ประเด็นร้อน

บจ.ขนาดกลาง-เล็ก ส่งสัญญาณขาดสภาพคล่อง ตลท.จับตาใกล้ชิด

บจ.ขนาดกลาง-เล็ก ส่งสัญญาณขาดสภาพคล่อง ตลท.จับตาใกล้ชิด

โควิด-19 พ่นพิษใส่ บจ. ฉุดผลประกอบการ-สภาพคล่อง พบ 6 บจ.ประกาศงดจ่ายปันผลรักษาเงินสด ขณะที่ 4 บจ.แห่เลื่อนไถ่ถอนหุ้นกู้ เหตุหาเงินทุนไม่ทัน ขณะเดียวกันพบ 5 บจ.แบกหนี้สูง แต่สภาพคล่องเหือด ตลท.ลั่นจับตาใกล้ชิด สั่งชี้แจงทันทีหากพบความผิดปกติ

*** 6 บจ.งดจ่ายปันผลรักษาสภาพคล่อง

ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 6 แห่ง ประกาศเปลี่ยนนโยบายเป็นงดจ่ายปันผล สำหรับผลประกอบการปี 62 ทั้งที่ได้เคยประกาศจ่ายปันผลไปแล้วเมื่อตอนแจ้งงบการเงินปี 62 เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงมีเหตุให้ต้องสำรองเงินสดไว้เป็นสภาพคล่องหมุนเวียนชั่วคราว ประกอบด้วย

บจ.งดจ่ายปันผลรักษาสภาพคล่องช่วงโควิด-19

ชื่อย่อหุ้น

อัตราการจ่ายปันผลเดิม (บ./หุ้น)

BSM

0.01

CGH

0.0125

CWT

0.0381

CHO

0.021

CENTEL

0.55

TSC

N/A


"สัญชัย เนื่องสิทธิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวเดอสมาร์ท (BSM) ระบุว่า การปรับนโยบายดังกล่าวเพื่อรองรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น ซึ่งเดิมบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 62 ที่ 0.01 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 21.31 ล้านบาท แต่เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้เป็นทุนหมุนเวียน เพราะไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อยอดขายและสภาพคล่อง จึงต้องของดจ่ายปันผล

เช่นเดียวกับ "ดร.รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์" รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและการเงิน บมจ. โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เผยว่า ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะยืดเยื้อไปอีกนานเพียงใด บริษัทฯ จึงต้องของดจ่ายเงินปันผล จากมติเดิมที่อนุมัติจ่าย 0.55 บาทต่อหุ้น เพื่อบริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดในสถานการความไม่แน่นอน

ขณะที่ "สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย" กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ช ทวี (CHO) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยกเลิกจ่ายปันผล เพื่อรักษาสภาพคล่องและเงินสดที่จะต้องใช้ในการดำเนินงาน รองรับความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 

*** 4 บจ.ขอเลื่อนไถ่ถอนหุ้นกู้

ขณะเดียวกันพบว่า มี 4 บริษัท ขอเลื่อนไถ่ถอนหุ้นกู้ที่กำลังจะครบกำหนด เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อแผนการจัดหาเงินทุน ประกอบด้วย

บจ.ขอเลื่อนไถ่ถอนหุ้นกู้

ชื่อย่อหุ้น

หุ้นกู้

มูลค่า (ลบ.)

กำหนดไถ่ถอนเดิม

ขอเลื่อน (เดือน)

%ดอกเบี้ยใหม่

%ดอกเบี้ยเดิม

PSL

PSL206A

1,960

9 มิ.ย.63

18

6.5

5

CWT

CWT205A

337

23 พ.ค.63

12

6.75

5.75

MIDA

MIDA204A

612

24 ม.ย.63

24

6

5.5

ACAP

ACAP202A

395

7 ก.พ. 63

12

7.5

6


ทั้ง 4 บริษัทได้ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขยายเวลาไถ่ถอนหุ้นกู้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี โดย บมจ.เอเชีย แคปปิตอล กรุ๊ป (ACAP) และ บมจ.ไมด้า แอสเซ็ท (MIDA) ผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นกู้แล้ว ขณะที่้ บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) และ บมจ.ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป (CWT) เตรียมประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขออนุมัติวันที่ 19 พ.ค.63 และ 22 พ.ค.63 ตามลำดับ

โดยการขอขยายเวลาไถ่ถอนหุ้นกู้ของทั้ง 4 บริษัท มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยให้กับผู้ถือหุ้นกู้ สูงสุดคือ ACAP ที่เดิมจ่าย 6% ต่อปี เพิ่มเป็น 7.5% ต่อปี

"วีระพล ไชยธีรัตต์" ประธานกรรมการบริหาร CWT ระบุว่า โควิด-19 ส่งผลต่อแผนการจัดหาเงินทุนเพื่อนำมาไถ่ถอนหุ้นกู้ เช่นการหุ้นกู้ใหม่ก็ขายไม่ได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนลดความเสี่ยงในภาวะโรคระบาด ขณะที่การขอสินเชื่อกับสถาบันการก็ติดขัดด้านกระบวนการทำให้เกิดความล่าช้า 

"อริยา ติรณะประกิจ" รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) มองว่า การขอเลื่อนไถ่ถอนหุ้นกู้ส่วนใหญ่เกิดกับ บจ.ขนาดกลาง-เล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลต่อสภาพคล่องและเงินสด จึงต้องขอยืดหนี้ออกไปก่อน อย่างไรก็ตามจำนวนการขอเลื่อนยังไม่มากอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้นกู้ของ บจ.ขนาดใหญ่ก็ยังไม่มีปัญหาและสามารถไถ่ถอนได้ตามกำหนดทุกราย

*** ACAP ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้

ขณะที่ล่าสุด ACAP ได้ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ ACAP212A ซึ่งครบกำหนด 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ดอกเบี้ยค้างรวม 3.7 ล้านบาท โดย ACAP ชี้แจงสาเหตุว่า ลูกหนี้ของบริษัท 2 รายไม่ชำระหนี้ตามกำหนด เพราะธุรกิจได้รับผลกระทบจากโควิ-19 จึงส่งผลต่อการชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้ดังกล่าว 

อย่างไรก็ตามการผิดนัดชำระดอกเบี้ยครั้งนี้ มูลหนี้ดอกเบี้ยรวมกันไม่เกิน 500 ล้านบาท จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการผิดนัดชำระหุ้นกู้รุ่นอื่นๆ ที่เหลือ

หุ้นกู้ ACAP212A มีมูลค่า 229.8 ล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอน 15 ก.พ.64 

*** ตลท.จับตา บจ.กลุ่มเสี่ยงใกล้ชิด

"แมนพงศ์ เสนาณรงค์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล บจ.ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนส่งผลต่อการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน โดยได้มีการสอบถามไปยังกลุ่ม บจ.ดังกล่าวเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและแผนการรองรับ ซึ่งหากมีเหตุการผิดชำระหรือเลื่อนไถ่ถอน ต้องชี้แจงข้อมูลและเหตุผลให้นักลงทุนทราบทันที

"เรามอนิเตอร์กลุ่ม บจ.ที่มีปัญหาสภาพคล่องตลอดเวลาอยู่แล้ว กลุ่มที่จับตาเป็นพิเศษคือบริษัทที่มีหนี้สินที่ต้องชำระใน 12 เดือนข้างหน้า แต่ผลประกอบการขาดทุน เงินสดจากการดำเนินงานติดลบ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสูง (Interest-Bearing Debt) อัตราความสามารถการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ต่ำ โดยจะทำการสอบถามถึงแผนการรองรับ หากจะมีอะไรผิดปกติต้องแจ้งให้นักลงทุนทราบทันที ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ตลท.อยู่แล้วสำหรับดูแลการเปิดเผยข้อมูลของ บจ. อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับ บจ.นั้น ๆ ว่าจะมีวิธีการจัดการอย่างไร ตลท.ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่เข้าไปก้าวก่าย" แมนพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่สำรวจพบว่ามี บจ.ที่มีปัญหาด้านสภาพคล่องไม่มากนัก ไม่เกิน 3% ของ บจ.ทั้งหมด แต่ประเด็นเรื่องการผิดชำระหนี้ มักส่งผลทางจิตวิทยาการลงทุนในวงกว้าง แม้มูลค่าหนี้จะไม่สูงมากก็ตาม ซึ่งนักลงทุนต้องระมัดระวังและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ

*** พบ 5 บจ.สภาพคล่องเหือด

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจงบการเงิน บจ. ณ ไตรมาส 1/63 พบว่ามี 5 บริษัท ที่มีสภาพคล่องต่ำและมีหนี้สินสูง โดยคัดกรองจากบริษัทที่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเกิน 2 เท่า, อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยต่ำกว่า 1 เท่า, กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ รวมถึงผลประกอบการไตรมาส 1/63 ขาดทุน ประกอบด้วย

หุ้นสภาพคล่องต่ำ

ชื่อย่อหุ้น

IDB/E (เท่า)

อัตราความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า)

เงินสดจากการดำเนินงาน Q1/63 (ลบ.)

กำไรปี 62

(ลบ.)

กำไร Q1/63 (ลบ.)

หนี้ที่ครบกำหนดใน 1 ปี (ลบ.)

AAV

2.92

-2.47

-565

-474

-671

6,615.55

ERW

2.8

0.22

-24

446

-103

852.17

GRAND

2.37

-0.48

-169

-304

-163

1,815.63

TFI

64.51

-2.01

-19

-185

-88

660.22

UMS

11.15

-1.14

-0.34

-42

-13

530


ทั้งนี้เมื่อสำรวจงบการเงินเพิ่มเติมใน 5 บริษัทข้างต้นพบว่า ทั้งหมดมีหนี้สินระยะสั้นและหนี้สินระยะยาวที่ครบกำหนดชำระภายใน 1 ปี สูงว่าเงินสดจากการดำเนินงาน โดยส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและหนี้สินในส่วนสัญญาเช่าการเงิน

หมายเหตุ : Interest Coverage Ratio คำนวณจาก (กำไรสุทธิ+ภาษีเงินได้-ดอกเบี้ยจ่าย)/ดอกเบี้ยจ่าย ใช้วัดความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งหากต่ำกว่า 1 เท่า แสดงว่าธุรกิจมีความสามารถในการจ่ายชำระดอกเบี้ยได้เพียงบางส่วนเท่านั้น และหากติดลบเท่ากับว่าธุรกิจไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะจ่ายดอกเบี้ยได้เลย ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงินในที่สุด

*** AAV-GRAND มีหุ้นกู้ใกล้ครบกำหนดกว่า 2.5 พันลบ.

นอกจากนี้พบว่ามี 2 บริษัทที่มีหุ้นกู้ใกล้ครบกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี ได้แก่ บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) มีหุ้นกู้ 1 ชุด (TAA205A) มูลค่า 999.96 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดไถ่ถอน 19 พ.ค.นี้ 

ขณะที่ บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ (GRAND) มีหุ้นกู้ 3 ชุดที่จะครบกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี ประกอบด้วย GRAND206A ครบกำหนดไถ่ถอน 20 มิ.ย.63 มูลค่า 491.7 ล้านบาท , GRAND20OA ครบกำหนดไถ่ถอน 19 ต.ค.63 มูลค่า 467.9 ล้านบาท และ GRAND211A ครบกำหนดไถ่ถอน 17 ม.ค.64 มูลค่า 600 ล้านบาท

หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลจากงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจ มิได้มีเจตนาชี้นำว่าบริษัทที่อยู่ในเงื่อนไขข้างต้นจะผิดนัดชำระหนี้แต่อย่างใด

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด