ประเด็นร้อน

บจ.เข็นบริษัทลูกเข้าตลาด-ที่ปรึกษาฯหั่นราคาจูงใจนักลงทุน

บจ.เข็นบริษัทลูกเข้าตลาด-ที่ปรึกษาฯหั่นราคาจูงใจนักลงทุน

"ไอพีโอ"คึกคัก เดินหน้าระดมทุนตามแผน หลังหุ้นไทยฟื้น พบ 12 บริษัท ก.ล.ต.อนุมัติไฟลิ่งแล้ว จากทั้งหมด 25 บริษัท คาดทยอยเข้าเทรด ก.ค.นี้ เป็นต้นไป พบบจ.แห่ Spin-off เข็นบริษัทลูกเข้าตลาด ด้านที่ปรึกษาฯปรับกลยุทธ์ให้ส่วนลดเพิ่ม จูงใจนักลงทุน แม้อาจได้เงินต่ำเป้า แถมงัด "กรีนชู" พยุงราคา

*** ภาวะตลาดเริ่มฟื้น "ไอพีโอ"คึกคัก

ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มบริษัทที่เตรียมขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก(IPO)ทั้งการยื่นไฟลิ่งและการประกาศเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 

"แมนพงศ์ เสนาณรงค์" รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประเมินว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังการระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และรัฐบาลได้ทยอยคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้บริษัทที่ชะลอแผนการขายหุ้นไอพีโอก่อนหน้านี้กลับมาเดินหน้าเตรียมความพร้อมเข้าระดมทุนตามแผนการที่วางไว้ โดยล่าสุดพบว่าเริ่มมีบริษัทขอเข้าซื้อขายบ้างแล้ว คาดว่าจะเริ่มทยอยเข้าเทรดตั้งแต่ ก.ค.63 เป็นต้นไป 

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการปรับรูปแบบพิธีซื้อขายหุ้นในตลาดวันแรก (1st day trading) ผ่านระบบดิจิทัล เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน 

นอกจากนี้อยู่ระหว่างการพิจาณาผ่อนปรนหลักเกณฑ์เรื่องกำไรของบริษัทที่จะยื่นขายไอพีโอ โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่จะเข้าจดทะเบียนใน mai จากเดิมกำหนดให้กำไรสุทธิปีล่าสุดก่อนยื่นคำขอต้องไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท แต่เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 อาจจะส่งผลต่อบริษัทที่เตรียมจะยื่นคำขอในปี 64 เพราะใช้กำไรของปี 63 ส่งผลให้อาจจะต่องเลื่อนแผนไปปี 65 และอาจจะกระทบต่อแผนการระดมทุนขยายธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

 *** 12 บจ.ได้รับอนุมัติไฟลิ่งแล้ว

ทั้งนี้ พบว่า ปัจจุบันมีหุ้นไอพีโอที่ได้รับการอนุมัติแบบไฟลิ่งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวม 12 บริษัท จากทั้งหมด 25 บริษัท แบ่งเป็น SET จำนวน 8 บริษัท และ mai จำนวน 4 บริษัท ได้แก่

หุ้นไอพีโอที่ได้รับการอนุมัติจาก ก.ล.ต.แล้ว

ชื่อบริษัท

ขายไอพีโอ (ล.หุ้น)

ธุรกิจ

ที่ปรึกษาการเงิน

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

“ศักดิ์สยามลิสซิ่ง” (SAK)

546

เงินทุนและหลักทรัพย์

บล.ธนชาต

“สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์” (SAV)

224

ขนส่งและโลจิสติกส์

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

“เอสซีจี แพคเกจจิ้ง” (SCGP)

1,194.80

บรรจุภัณฑ์

ธ.ไทยพาณิชย์

“ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์” (SCM)

150

พาณิชย์

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

“ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง” (SNNP)

260

อาหารและเครื่องดื่ม

ธ.ไทยพาณิชย์

“สยามเทคนิคคอนกรีต” (STECH)

203.5

วัสดุก่อสร้าง

เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี

“ศรีตรังโกลฟส์” (STGT)

444.78

ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์

บล.ฟินันซ่า

“สยามราชธานี” (SO)

85

บริการเฉพาะกิจ

อวานการ์ด แคปปิตอล

จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น” (KK)

79.35

บริการ

บล.เคทีบี

“สบาย เทคโนโลยี” (SABUY)

157.02

บริการ

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

“ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี” (SICT)

100

เทคโนโลยี

ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่

“ศิรกร” (SK)

115.35

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์

 

*** “ศรีตรังโกลฟส์” เตรียมประเดิมเทรด ก.ค.นี้

"จริญญา จิโรจน์กุล" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (STGT) ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยางธรรมชาติและถุงมือยางไนไตรล์ คาดว่า จะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ช่วงต้นเดือน ก.ค.63 โดยกลางเดือน มิ.ย.นี้ จะเริ่มเดินสายให้ข้อมูลแก่นักลงทุน หลังได้รับการอนุมัติไฟลิ่งแล้ว 

“จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า นักลงทุนให้ความสนใจกับหุ้นไอพีโอของเรามาก เพราะธุรกิจมีจุดแข็งจากกระแสที่คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น จากเดิมบริษัทผลิตถุงมือยางเพื่อจัดจำหน่ายให้กับธุรกิจการแพทย์และอาหารเป็นหลัก แต่ปัจจุบันพบว่ามียอดสั่งซื้อเข้ามาจากทุกอุตสาหกรรม” จริญญา กล่าว

ด้าน "วรชาติ ทวยเจริญ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี (SICT) คาดว่า จะสามารถเข้าซื้อขายใน mai ได้ภายในไตรมาส 3 นี้

เช่นเดียวกับ "รัฐชัย ธีระธนาวัฒน์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมสายงานวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK) คาดว่า จะนำหุ้นเข้าซื้อขายใน mai ได้ช่วงปลายไตรมาส 3 นี้ 

*** อาจเพิ่มส่วนลดราคาไอพีโอ จูงใจนักลงทุน

แหล่งข่าวบริษัทที่ปรึกษาการเงินรายใหญ่ เผยว่า ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยลบคอยกดดัน อาจจะต้องใช้กลยุทธ์การตั้งราคาไอพีโอด้วยการเพิ่มส่วนลดมากกว่าปกติ เพื่อจูงใจนักลงทุน

"ปกติราคาไอพีโอมักจะ Discount กันราว 20-30% แต่ภาวะแบบนี้อาจจะต้อง Discount มากกว่านั้น แม้อาจจะกระทบต่อแผนการระดมเงินทุนของบริษัทไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าหุ้นขายไม่หมดหรือนักลงทุนไม่ให้ความสนใจ ซึ่งจะกระทบต่อแผนการขยายธุรกิจมากกว่า" แหล่งข่าวกล่าว

ด้าน "รัฐชัย ธีระธนาวัฒน์" เสริมว่า การประเมินราคาไอพีโอในภาวะปัจจุบัน อาจจะต้องมีส่วนลดเพิ่มขึ้น โดยอาจจะลดจากราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์ประเมิน 5-10% หรือให้ส่วนลดผ่านการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) จากนักลงทุน

ขณะเดียวกันยอมรับว่าบริษัทที่ขายหุ้นไอพีโอในภาวะปัจจุบัน อาจจะได้เงินระดมทุนต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่แผนการขยายธุรกิจสำคัญกว่า จึงต้องดำเนินการตามแผน
    
"ประเสริฐ ตันตยาวิทย์" กรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า การตั้งราคาไอพีโอช่วงนี้ต้องเหมาะสมกับภาวะตลาดฯ มีส่วนลดให้นักลงทุนมีโอกาสทำกำไรได้ กลับกันหากตั้งราคาแพงเกินไปหรือไม่มีส่วนลด อาจจะไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลือกมากขึ้นจากหุ้นในกระดานที่ราคาถูกลงหลังดัชนีปรับตัวลงแรง

*** งัด "กรีนชู" ลดความผันผวนราคา

ขณะเดียวกันเมื่อสำรวจข้อมูลไฟลิ่งของบริษัทที่เตรียมขายหุ้นไอพีโอทั้งหมดพบว่า มี 5 บริษัทที่เตรียมใช้กลยุทธ์ "GREENSHOE OPTION" หรือ จัดสรรหุ้นสามัญส่วนเกิน (Over-Allotment) เพื่อลดความผันผวนของราคาหุ้นในวันแรกของการเข้าซื้อขาย ประกอบด้วย

หุ้นไอพีโอที่ใช้ “กรีนชู”

ชื่อบริษัท

จำนวนหุ้นส่วนเกิน (ล.หุ้น)

ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR)

300

เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP)

179.2

ไซมิส แอสเสท (SA)

30

เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK)

10.35

สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV)

ยังไม่กำหนด


*** พบ 6 บจ. Spin-off บ.ย่อยเข้าเทรด

นอกจากนี้พบว่ากลุ่มบริษัทที่เตรียมขายหุ้นไอพีโอ 6 บริษัท เป็นบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้แก่

หุ้น Spin-off

ชื่อบริษัท

ชื่อย่อ บจ.ที่ถือหุ้นใหญ่

ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR)

PTT

เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP)

SCC

ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) (STGT)

STA

สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV)

SAMART*

เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ (ETC)

BWG-AKP

เน็คซ์ แคปปิตอล (NCAP)

COM7-SYNEX

*ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ "สามารถ ยู-ทรานส์" ซึ่งเป็น บ.ย่อยที่ SAMART ถือหุ้น 100%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด