สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ประเด็นร้อน

| 18 ธันวาคม 2560 | 10:20

รายย่อย 8 หมื่นรายลุ้นระทึก! 11 บจ.จ่อถูกตะเพิดพ้นตลาดหุ้น

รายย่อย 8 หมื่นรายลุ้นระทึก! 11 บจ.จ่อถูกตะเพิดพ้นตลาดหุ้น

        การถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ด้วยสาเหตุขาดคุณสมบัติ จัดเป็นหายนะของนักลงทุน เพราะเท่ากับว่าเงินที่ลงทุนไปทั้งหมดอาจจะสูญสิ้นไปทันที น่ากลัวกว่าการติดดอยจากราคาหุ้นแบบเทียบไม่ได้ 
  "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลล่าสุดพบว่ามี บจ.ที่เข้าข่ายถึง 28 บริษัท

*** รายย่อย 80,909 รายลุ้นระทึก ตลท.ขีดเส้นตาย 11 บริษัท 
  ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า กลุ่ม 28 บจ.ที่เข้าข่ายถูกเพิกถอนฯ มี 11 บริษัทที่อยู่ในระยะสุดท้าย และหากแก้ไขไม่ทันกำหนด จะพิจารณาเพิกถอนบริษัทเหล่านี้ทันที 
  โดยมีอยู่ 3 ประเภท คือ 1.บริษัทที่ไม่ส่งงบการเงิน ประกาศ ณ วันที่ 14 พ.ย.60 มีทั้งสิ้น 7 บริษัทที่ไม่ส่งงบการเงินเกิน 180 วัน ซึ่ง ตลท.กำหนดให้นำส่งงบการเงินภายใน 180 วันหลังจากประกาศ โดยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่อง การเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2542 ระบุไว้ว่า บริษัทที่ไม่ส่งงบการเงินเกิน 180 วันจะถูกขึ้นเครื่องหมาย NC โดยต้องแก้ไขงบการเงินให้ได้ภายใน 180 วัน หากยังไม่ส่งตลาดหลักทรัพย์จะสั่งเพิกถอนหลักทรัพย์จากการเป็นบริษัทจดทะเบียน
  2. บริษัทที่ถูกประกาศเข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน (Non-Compliance : NC) ระยะที่ 3 มี 1 บริษัท ซึ่งต้องแก้ไขเหตุเพิกถอนภายใน 31 มี.ค.61
  3.บริษัทที่แก้ไขผลการดำเนินงานไม่ได้ภายในกำหนด (Non Performing Group : NPG) ระยะที่ 3 มี 3 บริษัท โดยต้องแก้ไขเหตุเพิกถอนภายใน 31 มี.ค.61 เช่นกัน
  ทั้งนี้ กลุ่มบริษัท NC และ NPG เลยกำหนดแก้ไขผลการดำเนินงานให้พ้นเหตุเพิกถอนระยะที่ 3 แล้วทั้งสิ้นตั้งแต่ 31 มี.ค.60 โดยตลาดหลักทรัพย์เตรียมดำเนินการเพิกถอนกลุ่มบริษัทดังกล่าวทันทีหากไม่สามารถแก้ไขผลการดำเนินงานได้ภายใน 31 มี.ค.61
  ซึ่ง 11 บริษัทข้างต้นมีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 80,909 ราย รายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้

ชื่อย่อหุ้น

สาเหตุถูกเพิกถอน

วันที่ ตลทประกาศ

ระยะเวลาแก้ไขให้ผลเหตุเพิกถอน

จำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย(ราย)

LVT

ไม่ส่งงบการเงิน

14 พ.ย.60

180 วันนับจากตลท.ประกาศ

3,414

CHUO

ไม่ส่งงบการเงิน

14 พ.ย.60

180 วันนับจากตลท.ประกาศ

1,169

IEC

ไม่ส่งงบการเงิน

14 พ.ย.60

180 วันนับจากตลท.ประกาศ

24,998

TUCC

ไม่ส่งงบการเงิน

14 พ.ย.60

180 วันนับจากตลท.ประกาศ

890

IFEC

ไม่ส่งงบการเงิน

14 พ.ย.60

180 วันนับจากตลท.ประกาศ

27,170

KC

ไม่ส่งงบการเงิน

14 พ.ย.60

180 วันนับจากตลท.ประกาศ

3,584

POLAR

ไม่ส่งงบการเงิน

14 พ.ย.60

180 วันนับจากตลท.ประกาศ

11,523

THL

NC ระยะ 3

6 มิ.ย.60

31 มี.ค.61

3,440

KTECH

NPG ระยะ 3

6 มิ.ย.60

31 มี.ค.61

2,933

WORLD

NPG ระยะ 3

6 มิ.ย.60

31 มี.ค.61

788

WR

NPG ระยะ 3

6 มิ.ย.60

31 มี.ค.61

1,000

อนึ่งตารางนี้มิได้หมายความว่า 11 บริษัทดังกล่าวจะถูกเพิกถอนอย่างแน่นอน แต่เป็นบจ.ที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนฯ เท่านั้น 

*** ตลท.ส่งสัญญาณเอาจริง
  
"สันติ กีระนันท์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. ระบุว่า กลุ่มบจ.ดังกล่าวควรเร่งแก้ไขให้พ้นเหตุเพิกถอน เพราะหลายบริษัทถูกพักการซื้อขายมาเป็นเวลานานเกินไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาเพิกถอน บจ.ราว 10 แห่ง ที่ยังไม่สามารถแก้ไขเหตุเพิกถอนได้ ซึ่งหลายบริษัทเลยกำหนดระยะเวลาที่ต้องแก้ไขหลายรอบ แต่ยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น
  ทั้งนี้ในปี 2560 มี 1 บริษัทที่ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ คือ บมจ.บางกอกรับเบอร์ (BRC) เมื่อ 28 ก.ย.60 เนื่องจากผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นหรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้องเกิน 3 ปี ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ และถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์

*** วงการแนะ"เชือดไก่ให้ลิงดู"
  แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุน ให้ความเห็นว่า ตลท.ควรมีมาตรการลงโทษที่เข้มข้นขึ้น สำหรับบจ.ที่ไม่มีความตั้งใจจริง หรือละเลยในการแก้ไขเหตุเพิกถอน โดยควรมีคณะทำงานติดตามการแก้ไขเหตุเพิกถอนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน รวมไปถึงกำหนดกรอบเวลาในการแก้ไขให้ชัดเจนและเคร่งครัด 
  "ทุกวันนี้มักจะใช้ดุลยพินิจในการผ่อนผันขยายเวลาไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ครบกำหนดตามเกณฑ์แล้ว แต่ก็ไม่ได้เพิกถอนตามที่ประกาศไว้ ซึ่งบริษัทเหล่านั้นก็ไม่กระตือรือร้นที่จะแก้ไข ทางที่ถูกต้องคือหากบริษัทไม่สามารถกำเนินการได้ตามกำหนดควรเพิกถอนทันที"

*** ข่าวดี 5 บริษัทยื่นขอพ้นเหตุเพิกถอนแล้ว 
  
อย่างไรก็ตามในกลุ่ม 28 บริษัทที่ติดเครื่องหมาย NC มี 7 รายได้ยื่นขอพ้นเหตุอาจถูกเพิกถอนแล้ว ได้แก่
  1.บมจ.ยงไทย (YCI) โดยมีส่วนผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ปี 59 ที่ 132.86 ล้านบาท ขณะที่ 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 119.12 ล้านบาท มีหนี้สินต่อทุนลดลงเหลือ 0.55 เท่า จากสิ้นปี 59 ที่ 1.58 เท่า และมีอัตราส่วนสภาพคล่องดีขึ้นจาก 0.09 เท่า ณ สิ้นปี 59 เป็น 0.55 เท่า ณ ไตรมาส 3/60
  2.บมจ.เอ็นเอฟซี (NFC) โดยมีส่วนผู้ถือหุ้นเป็นบวกตั้งแต่ปี 58 ซึ่ง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 831.85 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการก็มีกำไรตั้งแต่ปี 58 เช่นกัน 
  3.บมจ.ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล (POMPUI) ส่วนผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวกตั้งแต่ปี 59 โดย ณ 9 เดือนแรกปี 60 อยู่ที่ 144.21 ล้านบาท โดยผลประกอบการมีกำไรต่อเนื่องตั้งแต่ปี 58
  4.บมจ.ซาฟารีเวิร์ล (SAFARI) ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ 1,720 ล้านบาท โดยปัจจุบันเหลือหนี้สินรวมประมาณ 897.12 ล้านบาท ซึ่งสามารถชำระได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารเจ้าหนี้กำหนด ขณะที่ผลประกอบการก็ดีขึ้นต่อเนื่องปี 59 พลิกกำไร 112.03 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไร 170.01 ล้านบาท 
  5.บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) ผลประกอบการดีขึ้นต่อเนื่องหลังเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ มีกำไรตั้งแต่ปี 58 ล่าสุด ณ ไตรมาส 3/60 กำไรสุทธิ 136.70 ล้านบาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด