กุนซือโลกการเงิน

| 19 กรกฎาคม 2560

โดย
เซียนปากเสีย .

:.
.

สตาร์ทอัพ เมื่อไหร่จะสตาร์ทติด

       บ้านเราถ้าพูดว่าหุ้นกลุ่มไหนน่าลงทุน เทรนด์มันก็มีอยู่แค่ รับเหมา พลังงานทดแทน ส่งออก ขนส่ง แต่ถ้าเป็นเทรนด์โลก เขาก็จะว่ากันไปถึงหุ้นพวก เทคโนโลยี สตาร์ทอัพ ไปถึงไหนต่อไหน หุ้นแบบนี้ตลาดบ้านเรามันแทบจะไม่มีอยู่เลย และไม่รู้ต้องนั่งเกาคางรออีกนานแค่ไหนมันถึงจะมี 

    ปลายปีที่แล้ว รองนายกรัฐมนตรี ทิ้งการบ้านไว้ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งตลาดหุ้นสำหรับ สตาร์ทอัพ ขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางการระดมทุน ซึ่งตามแผนมันน่าจะมีความชัดเจนแถวๆไตรมาส 3 นี้แหล่ะ สาเหตุที่รัฐหนุนธุรกิจด้านนี้ก็เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าที่ชื่อ ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งการจะไปถึงภาคธุรกิจที่จะมีส่วนสำคัญ ก็หนีไม่พ้นกลุ่มธุรกิจอินเทอร์เน็ตเบส เทคโนโลยีเบส อินโนเวชั่นเบส 
    ธุรกิจเหล่านี้ ในเมืองไทยมันมีนะครับ คนรุ่นใหม่หลายรายซุ่มพัฒนางานของตัวเองกันเยอะ แต่หลายรายเดินต่อไปไม่ได้เพราะขาดเงินทุน และหลายอย่างโคตรไม่เอื้ออำนวย
    โจทย์สำคัญนอกจากเรื่องเงิน คือ การสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจ ให้เอื้อต่อสตาร์ทอัพ เฉกเช่น  Silicon Valley เมืองหลวงแห่งเทคโนโลยี ศูนย์รวมหัวกะทิสตาร์ทอัพโลก Facebook Twitter Instagram  ที่พวกเราจ่ายบรรณาการเป็นค่าโฆษณา เกิดจากที่นี่ทั้งนั้น ไม่นับพวกที่อยู่ระหว่างบ่มเพาะอีกจำนวนมาก พวกนี้อยู่ภายใต้ระบบนิเวศที่มีการบริหารจัดการ เอื้อทั้งทรัพยากร สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมพร้อมเข้ามาสร้างมูลค่ามหาศาลจากธุรกิจที่เกิดขึ้น

    แล้วเรามีหรือยังหนอ ?? ตอบได้เลยว่า ยังไม่มีครับ ดังนั้นฝันลึกๆของรองนายกฯ อยากดูงานที่ซิลลิคอนวัลเลย์เมืองไทย ไม่ต้องเสียเวลานั่งเครื่องบินไปสหรัฐ เพราะสตาร์ทอัพไทยจะเติบโตไปไกลในเวทีโลก จะหวังพึ่งแค่ตลาดหุ้นเพื่อระดมเงินอย่างเดียวคงไม่พอ คงต้องติดตามการเกิดของระบบนิเวศเศรษฐกิจที่เอื้อต่อสตาร์ทอัพอย่างเป็นรูปธรรม (ใครจะเป็นคนทำให้ละเนี่ย)

    ขณะที่รัฐกำลังฝัน และทำอะไร เก้ๆ กังๆ 
    เอกชนอย่าง INTUCH ก็ไปลงทุนในสตาร์ทอัพเรียบร้อยจ้าาา เริ่มลงทุนครั้งแรกปี 2555 กับ อุ๊คบี (Ookbee) เป็นดีลแรกของธุรกิจเงินร่วมลงทุนในไทยที่ลงทุนในสตาร์ทอัพระดับซีรี่ย์เอ เข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 25% มูลค่าลงทุนประมาณ 60 ล้านบาท ด้วยนโยบายของอินทัชจะไม่ถือหุ้นเกิน 30% เพื่อไม่ให้ผู้ก่อตั้งขาดแรงจูงใจในการทำงาน 
    ทุกวันนี้ INTUCH มีแผนชัดเจนตั้งงบลงทุนไว้ 200 ล้านบาท/ปี เพื่อลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพ คาดหวัง IRR ไว้ไม่ต่ำกว่า 20% นโยบายการลงทุนประกาศไว้ชัดเจน จะอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยี มีเดีย เทเลคอม เพราะนอกจากกำไรจากการลงทุนแล้ว ยังสร้างประโยชน์ร่วมในกลุ่มด้วย สามารถต่อยอดธุรกิจ บริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์เป็นที่ต้องการของตลาด
    ล่าสุดประกาศร่วมลงทุนเป็นดีลที่ 11 ใน บริษัท ดิจิโอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการระบบชำระเงิน และกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) จากปี 2555 ถึง 2559 มี Exit ออกใน 2 บริษัท คือ บริษัท คอมพิวเตอร์ โลจี และบริษัท ชอปสปอท โมบิลิตี้ พีทีอี ว่ากันว่าโคตรคุ้ม!!! เพราะกำไรจากการ Exit รอบนี้เกินกว่า 100%

    นอกจาก INTUCH แล้วสตาร์ทอัพก็กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นจากชื่อ บจ.ที่ลงทุนในสตาร์ทอัพเพิ่มขึ้นอย่าง ASP TTA DTC LOXLEY ส่วนนักลงทุนหากสนใจลงทุนหุ้นสตาร์ทอัพคงต้องรอดูความชัดเจนระบบของตลาดหุ้นแห่งที่ 3 ซึ่งไม่น่าจะเปิดให้นักลงทุนทั่วไปเข้าลงทุน (อ้าว..เฮ้ย!!!)
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh