กุนซือโลกการเงิน

| 2 พฤษภาคม 2560

โดย
มังกรในสระ .

:.
.

ตอน อุตสาหกรรมไม้ใกล้ฝั่ง

กุนซือโลกการเงิน ตอน อุตสาหกรรมไม้ใกล้ฝั่ง 

    ผู้น้อย ‘มังกรในสระ’ น้อมรับใช้นายท่าน เพลานี้โลกใบน้อยของเราดูจะร้อนระอุเป็นพิเศษตามอุปนิสัยใจคอของท่านผู้นำแห่งมหาอาณาจักรอเมริกาอันทรงอิทธิพลที่สุดในโลกาขณะนี้ ซึ่งน่าจะมุทะลุดุดันไม่แพ้ ‘คิม จอง อึน’ ในบ้านเมืองไทยของเราเองก็มีความร้อนระอุเช่นกัน แต่ทว่านั่นเป็นเรื่องของอากาศ จึงไม่แปลกหากนายท่านนึกประสงค์จะมีเรือดำน้ำสักลำไว้ดำดิ่งลงสู่ห้วงทะเลลึกเพื่อหลีกหนีความร้อนบนผิวพิภพ จริงไหมขอรับ
ในเมื่อโลกมีแต่ความร้อนระอุ ผู้น้อยจึงใคร่ขอชวนนายท่านมาฟังเรื่องเย็นๆเบาๆ ไม่ต้องใช้ความคิดมากมายจนหัวร้อน นั่นคือ การทบทวนดูว่า ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกเราทุกวันนี้ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลังบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพิเคราะห์อะไรมากนัก เพียงแต่อาศัยการสังเกตุในชีวิตประจำวันของเรา หรือ ในการดำเนินชีวิตของเราเอง อันจะทำให้เราผู้เป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่หรือจะยิ่งใหญ่ในภายหน้าสามารถเลือกชัยภูมิได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ไปตั้งทัพในยุทธภูมิที่เสียเปรียบ หรือ ไปตั้งเมืองอันมีลักษณะเป็นเมืองอกแตก อันจะทำให้ทัพของเราแตกพ่ายได้ 
    ในการดำเนินชีวิตประจำวันของนายท่านและผู้น้อยนั้น หากลองสังเกตุตัวเราเอง หรือ จากบุคคลรอบข้างย่อมทำให้ทราบได้ว่า อุตสาหกรรมและธุรกิจการค้าใดกำลังจะรุ่งเรืองหรือกำลังจะร่วงโรย ในที่นี้จะขอกล่าวถึงที่กำลังจะร่วงโรยก่อน เพื่อเป็นการหยั่งรู้พื้นที่ที่ไม่ควรไปตั้งทัพ ส่วนพื้นที่ที่ควรต้องทัพนั้น นายท่านและผู้น้อยจักพึงสังเกตุไปเป็นระยะ จนแน่แก่ใจแล้ว จักได้นำมารจนาให้ทราบในภายหน้า 
    พื้นที่ที่ไม่ควรตั้งทัพเนื่องด้วยเป็นอุตสาหกรรมที่มีสภาพดุจไม้ใกล้ฝั่งอันเห็นได้ชัดสำหรับตัวผู้น้อยโดยเฉพาะก็คือ สื่อสิ่งพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ รายปักษ์ และรายเดือน เนื่องด้วยผู้น้อยแลบุคคลรอบกายผู้น้อยเลิกซื้อหนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสารรายสัปดาห์ นิตยสารรายปักษ์ และนิตยสารรายเดือนแล้ว ก็จะซื้อทำไมจริงไหมขอรับเรามีโลกออนไลน์อีกใบหนึ่แล้ว ข้อมูลแบบไม่เสียสตางค์มีมากโข วันๆหนึ่งอ่านไม่หวาดไม่ไหว ทั้งปรารถนาจะทราบเรื่องราวใด เรามีจักษุเทพอย่าง ‘Google’ คอยช่วยอยู่แล้ว ถึงขนาดเป็นเครื่องมือสำคัญของนักศึกษาปริญญาตรี โท และเอกได้ ประสาอะไรกับผู้น้อยที่ต้องการทราบเรื่องราวใดๆแต่พอให้รู้จะไม่ไปขอพึ่งบ้าง เรื่องอะไรต้องเสียตังค์ซื้อสิ่งพิมพ์ให้รกบ้าน ถ้าเป็นหนังสือเป็นเล่ม สวยงาน มีคุณค่าน่ารักษาก็พอจะยอมเสียเงินซื้อ สำหรับผู้น้อยแล้ว อุตสาหกรรมนี้ถือเป็นไม้ใกล้ฝั่งโดยแท้ อีกทั้งพาให้อุตสาหกรรมกระดาษห่อเหี่ยวตามไปด้วย แม้ไม่ถึงขนาดเป็นไม้ใกล้ฝั่ง 
    อุตสาหกรรมต่อไปที่อยู่ในข่ายไม้ใกล้ฝั่งก็น่าจะเป็น ‘Pay TV’ หรือ เคเบิ้ลทีวี เวลานี้หากผู้น้อยประสงค์จะดูรายการโทรทัศน์รายการใด ก็เปิด ‘You Tube’ เพราะมีแทบจะทุกรายการที่ต้องการจะรับชม อย่างล่าสุดรายการที่เขาสัมภาษณ์ปรมาจารย์วอร์เรน บัฟเฟตต์นั้นก็ได้ชมหลังเขาไม่นาน อีกทั้งเป็นการเผยแพร่โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ และก็พบว่า มีที่เขาทำซับไทเทิลเป็นภาษาไทยให้เสียด้วย (อันนี้คงมีผู้จัดทำต่างหาก ไม่ได้มาจากเจ้าของลิขสิทธิ์) ไม่ต้องเสียตังค์ดูรายการที่เผยแพร่ทางเปย์ทีวี แล้วแบบนี้ผู้น้อยควรจะต้องสมัครสมาชิกกับท่านผู้ให้บริการหรือไม่ ส่วนรายการถ่ายทอดสดฟุตบอลอันเป็นจุดขายของเปย์ทีวีนั้น เฟสบุ๊กไลค์ก็มี อันนี้ผู้น้อยไม่ได้รับชมนะขอรับ เพราะนอนดึกไม่ค่อยไหว สังขารไม่เอื้อ อีกใจก็สงสารเจ้าของลิขสิทธิ์ท่านด้วย ประมูลแข่งกับเขาเสียเงินอักโข แต่ถูกเฟสบุ๊กไลฟ์เล่นงาน หรือ ถูกเว็บไซท์อื่นนำมาเผยแพร่แบบสดๆ อย่างนี้เปย์ทีวีจะอยู่อย่างไร ทั้งการบังคับใช้กฎหมายก็กระทำได้ไม่เต็มที่ ยากนักที่จะปราบปราม อนิจจังเคเบิ้ลทีวี ทั้งโลกเป็นเช่นนี้ หาใช่แต่บ้านเมืองไทยที่เดียวไม่ จึงนับเป็นอุตสาหกรรมไม้ใกล้ฝั่งที่ใกล้จะประชิดฝั่งเต็มที
    อุตสาหกรรมลำดับที่สามที่ผู้น้อยเห็นว่า ดูท่าจะเป็นไม้ใกล้ฝั่งรายถัดไป นั่นคือ อุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ เนื่องด้วยเพลานี้มีเว็บไซท์ผิดกฎหมายท่านให้ดาวน์โหลดภาพยนตร์ใหม่ที่เข้าฉายไม่นาน ทั้งภาพและเสียงก็คมชัด อีกทั้งมีซับไทเทิล ซึ่งทำออกมาได้เร็วเหลือเกิน ถ้าภาพยนตร์เรื่องนั้นไม่ยิ่งใหญ่จริงๆ ผู้ชมเขาอาจไม่เสียเงินหลายร้อยไปชมที่โรงภาพยนตร์ ดังนั้น จึงมีภาพยนตร์ไม่กี่เรื่องที่ทำเงินได้จากการเข้าฉาย ถ้าไม่เป็นกระแสจริงๆ ไม่ได้เงิน และอาจขาดทุน 
    ผู้น้อยปรารถนาจะให้ปราบเว็บไซท์นอกกฎหมายเหล่านั้นเสียเหลือเกินเพื่อรักษาอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ให้คงอยู่อย่างมั่นคง เพราะเป็นสถานที่อันโรแมนติกแห่งหนึ่ง ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ความหวานชื่น ณ โรงภาพยนตร์ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงแรกรู้จัก แต่เมื่อครองคู่อยู่กินกันแล้ว ก็มักจะปล่อยให้โรงภาพยนตร์ร้างไป ผู้น้อยก็ไม่เข้าใจว่าทำไม กว่าจะตกลงปลงใจกันได้ ช่างยากเย็น แต่ทว่าพอแต่งงานเป็นคู่ครองกันแล้ว เกิดไม่อยากเข้าโรงภาพยนตร์ด้วยกันอีก ช่างน่าแปลก 
    ฉะนั้น ถ้าปราบเว็บไซท์ผีที่กำลังบ่อนทำลายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และโรงภาพยนตร์ไม่ได้ ก็ต้องภาวนาให้มีหนุ่มสาวมากๆ และให้เขาชวนกันไปดูหนัง แต่เพลานี้ เมืองไทยก็มีอัตราการเกิดต่ำเสียด้วย แถมจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ดังนั้น อุตสาหกรรมนี้ก็ต้องปรับตัวกระเสือกกระสนอย่ายอมเป็นไม้ใกล้ฝั่งง่ายๆ หากมีกลยุทธ์อันถูกใจพระเดชพระคุณ ผู้น้อยเชื่อว่า จะยังห่างไกลฝั่งไปได้นาน
    ต่อมา ที่ผู้น้อยสังเกตุเห็นว่า อาจใกล้ฝั่งแล้ว ก็คือ อุตสาหกรรมเครือข่ายโทรคมนาคมไม่รวมอินเทอร์เน็ท ได้แก่ บริการโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ ใกล้ฝั่งเต็มที เพราะเพลานี้ ผู้น้อยติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอกโดยอาศัยแอพลิเคชั่น ไม่ไลน์ก็เฟสบุ๊ก โดยการโทรถึงกันแบบเห็นหน้า หรือ วิดีโอคอล ถ้าเบื่อหน้า ก็แค่คอลเฉยๆ ไม่เสียค่าโทรศัพท์สักบาท เพียงใช้แพ๊คเกจอินเทอร์เน็ท เวลานี้ 4G เดือนไม่กี่ร้อยบาท คุยกันสบายใจเฉิบ หูอาจร้อนบ้างเพราะต่ออินเทอร์เน็ททำให้เครื่องทำงานหนัก แต่ก็ทนไหว พอร้อนนักก็คุยแบบพิมพ์แทน ค่าโทรสักบาทไม่เสีย ส่วนเอสเอ็มเอสนั้นเป็นบริการที่เกือบจะตายแล้ว หายใจรวยรินเต็มที มีแต่ภาคธุรกิจที่ใช้ส่งหาลูกค้าแบบหว่านแห แต่เราๆท่านๆใครส่งเอสเอ็มอยู่ เชยเต็มที ดังนั้น รายได้ของค่ายมือถือในส่วนของการโทรและข้อความนั้นมีแนวโน้มที่จะลดลงไปเรื่อยๆ ไม่มากก็น้อย และไม่แน่ว่า รายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ทจะเพียงพอชดเชยหรือไม่ แลถ้ารัฐท่านเดินหน้านโยบายอินเทอร์เน็ทชุมชนเมื่อไร ก็ปวดหัวแน่ แต่เพลานี้ยังเงียบๆอยู่ พอให้ใจชื้น ค่าต๋ง หรือ ค่าสัมปทานก็ได้ไปมากโข ถ้าจะนำมาทำอินเทอร์เน็ทฟรีให้ประชาชนละก็ ต่อไปไม่มีใครประมูลคลื่นความถี่แน่ๆ เพราะรัฐทำให้อุตสาหกรรมคลื่นความถี่นี้เข้าใกล้ฝั่งเสียแทบประชิด
    สุดท้ายที่อาจไกลฝั่งสักหน่อย แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วเขาใกล้ฝั่งอย่างมาก นั่นก็คือ อุตสาหกรรมค้าปลีก สำหรับเมืองไทยเรานั้นยังดูอู้ฟู่สดใสสวยงามอยู่ แต่ก็ปรากฎให้เห็นแล้วว่า กำลังเผชิญความท้าทายใหญ่หลวงไม่น้อย นั่นคือ การลุกคืบของอีคอมเมิร์ช ผู้น้อยเป็นคนหนึ่งที่ทนอากาศร้อนไม่ไหว จึงชอบที่จะซื้อของออนไลน์มากกว่า เรารู้ว่าเราต้องการอะไร เราก็ค้นหาเปรียบเทียบราคา แล้วก็ตัดสินใจซื้อ ไม่ต้องเสียเวลาเดินหา แต่ก็ด้วยความไม่ชอบอากาศร้อนนี้เอง ผู้น้อยก็มักจะชอบไปเดินห้าง แต่ทว่าไปเดินดูของเท่านั้น เมื่อจะซื้อ หากหาทางออนไลน์ได้ และมีราคาถูกกว่า ก็ตัดสินใจซื้ออยู่กับบ้าน การไปเดินห้างจึงมักเป็นการเดินตากแอร์มากกว่า แต่ทว่าก็อุดหนุนเขาเหมือนกัน ทานอาหาร ทานไอศกรีม ทานขนม ซื้อของอุปโภคบริโภคกลับบ้าน แต่อะไรที่ทางออนไลน์เขามี และไม่จำเป็นต้องเห็นของจริงหรือสัมผัสจับต้องหรือทดลองแล้วละก็ จ่ายด้วยบัตรเครดิตทางออนไลน์สบายใจเฉิบ ไม่นานของก็มาส่ง สบายดีจริงไหมขอรับ 
    ในส่วนท้ายของตอนนี้ ผู้น้อยขอนำข่าวของสำนักข่าว eFinanceThai ที่จะทำให้เห็นถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมค้าปลีกโลกมาให้นายท่านได้อ่านเพลินๆไปพลางๆ แลขบคิดเล่นๆว่า ในกาลภายหน้าจะช้าหรือเร็วก็ดี อุตสาหกรรมค้าปลีกของบ้านเมืองไทยอันกำลังร้อนแรงอยู่ในเพลานี้จะมีสภาพเป็นอย่างไร หากนายท่านได้คำตอบแล้วก็โปรดแบ่งปันให้ผู้น้อยทราบด้วย แลหากเห็นว่า ยังมีอุตสาหกรรมใดเป็นไม้ใกล้ฝั่งนอกเหนือจากที่ผู้น้อยนำมาเสนอ ก็โปรดชี้แนะผู้น้อยด้วย 

สวัสดี........

ภาคปิดท้าย

เอสแอนด์พี เผย ผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯล้มละลายมากสุดเป็นประวัติการณ์

  สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เอสแอนด์พีโกลเบิลมาร์เก็ตอินเทลลิเจนซ์เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกในสหรัฐฯล้มละลายเป็นจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรกปีนี้ หลังความนิยมซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์กำลังเข้ามาแทนที่ 
โดยในไตรมาสดังกล่าวมีผู้ประกอบการร้านค้าปลีกประเภทที่มีเครือข่ายหลายสาขา 14 รายยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่ายอดตัวเลขในปี 2016 ทั้งปี และสูงสุดสุดเป็นประวัติการณ์
ขณะที่ร้านค้าปลีกเพียงไม่กี่กลุ่มไปแก่ ร้านจำหน่ายรองเท้าลดราคา ร้านจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับกิจกรรมกลางแจ้ง และร้านจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังคงมีภูมิภาคกันทางธุรกิจเพียงพออยู่รอด แต่รายหลายต้องปรับโครงสร้างการดำเนินงาน
ขณะเดียวกันเอสแอนด์พีเปิดเผยว่า ร้านค้าปลีกในสหรัฐฯปิดกิจการเร็วกว่าที่เคยเกิดขึ้น โดยลดพื้นค้าปลีกลดลง และหันไปให้บริการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้เป็นผลจากการลุกคืบของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ
 
 
ผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯแห่ปิดสาขา หลังผู้บริโภคหันช็อปออนไลน์ ส่งซิกหมดยุดเฟื่องฟู

  สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ประกอบค้าปลีกในสหรัฐฯทยอยปิดสาขามากขึ้น หลังพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยเลือกและซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมค้าปลีก
โดย Payless Inc. ผู้จำหน่ายรองเท้าชื่อดังในสหรัฐฯได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ พร้อมประกาศจะปิดร้านสาขาหลายร้อยแห่ง ขณะที่ Ralph Lauren Corp. เปิดเผยว่า จะปิดร้าน Fifth Avenue Polo ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งร้านค้าปลีกเสื้อผ้าหรูหราที่ดำเนินกิจการมานาน หลังไม่สามารถสนองตอบพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าในปัจจุบันได้
ส่วน Rue21 ร้านเสื้อผ้าวัยรุ่น ซึ่งมีร้านสาขากว่า 1,000 แห่ง จะยื่นขอฟื้นฟูกิจการอย่างเร็๋วที่สุดในเดือนนี้ หลังจากเพิ่งขายกิจการให้กับ Apex Partners ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
'ค้าปลีกเป็นอุตสาหกรรมที่กำลังหาทางออก ผมไม่รู้ว่า จะมีผู้ค้าปลีกอีกกี่รายที่จะสามารถปรับตัวได้ทัน' นายโนเอล เฮอเบิร์กนักวิเคราะห์ที่บลูมเบิร์กอินเทลลิเจนซ์กล่าว
ขณะที่ CoStar Group คาดว่า พื้นที่ค้าปลีกในสหรัฐฯราว 10% หรือ เกือบ 1 พันล้านตารางฟุตจะต้องปิด หรือ ปรับเปลี่ยนไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น หรือ เจรจาลดค่าเช่าลง หลังผู้ประกอบการค้าปลีกประสบปัญหาจำนวนลูกค้าลดลง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรงแรงงานสหรัฐฯระบุว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภาคค้าปลีกเลิกจ้างพนักงานกว่า 30,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับเดือนก่อนหน้า และทั้งสองเดือนรวมกันเป็นการลดลงมากที่สุดนับแต่ปี 2009

 
 

 

fb : สำนักกุนซือโลกการเงิน มังกรในสระ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh