ประเด็นร้อน

| 30 ตุลาคม 2560 | 10:11

เปิดโผ 20 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ กูรูเตือนระวังแรงเทขายทำกำไร

       "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลการซื้อขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับตัวขึ้นทะลุ 1,600 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่ง 
  โดยแรงหนุนสำคัญคือการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ซึ่งในวันดังกล่าวนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิถึง 4,821.10 ล้านบาท จากก่อนหน้านั้นที่เป็นการขายมากกว่าซื้อในปริมาณไม่มากนัก สะท้อนจากตัวเลขการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีจนถึง 28 ส.ค.60 มีสถานะเป็นขายสุทธิ 4,661.13 ล้านบาท

*** เปิดสถิติ 34 วัน ฝรั่งซื้อ 2.26 หมื่นลบ. สูงสุดรอบ 1 ปี
  ที่สำคัญหลังจาก 29 ส.ค.เป็นต้นมานักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้หุ้นไทยสามารถทะยานเหนือ 1,700 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.60 โดยใช้เวลาเพียง 34 วันทำการเท่านั้น โดยมีมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.-16 ต.ค.60 รวมทั้งสิ้น 22,607.24 ล้านบาท เป็นยอดซื้อสุทธิสูงสุดในรอบ 1 ปี หากคิดแบบเดือนต่อเดือน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีถึง 16 ต.ค.60 พลิกกลับมาเป็นบวก 17,946.11 ล้านบาท

*** หุ้นพลังงาน-แบงก์ เสน่ห์แรง สวนทางวัสดุก่อสร้าง-สื่อ 
  สำหรับเครื่องมือที่สะท้อนการลงทุนของต่างชาติมากที่สุดก็คือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย(NVDR) จัดตั้งขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ไทย แต่ไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์นั้นได้ เพราะมีการควบคุมสัดส่วนการถือครองหหลักทรัพย์ของคนต่างด้าว
  โดยข้อมูลที่ใช้อ้างอิงเป็นการซื้อขายหุ้นสามัญของ NVDR ซึ่งมีสัดส่วนถึง 45% เทียบกับยอดการซื้อขายตราสารทุนไทยทุกประเภทของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด 
  ทั้งนี้พบว่าช่วงระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-16 ต.ค.60 หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกซื้อสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ 
  1.พลังงานและสาธารณูปโภค มูลค่ารวม 1.96 หมื่นล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 39 บริษัท
  2.ธนาคาร มูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 11 บริษัท
  3.พาณิชย์ มูลค่ารวม 6,270.19 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 23 บริษัท
  4.พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ารวม 5,928.64 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 54 บริษัท 
  5.ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ มูลค่ารวม 5,074.45 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 14 บริษัท
  ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 
  1.วัสดุก่อสร้าง มูลค่า 1,775.17 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 11 บริษัท
  2.สื่อและสิ่งพิมพ์ มูลค่า 118.49 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 15 บริษัท
  3.เหล็ก มูลค่า 61.50 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 24 บริษัท
  4.บรรจุภัณฑ์ มูลค่า 58.20 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 29 บริษัท 
  5.วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร มูลค่า 26.07 ล้านบาท มีบริษัทที่ถูกซื้อขายจำนวน 21 บริษัท

*** เปิดโผ 20 หุ้นต่างชาติไล่เก็บ-ขายทิ้ง มากสุด
  สำหรับหุ้นที่ NVDR ซื้อสูงสุดช่วงระหว่างวันที่ 29 ส.ค.-16 ต.ค.60 ได้แก่ บมจ.ปตท. (PTT) มียอดซื้อสุทธิ 8,040.97 ล้านบาท ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว 8.63% 
  โดยหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดในกลุ่มนี้คือ บมจ.โรบินสัน(ROBINS)บวกไป 28.44% มียอดซื้อสุทธิของ NVDR สูงสุดเป็นอันดับ 16 มูลค่ารวม 1,214.11 ล้านบาท
  ส่วนหุ้นที่ถูกขายมากที่สุดได้แก่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) มียอดขายสุทธิ 2,152.93 ล้านบาท อย่างไรก็ตามช่วงเวลาดังกล่าวราคาหุ้นยังสามารถปรับตัวบวกได้ 2.47%
  ขณะที่ บมจ.บางกอก เดค-คอน (BKD) เป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงสูงสุดในกลุ่มนี้ -4.22% มีสถานะของ NVDR เป็นขายสุทธิ 78.33 ล้านบาท

20 อันดับหุ้นที่ถูกซื้อขายโดย NVDR ระหว่างวันที่ 29 ..-16 ..60

หุ้นที่ถูกซื้อสูงสุด

หุ้นที่ถูกขายสูงสุด

ลำดับ

ชื่อย่อหุ้น

มูลค่า (ลบ.)

การเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น

ชื่อย่อหุ้น

มูลค่า (ลบ.)

การเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น

1

PTT

8,040.97

8.63

SCC

-2,152.93

2.47

2

SCB

5,402.31

4.50

AOT

-536.90

13.40

3

KBANK

4,388.18

8.50

GL

-387.65

23.46

4

PTTGC

3,915.11

8.22

HANA

-326.14

8.57

5

CPALL

2,938.53

15.64

EGCO

-293.60

2.2

6

TOP

2,419.41

12.81

KTC

-292.79

6.25

7

BBL

1,801.88

6.28

CBG

-280.04

42.59

8

IRPC

1,780.52

12.71

MEGA

-247.90

30.65

9

PTTEP

1,753.53

8.45

PSL

-239.78

6.42

10

BDMS

1,417.31

5.34

WORK

-181.92

23.72

11

ADVANC

1,364.95

6.49

UNIQ

-178.62

5.62

12

MINT

1,328.56

5.73

SVI

-165.78

5.88

13

GLOW

1,273.72

8.46

THCOM

-153.83

19.18

14

CPN

1,227.92

17.45

GPSC

-143.16

48.03

15

BEM

1,227.01

2.55

MC

-118.40

13.04

16

ROBINS

1,214.11

28.44

BEC

-95.78

6.06

17

KCE

1,213.63

12.43

CPF

-91.54

1.92

18

INTUCH

1,175.65

5.73

TTCL

-87.78

-1.22

19

IVL

1,164.65

18.30

BKD

-78.33

-4.22

20

BH

1,152.41

6.64

TCAP

-77.71

14.59

 

*** กูรูเตือนระวังแรงขายทำกำไร แนะเล่นสั้นเท่านั้น
  อย่างไรก็ตาม "มงคล พ่วงเภตรา" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ให้ระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ต่างชาติซื้อหรือขายมากๆ เพราะหลังจากที่ดัชนีขึ้นไปทำจุดสูงสุดเมื่อ 17 ต.ค.60 ก็มีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม TOP 10 ที่ถูกซื้อช่วงขาขึ้น
  "ให้ระมัดระวังหากจะลงทุนตามเทรนด์ของต่างชาติ เพราะเริ่มมีแรงขายทำกำไรออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก กลยุทธ์ให้เก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น เพราะหุ้นส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้อัพไซด์เริ่มจำกัด สังเกตได้จากกลุ่มท็อปที่ถูกซื้อช่วงขาขึ้นเริ่มโดนเทขาย ส่วนหุ้นที่ถูกขายไปมาก ๆ ก่อนหน้านี้ หลายบริษัทก็ยังถูกขายต่อ ขณะที่แนวโน้มในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ต่างชาติก็มีโอกาสขายทำกำไรต่อ เพราะระดับดัชนีหุ้นไทยปัจจุบันซื้อขายบน P/E ที่ไม่ถูกอีกต่อไปแล้ว"
  ด้าน "วิจิตร อารยะพิศิษฐ" ผู้อำนวยการ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) แนะนำกลยุทธ์ให้เลือกสะสมหุ้นที่มีนักลงทุนต่างชาติซื้ออย่างต่อเนื่องแต่ราคาหุ้นยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก 
  “วิธีเล่นหุ้นในกลุ่มนี้ให้เลือกดูบริษัทที่มีแนวโน้มผลประกอบการดี NVDR เข้าซื้อต่อเนื่อง แต่ราคายังอยู่ที่เดิมหรือขยับไม่มาก เป็นสัญญาณของการสะสมหุ้นเพื่อการเติบโตในระยาว ต่างจากกลุ่มที่ซื้อมากก็ขึ้นมาก พอขายราคาก็ตกฮวบ นั่นเป็นลักษณะการเล่นระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ ”

*** เปิดสถิติตั้งแต่ 17-27 ต.ค. ต่างชาติขายออกต่อเนื่อง 
  ทั้งนี้ จากข้อมูลการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ 17-27 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีสถานะเป็นขายสุทธิถึง 11,989.04 ล้านบาท ทำให้ล่าสุดเหลือยอดซื้อสุทธิเพียง 5,957.07 ล้านบาท (year to date)
ส่วนหุ้นในกลุ่ม TOP 20 ที่ถูกซื้อจาก NVDR ช่วง 29 ส.ค.-16 ต.ค.60 กลับมีแรงเทขายออก เช่น PTT ถูกขายช่วง 17-27 ต.ค.60 จำนวน 1,261.50 ล้านบาท หรือ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ก็ถูกขายออก 799.27 ล้านบาท ราคาปรับตัวลดลง 3.08% ส่วน SCC ก็ยังถูกขายออกอีก 576.51 ล้านบาท ราคาปรับตัวลดลง 1.2% โดยหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงสูงสุดในรอบ 8 วันทำการหลังคือ บมจ.จีเอฟพีที (GFPT) -9.64% โดย NVDR ขายออกทั้งสิ้น 158.75 ล้านบาท

20 อันดับหุ้นที่ถูกซื้อขายโดย NVDR ระหว่างวันที่ 17 .. - 27 ..60

หุ้นที่ถูกซื้อสูงสุด

หุ้นที่ถูกขายสูงสุด

ลำดับ

ชื่อย่อหุ้น

มูลค่า (ลบ.)

การเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น

ชื่อย่อหุ้น

มูลค่า (ลบ.)

การเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น

1

KKP

960.67

3.41

PTT

-1,261.50

-2.80

2

IVL

809.07

1.10

BBL

-799.27

-3.08

3

CPALL

667.76

-0.36

KTB

-753.14

-5.67

4

AOT

449.01

-1.27

SCC

-576.51

-1.20

5

KCE

416.88

0.77

TU

-344.73

-1.61

6

BH

364.62

0.44

TMB

-291.1

-1.53

7

LH

331.21

2.88

PTTEP

-289.18

-8.06

8

PTTGC

319.49

1.52

IRPC

-272.14

-2.26

9

CBG

306.44

9.09

CPF

-241.29

-2.83

10

BDMS

256.10

-0.92

SCB

-224.89

-2.65

11

KBANK

250.19

-1.84

PSL

-223.14

-1.72

12

BEM

212.75

-0.62

DELTA

-170.44

0.29

13

TCAP

200.45

2.36

CPN

-165.35

-2.17

14

AP

193.66

5.36

GFPT

-158.75

-9.64

15

TOP

188.73

-0.97

TASCO

-152.08

-3.04

16

TPIPP

176.97

0.63

BEAUTY

-119.86

9.52

17

ESSO

164.10

1.32

TISCO

-119.61

2.02

18

SPALI

148.04

-

GPSC

-102.37

9.78

19

MINT

129.72

3.01

WORK

-96.87

16.22

20

GLOW

121.87

2.79

INTUCH

-90.92

-3.33

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด