ประเด็นร้อน

| 15 พฤษภาคม 2560 | 10:41

CFO ขาดตลาด! บจ.แห่ซื้อตัวอุตลุด ก.ล.ต.คุมเข้มหวั่นงบฯเก๊ทะลัก

         ผงะ CFO-สมุห์บัญชี ขาดตลาด เกิดภาวะชิงตัวอุตลุด ตลท.เร่งหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา หวั่นส่งผลกระทบกับบริษัทที่จะไอพีโอ หลัง ก.ล.ต.เตรียมคลอดเกณฑ์เพิ่มคุณสมบัติ CFO-สมุห์บัญชี ม.ค.61 ผู้เชี่ยวชาญเผยต้องแก้ที่โครงสร้าง ระบุสภาวิชาชีพบัญชีต้องเน้นพัฒนาบุคลากรมากกว่าเพิ่มมาตรฐานบัญชีใหม่ ชี้ปัญหาอยู่ที่คุณภาพไม่ใช่ปริมาณ เหตุมีบุคลากรบัญชีในระบบกว่า 7 หมื่นราย แต่บจ.มี CFO เพียงแค่ 287 ราย จากบริษัททั้งตลาดที่มีทั้งสิ้น 656 บริษัท ด้าน ก.ล.ต.แจงเกณฑ์ใหม่ช่วยยกระดับมาตรฐานบัญชี-งบการเงิน บจ.ไทย เหตุ 3 ปีที่ผ่านมามีผู้ถูกกล่าวโทษฐานรายงานงบการเงินไม่ถูกต้องมากถึง 143 ราย

*** CFO-สมุห์บัญชีขาดแคลนหนัก เกิดภาวะซื้อตัวอุตลุด
         “ประพันธ์ เจริญประวัติ” ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกิดภาวะขาดแคลนผู้บริหารตำแหน่งสูงสุดสายงานบัญชีและการเงิน(CFO)และสมุห์บัญชี ทั้งบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทนอกตลาด
           "ปัญหานี้เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้ว สาเหตุสำคัญเกิดจากผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนด้านนี้มีจำกัด จึงเกิดการซื้อตัวกันจนขยายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะตำแหน่ง CFO ผลก็คือหลายบริษัทจำเป็นต้องเลือกใช้บุคลากรจากสายงานอื่นๆ มานั่งในตำแหน่งนี้ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่เหมาะสมหรือตรงกับสายงาน และอาจก่อให้เกิดความผิดพลาดได้"
          ด้าน "ธีรชัย อรุณเรืองศิริเลิศ" รองคณบดีฝ่ายการเงินภาควิชาการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ลงสมัครสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำปี2560 เสริมว่า สาเหตุหลักของการขาดแคลน CFO และ สมุห์บัญชี เกิดจากการขาดความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนานักบัญชีที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบ
          "ปัญหาเกิดจากคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ เพราะปัจจุบันมีนักบัญชีที่ลงทะเบียนกับสภาวิชาชีพฯ ถึง 7 หมื่นราย ขณะที่จริงๆแล้วมีผู้จบการศึกษาด้านบัญชีมากกว่าแสนราย แต่อุปสรรคเกิดจากการขาดความร่วมมืออย่างจริงจังของหน่วยงานหรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพนี้ ยังไม่ได้ให้ความร่วมมือในการพัฒนานักบัญชีที่มีคุณภาพสู่ตลาดมุ่งเน้นแต่จะปรับเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีใหม่ให้เป็นสากล แต่ละเลยการพัฒนาคน ซึ่งถือว่าสำคัญกว่าและเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข
           อีกประการคือมาตรฐานบัญชีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความซับซ้อนของรายละเอียดมากเกินไป และยังมีความย้อนแย้งในบางประมวลหรือไม่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมของประเทศ ทำให้หลายคนที่อยู่ในวิชาชีพนี้เกิดความท้อแท้และถอดใจในการพิสูจน์คุณสมบัติของตน
          ซึ่งปัญหานี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างสภาวิชาชีพบัญชีฯ ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานบัญชีที่ต้องมีความชัดเจนและง่ายต่อความเข้าใจ มิเช่นนั้นนักบัญชีก็หนีไปทำอย่างอื่นหมดแทนที่จะเป็นการช่วยเพิ่มบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรม"
          ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่ามี บจ.ที่มี CFO เพียง 278 ราย และสมุห์บัญชีเพียงประมาณ 189 ราย จากบริษัทจดทะเบียนทั้งสิ้น 656 บริษัท

*** หวั่นธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯยากขึ้น
           ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากภาวะข้างต้นอาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจใหม่ๆ ที่มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะก.ล.ต. อยู่ระหว่างปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติของ CFO และสมุห์บัญชี ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น
         “เนื้อหาหลักของเกณฑ์ใหม่ คือ บริษัทที่จะขายไอพีโอต้องมี CFO ที่ผ่านคุณสมบัติตามกำหนดและอยู่ในบริษัทมาอย่างน้อย 1 ปี แน่นอนว่าบุคลากรของบริษัทนอกตลาดฯ มักเป็นเป้าหมายที่จะถูกซื้อตัวด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยเฉพาะจากกลุ่มบริษัทขนาดเล็กหรือ SME ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไขภาวะดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนของบริษัทใหม่ๆได้  
          เบื้องต้นทางตลาดหลักทรัพย์ฯได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเกณฑ์ใหม่ประกาศใช้”

*** ก.ล.ต. คาดเกณฑ์ใหม่เริ่มใช้ม.ค.61 ช่วยยกระดับบัญชี บจ.
          “ปริยะ เตชะมวลไววิทย์” ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่าก.ล.ต. และ ตลท.ได้ร่วมกันปรับปรุงเกณฑ์ใหม่สำหรับกำหนดคุณสมบัติของ CFO และ สมุห์บัญชี เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดทำบัญชีงบการเงินของ บจ.ไทย โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.61 เป็นต้นไป 
          ทั้งนี้  2 ตำแหน่งดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการบริหารหรือตรวจสอบเรื่องบัญชีของบริษัท แต่ถูกละเลยและยังไม่มีความเข้มงวดอย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมาพบว่า สถิติการถูกกล่าวโทษเกี่ยวกับการนำส่งงบการเงินไม่ถูกต้องของบจ. ยังอยู่ในระดับสูงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) โดยมีการกล่าวโทษกรณีนี้ถึง 143 ราย

          สำหรับเกณฑ์ใหม่ได้เพิ่มข้อกำหนดไว้ดังนี้

          1.คุณสมบัติ CFO-สมุห์บัญชี สำหรับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ(ไอพีโอ)

ตำแหน่ง

การศึกษาและอบรม

ประสบการทำงานก่อนวันยื่นคำขอ

อื่น ๆ

CFO

- จบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

- อบรมหลักสูตร Orientation มากกว่าหรือเท่ากับ 12 ชม.

(ครั้งแรก) และอบรมเพื่อ Update

ความรู้ทางบัญชี มากกว่าหรือเท่ากับ 6 ชม.ต่อปี

- ทำงานด้านบัญชีหรือ

การเงิน มากกว่าหรือเท่ากับ 3 ปี ใน 5 ปีล่าสุด หรือ

- ด้านใด ๆ ที่เป็นประโยชน์

โดยตรงต่อการดำเนิน

กิจการของผู้ยื่นคำขอ มากกว่าหรือเท่ากับ 5

ปี ใน 7 ปีล่าสุด

- ดำรงตำแหน่ง CFO ของบริษัท มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี ก่อนยื่น

คำขอ หรือบริษัทแสดงได้ว่ามีสมุห์บัญชีและบุคลากรสายงานบัญชีที่มีความรู้ความเข้าใจใน

ระบบบัญชีของบริษัท ผ่านการจัดทำและนำส่งงบการเงินงวดล่าสุดได้ถูกต้องและทันตาม

กำหนดระยะเวลาที่ใช้บังคับกับบริษัทจดทะเบียน และ

- ไม่มีประวัติการทำผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์

สมุห์บัญชี

- จบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

เป็นผู้ทำบัญชีตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกเว้น บริษัทจดทะเบียนต่างประเทศที่จดทะเบียนแบบ Primary Listing สมุห์บัญชีต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่าในด้านบัญชี

- อบรมเพื่อ Update ความรู้ทางบัญชีมากกว่าหรือเท่ากับ 6 ชม.ต่อปี

- ทำงานด้านบัญชี มากกว่าหรือเท่ากับ 3 ปี ใน 5 ปี

ล่าสุด

 

 

 *** กระทบคุณสมบัติ CFO-สมุห์บัญชี ของบริษัทจดทะเบียนในปัจจุบัน
         ทั้งนี้ปัจจุบัน CFO และสมุห์บัญชีของบริษัทจดทะเบียนโดยส่วนใหญ่มีคุณสมบัติที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานฯ ดังนั้น CFO และสมุห์บัญชีของบริษัทจดทะเบียนปัจจุบันที่ปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่แล้ว ถือเป็นผู้มีคุณสมบัติและประสบการณ์เพียงพอที่จะปฏิบัติงานต่อไป จึงไม่นำเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติและประสบการณ์มาบังคับใช้กับผู้บริหารกลุ่มนี้ แต่ควรได้เข้าอบรมเพื่อติดตามพัฒนาการทางด้านบัญชีอย่างต่อเนื่อง โดยต้องอบรมตามหลักสูตรที่กำหนดมากกว่าหรือเท่ากับ 6 ชม.ต่อปี
          อย่างไรก็ตามในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนมีการแต่งตั้ง CFO หรือสมุห์บัญชีคนใหม่ บุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติ ประสบการณ์ และผ่านการอบรมตามที่สำนักงานฯกำหนดเช่นเดียวกับ CFOหรือสมุห์บัญชีของบริษัท IPOs เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการดูแลรายงานทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน เว้นแต่บุคคลดังกล่าวเคยเป็น CFO หรือสมุห์บัญชีของบริษัทจดทะเบียนแห่งอื่นมาภายในระยะเวลาไม่เกินกว่า 1 ปี

*** บจ.เปลี่ยนCFO-สมุห์บัญชี ต้องเปิดเผยข้อมูลภายใน 3 วันทำการ
          ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลว่า บจ.มีบุคลากรที่ดูแลรายงานทางการเงินที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง CFO หรือสมุห์บัญชี (ลาออก/แต่งตั้งใหม่) ให้เปิดเผยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่มีการลาออกหรือแต่งตั้งใหม่
           ขณะเดียวกันต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติ CFO หรือสมุห์บัญชีของบริษัทในแบบ 56-1 ในเรื่องดังต่อไปนี้ ชื่อ-สกุล, คุณวุฒิทางการศึกษา, ประวัติการอบรมในรอบปี, ประสบการณ์ทำงาน และให้สมุห์บัญชีเปิดเผยว่าเป็นผู้ทำบัญชีในแบบ 69-1 แบบ 69-ASEAN หรือแบบ 69-1-F แล้วแต่กรณี
           ทั้งนี้ การเปิดเผยคุณสมบัติใน 56-1 นี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่รายงานประจำปี 62 (รายงานในปี 63) ซึ่งในช่วงแรกตลาดหลักทรัพย์ฯ จะให้เวลา CFO หรือสมุห์บัญชี 2 ปี ในการเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะถือว่า CFO หรือสมุห์บัญชี ที่ได้รับการอบรมระหว่างวันที่เกณฑ์นี้มีผลใช้บังคับ ม.ค.61 ถึงสิ้นปี 62 ได้รับการอบรมตามเกณฑ์สำหรับการเปิดเผยข้อมูลใน 56-1 ประจำปี 62 แล้ว
           “ปริยะ เตชะมวลไววิทย์” กล่าวปิดท้ายว่า เกณฑ์ใหม่ที่จะทำการปรับปรุงถูกกำหนดไว้เป็นลักษณะกว้างๆ และยืดหยุ่นที่จะไม่ทำให้เกิดเป็นปัญหาในทางปฏิบัติกับบริษัทจดทะเบียน และถือเป็นมาตรฐานที่เหมาะสมกับพัฒนาการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด