบทบาททางเศรษฐกิจในเวทีโลก แถมมีนโยบายประเทศที่ชัดเจนในการเป็น “โรงงาน” และ “ซิลิคอนวัลเลย์” ของเอเชีย (อันนี้เป็นฝันคล้ายๆ ไทยแลนด์4.0) นอกจากเวียดนามก็ยังมี จีนและอินเดีย ซึ่งทุกวันนี้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมโลกใหม่หลายประเภทไปแล้ว

            อุปสรรค์ที่ผมมองว่ามันสำคัญและเป็นขวากหนามมากที่สุด คือ ไทยเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมโลกเก่าซึ่งมันกำลังจะตกยุค เป็นที่รู้กันครับว่าโลกใหม่ อุตสาหกรรมการผลิตมันจะเกี่ยวข้องไปด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเราไม่มีอะไรเอื้อต่อสิ่งเหล่านี้เลย ผมไม่ได้มั่วเขียนขึ้นมานะครับ องค์กรระดับโลกเขามีจัดอันดับไว้ เกี่ยวกับคุณภาพด้านการผลิตและเทคโนโลยี เราอยู่อันดับ 40 ปลายๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สวยนัก   

            มันก็น่าจะจริงตามการจัดอันดับ เพราะมองไปแล้ว ณ บัดนาวเรายังไม่มีศักยภาพในการคิดค้นนวัตกรรม เทคโนโลยีใดๆที่เด่นชัดเลย ซึ่งเรื่องนี้เข้าใจว่า รัฐเองก็รู้ว่าเป็นจุดอ่อน จึงผลักดันไทยแลนด์ 4.0 ออกมา ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่กระเตื้องไปไหน
            ถัดมาก็เป็นเรื่องของแรงงาน เดิมทีมาตรฐานมันก็กลางๆไม่ได้สูงนัก ดันมาเจอเด็กยุคใหม่บ้านเราก็จะออกแนว ฮิปสเตอร์ สโลว์ไลฟ์ อยากมีชีวิตดี แต่ทำไรไม่ค่อยเป็น จะเอานู่นเอานี่ เข้าไปอีก เปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านก็จะมีความปากกัดตีนถีบ และพัฒนาทักษะได้รวดเร็วกว่า
            อย่างไรก็ตามเราก็มีความหวังอยู่บ้าง ด้วยการเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงดีพอสมควร เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เริ่มมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆรองรับอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อีกทั้งเรายังเป็นฐานผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่าง ปิโตรเคมี ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อยู่แล้ว ซึ่งสามารถต่อยอดฐานลูกค้าเดิมเหล่านี้ให้เดินทางไปด้วยกันสู่อุตสาหกรรมโลกใหม่ได้  
         แต่การที่จะให้ EEC เกิด และดึงอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve อย่างหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม การบินและโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวิภาพ ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร เข้ามาได้นั้น Stay with me, free everything (ภาษี) แค่นั้นน่าจะดึงดูดไม่พอ น่าจะต้องเร่งแก้และเอาจริงกับอีกหลายสิ่งอย่าง ไม่งั้น ม.ค.ป.ด. แน่นอน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh