กุนซือโลกการเงิน

| 25 เมษายน 2560

โดย
เซียนปากเสีย .

:.
.

เรื่องของ “เฮีย อ”

            ตอนนี้เรามี NPL ในระบบรวมๆอยู่ที่ประมาณ 3 แสนกว่าล้าน (3 แสนปลาย) ปีที่แล้วเพิ่มมา 4 หมื่นกว่าล้านบาท (4 หมื่นปลายเช่นกัน) โต 14% กว่าๆ อัตราการเติบโตดี๊ ดี    

            สัปดาห์ที่แล้วหุ้นกลุ่มแบงก์ก็ประกาศงบออกมา รวมๆก็ยังโต แต่มีแบงก์ใหญ่ของรัฐที่มียอด NPL โตหวือหวาเช่นกัน ข่าวนี้เป็นปัจจัยกดดันตลาดให้ปรับตัวลดลงในระยะสั้น วันต่อมามีข่าวใหม่ เรื่องนี้ก็จบไป แล้วไปเทรดหุ้นแบงก์อื่นกันต่อ ด้วยปัจจัยใหม่ ข่าวใหม่
            ความเห็นจากแบงก์ชาติเองก็บอกว่า เรื่องนี้ไม่น่าห่วง ทุกธนาคารยังมีความมั่นคง มีการตั้งสำรองไว้มากกว่าตัวเลข NPL แถมเงินกองทุนฯก็อยู่ในระดับที่สูงลิบลิ่ว และทุกธนาคารมีความสามารถในการทำกำไร
          “ก็จริงตามนั้นครับ ผมเห็นด้วย”  

            แต่ NPL ที่มันมีอัตราเร่งต่อเนื่องขึ้นมาในระยะ 1-2 ปีนี้ มันสะกิดใจอย่างไรก็ไม่รู้ แอบส่องข้อมูล NPL ในรายละเอียดมา SME อสังหาริมทรัพย์ และ รายย่อย คือปัญหาที่ทำให้ยอดมันบวมเป่งขึ้นมา เทรนด์ปีนี้การสะสมของหนี้เสียเหล่านี้ก็คงมากขึ้นอีก มันอาจจะไม่เป็นปัญหากับแบงค์ก็จริงอยู่ แต่มันเป็นปัญหากับเศรษฐกิจทั้งระบบไหมครับ

            ลองคิดภาพสมมติ “เฮีย อ” ทำธุรกิจโรงงานผลิตพริตตี้ กู้แบงก์มาขยายไลน์ผลิตจมูกกับตาสองชั้น แต่ระหว่างทางตลาดชะลอตัว กำลังซื้อในภาคพริตตี้หด สินค้าที่ออกมาก็เลยค้างสต๊อก ไม่มีรายได้เข้า จนไม่สามารถชำระหนี้ให้แบงก์ได้ สุดท้ายก็ปิด เลิก ติดหนี้ และเป็นแบล็คลิสต์ อย่างไรก็ตาม “เฮีย อ” ก็ได้พยามไปเปิดตลาดที่เวียดนามและภูมิภาคแทน เพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจ แต่จำเป็นต้องใช้ทุนเพิ่มในการทำตลาด และตกแต่งพริตตี้เดิมให้ออกสู่ตลาดตามความต้องการของแต่ละพื้นที่อีกครั้ง
            แต่แบงก์ก็ไม่ให้เงิน “เฮีย อ” แล้วครับ เพราะเป็นแบล็คลิสต์ เฮียก็เลยมีชีวิตอยู่ไปตามยถากรรม ขึ้นศาลไปฟ้องแพ่งไป ก็ไม่มีตังค์อยู่ดี จะเอาที่ไหนมาจ่าย
            อันนี้เป็นตัวอย่างของคนที่ทำธุรกิจจริงๆแล้วหมดปัญญาชำระหนี้ ยังไม่นับรวมคนที่กู้เงินจากแบงก์รัฐผ่านโครงการมากมายที่ออกมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการแจกเงินให้กู้กันทุกหย่อมหญ้า หลายรายกู้เงินไปใช้อย่างผิดพลาดโดยเจตนา หลายรายผิดพลาดเพราะความไม่เอื้ออำนวยของสภาพเศรษฐกิจ และไม่มีหนทางในการชำระเช่นกัน
            สุดท้ายแล้ว เรากำลังจะมีคนไม่มีทางออกจากสภาพเหล่านี้เดินสวนกันไปมามากขึ้น ค่อยๆกัดกินระบบไปทีละนิด วันนี้มันอาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้ามันไม่หยุด หรือ ลดน้อยลงบ้าง บางทีมันอาจจะระเบิด ในอนาคตการกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกภาค ก็จะทำยากยิ่งขึ้น เพราะคนที่เดินสวนกันไปมาเขาไม่มีเงินไปใช้จ่าย ไปลงทุน ไปฟื้นธุรกิจให้ออกจากปัญหาได้อีกแล้ว

            เรื่องราวมันก็มีอยู่แค่นี้ ไม่ต้องไปสนใจคนอย่าง “เฮีย อ” หรอกครับ 
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh