ประเด็นร้อน

โควิด-19สูบสภาพคล่อง! บจ.แห่เพิ่มทุน-พับแผนซื้อหุ้นคืน

โควิด-19สูบสภาพคล่อง! บจ.แห่เพิ่มทุน-พับแผนซื้อหุ้นคืน

โควิด-19 พ่นพิษ! ดูดสภาพคล่องบจ. "อีไฟแนนซ์ไทย"สำรวจข้อมูล 3 เดือนหลังสุด พบว่า บจ.ประกาศเพิ่มทุนถึง 15 บริษัท มูลค่าระดมทุนรวมไม่ต่ำกว่า 3.5 พันล้านบาท เกินครึ่งหนี้สินเริ่มตึงตัว กู้ลำบาก พบ 3 บจ.ใหญ่ หาเงินหลากช่องทาง ด้านกลุ่ม บจ.ซื้อหุ้นคืนแสนฝืด ทำสำเร็จเพียง 6 จาก 41 บริษัท ยกเลิกแผนไปแล้ว 2 บริษัท ยังไม่ได้ซื้อถึง 17 บริษัท วงการคาดส่อพับแผน ตุนเงินสดไว้หมุนธุรกิจดีกว่า

*** 3 เดือน บจ.แห่เพิ่ม มูลค่ารวมไม่ต่ำ 3.5 พันลบ.

ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 15 บริษัท มูลค่าการระดมทุนรวมไม่ต่ำกว่า 3,492 ล้านบาท (เฉพาะที่กำหนดราคาหุ้นเพิ่มทุนแล้ว) โดยส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องด้านการเงินของบริษัท แบ่งเป็นการเพิ่มทุนแบบกำหนดวัตถุประสงค์จำนวน 8 บริษัท ได้แก่

8 บจ.เพิ่มทุนแบบกำหนดวัตถุประสงค์

ชื่อย่อหุ้น

จำนวนหุ้น (ล.หุ้น)

ราคา (บ.)

รูปแบบเพิ่มทุน

วัตถุประสงค์

มูลค่า (ลบ.)

THANI

1,888

1

RO

เพิ่มสภาพคล่อง

1,888

VNG

224

3.75

RO

เพิ่มสภาพคล่อง

839

AEC

3,061

0.1

RO

เพิ่มสภาพคล่อง

306

UREKA

254

0.8

RO

ลงทุน-คืนหนี้

203

CPT

224

0.65

PP

เพิ่มสภาพคล่อง

146

HYDRO

785

0.14

RO

เพิ่มสภาพคล่อง

110

KWG

1,714

N/A

RO

ลงทุน

N/A

MINT

716

N/A

RO

เพิ่มสภาพคล่อง

N/A

 

ขณะเดียวกันมี 7 บจ.ขอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขอเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ซึ่งเกือบทั้งหมดระบุในวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสภาพคล่อง ประกอบด้วย

7 บจ.เพิ่มทุนแบบ General Mandate

ชื่อย่อหุ้น

จำนวนหุ้น (ล.หุ้น)

รูปแบบเพิ่มทุน

วัตถุประสงค์

PORT

364

RO-PP-PO

รองรับสภาพคล่อง

CPT

270

RO-PP

รองรับสภาพคล่อง

SIRI

1,400

PP

รองรับสภาพคล่อง

ECF

95

PP

รองรับสภาพคล่อง

BTS

1,100

PP

รองรับสภาพคล่อง

MBK

500

RO

N/A

META

383

RO

N/A

 

*** วงการชี้ส่วนใหญ่หนี้สูง ศักยภาพการกู้เริ่มจำกัด

"ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ" รองกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ประเมินว่า กลุ่มบริษัทที่ประกาศเพิ่มทุนช่วงนี้ส่วนใหญ่มักจะมีความตึงตัวด้านอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) โดยไม่ควรเกิน 1.5 เท่า เพราะจะส่งผลต่อศักยภาพในการกู้ ประกอบกับในช่วงภาวะที่ไม่ปกติจากการระบาดของโควิด-19 สถาบันการเงินจะระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่วนหุ้นกู้ก็อาจจะเป็นจังหวะที่ไม่ดี สะท้อนจากการขายไม่หมดของหลาย บจ.ในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นการเพิ่มทุนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดและมีจุดเด่นคือไม่สร้างภาระต้นทุนการเงินเพิ่ม

ด้าน "สุวภา เจริญยิ่ง" อุปนายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย เปิดเผยว่า จากวิกฤตที่เกิดขึ้นส่งผลให้แต่ละอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถยืนระยะผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่ภาระต้นทุนทางการเงินสูง และจำเป็นต้องหากระแสเงินสดเข้ามาใช้หมุนเวียนในกิจการ ซึ่งการกู้ยืมจากสถาบันการเงินหรือการออกหุ้นกู้จะส่งผลให้ D/E ของบริษัทปรับเพิ่มสูงขึ้น จึงหันมาจัดการกับส่วนทุนมากขึ้นผ่านการเพิ่มทุน

“แม้ปัจจุบันดอกเบี้ยถูกก็ตาม หรือต่อให้สภาพคล่องยังมีอยู่ แต่กิจการก็อาจจะรับภาระหนี้สินต่อไปไม่ไหวแล้ว ซึ่งการเพิ่มทุนนอกจากจะเปรียบเสมือนถังออกซิเจน ที่ต่อเวลาหายใจให้ธุรกิจ และการเพิ่มส่วนทุนเป็นการควบคุม D/E ให้ลดลงได้ โดยจะส่งผลให้โอกาสที่จะกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในอนาคตเพิ่มขึ้นด้วย” สุวภา กล่าว

ขณะที่ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูล บจ.ที่ประกาศเพิ่มทุนข้างต้นพบว่า มีถึง 8 บริษัทอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (Interest-Bearing Debt) เกิน 1.5 เท่า ประกอบด้วย

8 บจ.เตรียมเพิ่มทุนที่มี IBD/E เกิน 1.5 เท่า

ชื่อย่อหุ้น

IBD/E (เท่า)

MINT

3.31

SIRI

2.41

BTS

1.81

VNG

1.7

PORT

1.65

MBK

1.64

KWG

1.56

ECF

1.53

 

*** MINT-SIRI-BTS เตรียมระดมทุนหลากช่องทาง

ทั้งนี้ พบว่า มี บจ.ขนาดใหญ่เตรียมระดมทุนเพื่อรองรับสภาพคล่องหลากหลายช่องทาง ได้แก่ 1.บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ซึ่งได้ประกาสเพิ่มทุน 716 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1 บาท ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) โดยยังไม่ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 

พร้อมกันนี้เตรียมออกหุ้นกู้เพิ่มเติมมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าวจะเป็นการเสนอขายหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (Perpetual Bond) ซึ่งยังไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน

2.บมจ.แสนสิริ (SIRI) ขออนุมัติผู้ถือหุ้นขอเพิ่มทุนแบบ General Mandate จำนวน 1,400 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1.07 บาท โดยจะเสนอขายให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) ซึ่งยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาเสนอขาย 

ขณะเดียวกันเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มูลค่าไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.นี้ 

พร้อมกันนี้ช่วงต้นเดือนได้นำหุ้นที่ซื้อคืนเมื่อปีก่อนจำนวน 720 ล้านหุ้น มูลค่า 933 ล้านบาท ออกมาขายคืนในตลาด แม้ราคาล่าสุดจะต่ำกว่าราคาต้นทุนที่ซื้อ โดยขายครบหมดทั้ง 720 ล้านหุ้น มีราคาขายเฉลี่ยสูงสุดที่ 0.90 บาท ต่ำสุดที่ 0.87 บาท ทั้งที่มีต้นทุนซื้อคืนเฉลี่ยต่ำสุด 1.30 บาท สูงสุด 1.32 บาท ซึ่งอาจจะขาดทุนเฉลี่ยระดับ 46-49%

3.บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ขออนุมัติผู้ถือหุ้นขอเพิ่มทุนแบบ General Mandate จำนวน 1,100 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 4 บาท ขายให้กับบุคคลในวงจำกัด 

พร้อมทั้งขออนุมัติผู้ถือหุ้นเพิ่มวงเงินการออกหุ้นกู้อีก 3 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่มีวงเงินอยู่แล้ว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับสภาพคล่อง, การลงทุน และการชำระหนี้ 

*** บจ.ส่อพับแผนซื้อหุ้นคืน ตุนเงินสด พบสถิติสุดฝืด

ประเด็นการบริหารสภาพคล่องยังไม่หมดเพียงการระดมทุนเท่านั้น โดยล่าสุดพบว่า แผนการซื้อหุ้นคืนของ บจ.มีอัตราความสำเร็จต่ำ แม้ตลาดหุ้นไทยจะลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 9 ปี ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมี บจ.ประกาศซื้อหุ้นคืนรวมทั้งสิ้น 41 บริษัท ปรากฎว่ามี บจ.ที่ซื้อหุ้นคืนสำเร็จมากกว่า 90% เพียง 6 บริษัทเท่านั้น ขณะที่มีถึง 17 บจ.ที่ยังไม่ได้ซื้อหุ้นคืนเลย โดยอัตราการซื้อหุ้นคืนสำเร็จตามประกาศอยู่ระดับเฉลี่ยเพียง 19% 

"วิจิตร อารยะพิศิษฐ" ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ระดับความสำเร็จต่ำของการซื้อหุ้น เนื่องจาก บจ.ต้องการสำรองเงินสดไว้หนุนสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจมากกว่า และมีโอกาสเห็นการยกเลิกแผนการซื้อหุ้นคืนได้ โดยเฉพาะกลุ่ม บจ.ขนาดกลาง-เล็ก 

"หุ้นที่ซื้อคืนสำเร็จส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนกลุ่มที่ประกาศช่วงหุ้นปรับตัวลงแรงกลับมีอัตราการซื้อคืนไม่ถึง 20% ทั้งที่ราคาหุ้นลงไปจนต้นทุนต่ำ จนตอนนี้ตลาดรีบาวด์กลับมาแล้ว จึงไม่ใช่จักงหวะที่ดีในการเข้าซื้อ กลายเป็นว่า story ของตลาดไม่เหมาะที่จะซื้อหุ้นคืนแล้ว สู้เก็บเงินสดไว้เลี้ยงธุรกิจดีกว่า" นักวิเคราะห์ กล่าว

ด้าน "กิจพณ ไพรไพศาลกิจ" ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า ภาวะตลาดในปัจจุบันไม่เหมาะกับการซื้อหุ้นคืน เนื่องจากจะส่งผลต่อต้นทุน ขณะเดียวกันเริ่มเห็นสัญญาณการขาดสภาพคล่องของหลายธุรกิจ จึงชะลอแผนการซื้อหุ้นคืนเพื่อสำรองเงินสดหมุนเวียนในกิจการจะเหมาะสมกว่า

*** เปิดโผ 6 บจ.ซื้อหุ้นคืนเกิน 90%

สำหรับ บจ.ที่ซื้อหุ้นคืนสำเร็จเกิน 90% ประกอบด้วย

6 บจ.ซื้อหุ้นคืนเกิน 90%

ชื่อย่อหุ้น

วงเงิน (ลบ.)

เป้า (ล.หุ้น)

%สัดส่วน

ช่วงเวลาซื้อ

หุ้นซื้อคืน (ล.หุ้น)

มูลค่า (ลบ.)

KBANK

4,600

24

1

14 ก.พ.- 27 ก.พ.

24

3,208

TPIPL

800

384

2

14 ก.พ.- 13 ส.ค.

384

453

GIFT

210

70

16.96

20 เม.ย.- 29 เม.ย.

70

210

DRT

517

94

9.92

20 เม.ย.- 8 พ.ค.

93

511

SPALI

3,000

200

9.33

12 ก.พ.- 11 ส.ค.

193

2,976

WP

50

10

2

8 เม.ย.- 7 ต.ค.

9

41

 

ส่วน บจ.ที่ซื้อหุ้นคืนบ้างแล้วแต่ต่ำกว่า 90% ได้แก่

16 บจ.ซื้อหุ้นคืนต่ำกว่า 90%

ชื่อย่อหุ้น

วงเงิน (ลบ.)

เป้า (ล.หุ้น)

%สัดส่วน

ช่วงเวลาซื้อ

หุ้นซื้อคืน (ล.หุ้น)

มูลค่า (ลบ.)

THG

280

10

1.2

21 เม.ย.- 20 ก.ย.

3

59

APURE

61

90

9.39

20 เม.ย.- 19 ต.ค.

22

45

ZIGA

30

52

10

10 เม.ย.- 9 ต.ค.

12

14

CPN

5,000

77

1.7

6 มี.ค.- 5 ก.ย.

17

761

TSR

10

10

1.82

14 เม.ย.- 14 ต.ค.

1.6

3

STPI

1,000

162

10

3 เม.ย.- 2 ต.ค.

23

108

CK

3,000

169

10

2 มี.ค.- 1 ก.ย.

22

413

RWI

70

64

10

29 พ.ค.- 28 พ.ย.

7.6

10

CPF

10,000

400

4.65

1 เม.ย.- 30 ก.ย.

36

1,080

ILINK

200

40

7.36

23 เม.ย.- 22 ต.ค.

3

10

TU

3,000

200

4.19

1 เม.ย.- 30 ก.ย.

13

165

SCP

98.55

15

5

31 มี.ค.- 29 ก.ย.

0.66

3.3

PM

300

60

10

22 พ.ค.- 21 พ.ย.

2

15

SPC

500

10

3

1 มิ.ย.- 30 พ.ย.

0.2

12

BPP

2,500

122

4

11 มี.ค.- 4 ก.ย.

1.45

16

BLAND

2,085

1,737

10

19 มี.ค.- 18 ก.ย.

15

12

 

*** 17 บจ.ยังไม่ได้ซื้อหุ้นคืน

ด้าน บจ.ที่ยังไม่ได้ซื้อหุ้นคืน 17 บริษัท ประกอบด้วย

17 บจ.ยังไม่ได้ซื้อหุ้นคืนตามแผน

ชื่อย่อหุ้น

วงเงิน (ลบ.)

เป้า (ล.หุ้น)

%สัดส่วน

ช่วงเวลาซื้อ

CPALL

13,000

180

2

1 เม.ย.- 30 ก.ย.

TRUE

1,500

500

1.5

14 เม.ย.- 13 ต.ค.

GUNKUL

1,100

440

5

1 เม.ย.- 30 ก.ย.

SGP

1,000

91

5

27 มี.ค.- 26 ก.ย.

LPN

500

126

8.54

5 มิ.ย.- 4 ธ.ค.

SKR

330

75

3.75

20 เม.ย.- 19 ต.ค.

TFG

150

38

0.68

30 มี.ค.- 29 ก.ย.

SAPPE

150

7.5

2.46

1 ก.ค.- 30 ธ.ค.

XO

135

38

9

2 เม.ย.- 1 ต.ค.

ASEFA

120

35

6.36

21 พ.ค.- 20 พ.ย.

TKN

100

20

1.45

10 เม.ย.- 9 ต.ค.

BA

90

24

1.14

1 เม.ย.- 30 ก.ย.

TACC

50

18

3

8 เม.ย.- 7 ต.ค.

III

50

10

1.64

27 พ.ค.- 26 พ.ย.

GENCO

45

112

10

10 เม.ย.- 9 ต.ค.

EKH

30

60

10

3 เม.ย.- 2 ต.ค.

PJW

23

20

3.5

7 เม.ย.- 30 ก.ย.

 

*** 3 บจ.ยกเลิกซื้อหุ้นคืน-ลดวงเงิน

ขณะที่มี 2 บจ.ได้ประกาศยกเลิกแผนการซื้อหุ้นคืนไปแล้ว เพื่อสำรองสภาพคล่อง ประกอบด้วย 1.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งประกาศซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 136 ล้านหุ้น สัดส่วน 4% วงเงินรวมไม่เกิน 1.6 หมื่นล้านบาท

2.บมจ.เอสพีซีจี (SPCG) ประกาศซื้อหุ้นคืน 14 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.44% วงเงินรวมไม่เกิน 250 ล้านบาท

นอกจากนี้ บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ประกาศลดเป้าหมายการซื้อหุ้นคืน เหลือไม่เกิน 11 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.2% วงเงินรวมไม่เกิน 45 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าซื้อหุ้นคืน 38 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.68% วงเงินรวม 150 ล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด