ประเด็นร้อน

| 2 ตุลาคม 2560 | 10:35

ตลาดตั๋ว B/E ซบเซาหนัก! พิษเบี้ยวหนี้ลุกลาม

             "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลการออกตั๋วเงินระยะสั้น(B/E)ปีนี้ พบ 8 เดือนยอดลดลง 37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหลือเพียง 3.5 แสนล้านบาท หลังนักลงทุนหลอนผู้ออกเบี้ยวหนี้ เผยขายยากขึ้น ผู้ซื้อเริ่มเขี้ยว ต้นทุนพุ่ง ส่วนบจ.ที่ออก B/E แห่ลดสัดส่วนลง หันออกหุ้นกู้แทน วงการหวั่นกระทบรายเล็กหมุนเงินไม่ทัน ทำสภาพคล่องเหือดหาย จับตา ต.ค.นี้มี B/E ครบกำหนดไถ่ถอนอีก 5.3 หมื่นล้านบาท

*** เปิดสถิติ 8 เดือนแรก ตั๋วบี/อี ลดฮวบ 37% 
   “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ข้อมูลการออกตราสารหนี้ระยะสั้นประเภทตั๋วแลกเงิน (B/E) ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือน ส.ค.60 อยู่ที่ราว 3.5 แสนล้านบาท ลดลงถึง 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการออกตัวบี/อี ระดับ 4.8 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันจำนวนผู้ออกตั๋วบี/อีก็ลดลงเหลือ 131 บริษัท จากปีก่อนที่ 193 บริษัท รวมไปถึงผู้ออกหน้าใหม่ก็ลดลงเหลือเพียง 12 บริษัท จากปีก่อน 34 บริษัท

*** ต้นทุนพุ่ง หลังนักลงทุนเริ่มเขี้ยว หวั่นโดนเบี้ยว
   "อริยา" กล่าวต่อไปว่า สาเหตุสำคัญที่เอกชนออกตั๋วบี/อี ลดลง เนื่องจากต้นทุนของผู้ออกสูงขึ้น เพราะนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการผิดชำระหนี้ ซึ่งได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จากหลายบริษัทมูลค่ารวมหลายพันล้านบาท 
   "ปัญหาการผิดชำระหนี้ที่ลุกลามก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้ลงทุนเริ่มคิดเยอะขึ้น เขี้ยวมากขึ้น เช่น มีการเรียกร้องสินทรัพย์ค้ำประกัน หรือขอเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ผู้ออกตราสารประเภทนี้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ขายได้ยากขึ้น จึงทำให้จำนวนการออกตั๋วบี/อี ลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ"
   ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนรายหนึ่ง เปิดเผยเช่นกันว่า ยุคเฟื่องฟูของการออกตั๋วบี/อี เพื่อใช้เป็นเงินทุนระยะสั้นได้จบไปแล้ว จากนี้ไปผู้ประกอบการต้องหันไปพึ่งการกู้แบงก์ หรือ ออกหุ้นกู้แทน เพราะผู้ซื้อเริ่มไม่เชื่อมั่นกับตราสารหนี้ประเภทนี้อีกต่อไป 
   "กลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะพวกสถาบันได้มีการปรับนโยบายการลงทุนตั๋วบี/อี กันยกใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา การขายตั๋วบี/อีจะไม่ง่ายอีกต่อไป เพราะฝั่งผู้ซื้อเริ่มใช้เหตุผลเกี่ยวกับความเสี่ยงผิดชำระหนี้มาเพิ่มอำนาจต่อรอง ต้องมีการเรียกร้องมากขึ้น ที่แน่ๆ ก็คือการขึ้นดอกเบี้ย"

*** บจ.แห่ลดสัดส่วนการระดมทุนจากตั๋วบี/อี
   “สมพล เอกธีรจิตต์” กรรมการผู้จัดการ บมจ.ลีซ อิท (LIT) ระบุว่า บริษัทได้ลดสัดส่วนการใช้ตั๋วบี/อีเพื่อระดมเงินทุนระยะสั้นเหลือเพียงไม่ถึง 100 ล้านบาท จากต้นปีที่ 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่จะเน้นใช้หุ้นกู้ในการระดมทุน 
 "ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลในการจะซื้อตั๋วบี/อีเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ที่จะออกขายได้ยากขึ้น แต่ของ LIT ไม่ได้มีปัญหาดังกล่าว การลดใช้ตั๋วบี/อี เพราะต้องการปรับสัดส่วนแหล่งเงินทุนมากกว่า ซึ่งตอนนี้เราสามารถขายหุ้นกู้ได้แล้ว"
   ขณะที่ “ชูชาติ เพ็ชรอำไพ” ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) ที่เผยว่า ปัจจุบันมียอดตั๋วบี/อีคงเหลือเพียง 3,610 ล้านบาท จากปกติที่จะใช้ตราสารประเภทนี้กว่าหมื่นล้านบาท สาเหตุที่ลดลงเพราะมีช่องทางในการระดมทุนด้วยวิธีอื่นมากยิ่งขึ้น เช่น หุ้นกู้ ขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทมีกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามระบุว่ายังคงจะใช้ตั๋วบี/อีเพื่อบริหารสภาพคล่องระยะสั้น แต่คงอยู่ในสัดส่วนที่ไม่มากนัก แล้วแต่ช่วงเวลา 
   "เราไม่มีปัญหาเรื่องการขายตั๋วบี/อี ถ้าออกก็มีผู้ซื้อพร้อมลงทุน เพราะเครดิตเราดีตลอด ไม่เคยผิดชำระ ขนาดเป็นหมื่นล้านยังไม่เคยมีปัญหาเลย แต่ที่ลดเพราะเราสามารถใช้ช่องทางระดมทุนอื่นที่มีระยะเวลาการชำระหนี้และต้นทุนที่ดีกว่าแทน"
   ขณะที่ “ธิดา แก้วบุตตา” ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) กล่าวกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ปัจจุบันบริษัทมียอดตั๋วบี/อี คงค้าง 2,415 ล้านบาท สัดส่วนลดลงเหลือเพียงไม่ถึง 10% จากช่องทางการระดมเงินทุนทั้งหมด จากก่อนหน้านี้ที่มีสัดส่วนราว 25% สาเหตุที่ปรับลดลงเนื่องจากปรับนโยบายการหาแหล่งเงินทุน เพราะตั๋วบี/อี เป็นแหล่งทุนระยะสั้น ซึ่งลูกหนี้ของบริษัทเป็นระยะยาว ดังนั้นต้องเลือกใช้แหล่งเงินให้เหมาะสม เช่นหุ้นกู้ ส่วนบี/อีจะใช้เป็นเครื่องมือในการเสริมสภาพคล่องมากกว่า 
   ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาด้านการออกตั๋วบี/อี เพราะที่ผ่านมารักษาเครดิตได้ในระดับที่ดีเสมอ ส่วนปัญหาการผิดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นอาจจะส่งผลกระทบให้บางบริษัทออกตั๋วบี/อี ได้ยากขึ้น เพราะนักลงทุนจะพิจารณารายละเอียดและตัวผู้ออกมากยิ่งขึ้น
   ด้าน “อนาวิล จิรธรรมศิริ” ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) ระบุว่า ขณะนี้บริษัทได้ชำระหนี้ตั๋วบี/อีจนหมดแล้ว จากต้นปีที่มีอยู่กว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งโดยธุรกิจใหม่ (พลังงานทางเลือก) สามารถใช้โปรเจ็กไฟแนนซ์จากธนาคารได้ หลังจากนี้จะใช้ช่องทางการกู้และอาจจะมีการพิจารณาใช้หุ้นกู้เป็นช่องทางการระดมทุนแทน เนื่องจากตั๋วบี/อีมีระยะเวลาชำระคืนสั้น และมีปัญหาความกังวลการผิดชำระหนี้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในบริษัท เหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้

*** หวั่นบริษัทขนาดเล็กขาดสภาพคล่อง
   แหล่งข่าวผู้บริหารรายเดิม เพิ่มเติมว่า "สิ่งที่น่ากังวลคือบริษัทขนาดเล็กที่ต้องการเงินทุนระยะสั้นจะมีปัญหา เพราะการเลือกออกตราสารหนี้ประเภทนี้สาเหตุหลักมาจากบริษัทมีหนี้ระดับหนึ่งแล้วจึงกู้แบงก์ได้ยากขึ้น  ซึ่งก่อนหน้านี้บี/อีตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการเงินมาหมุนใช้ในธุรกิจระยะสั้น แต่พอเกิดปัญหาการผิดชำระหนี้ ผู้ลงทุนก็จะเลือกซื้อแต่บี/อีที่ออกโดยบริษัทขนาดใหญ่หรือบริษัทที่มีเครดิตดี ส่วนรายเล็กๆ ยิ่งเป็นหน้าใหม่จะขายได้ยากขึ้น หรือถ้าจะไปออกหุ้นกู้ดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้น รวมถึงยังมีภาระต้องไปทำเรทติ้งซึ่งมีต้นทุนพอสมควร 
        นอกจากนี้ ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่ใช้ตั๋วบี/อี เพื่อรักษาสภาพคล่องในการบริหารธุรกิจ บางบริษัทมีเงินกู้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของสินทรัพย์ด้วย ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงมาก เพราะหากเกิดปัญหาไม่สามารถระดมทุนผ่านบี/อีได้ก็อาจกระทบไปถึงหนี้ก้อนอื่นที่ครบกำหนดชำระ หรือเกิดเหตุการณ์หมุนเงินไม่ทันนั่นเอง"
   “ประกิต สิริวัฒนเกตุ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย ระบุว่า ปัญหาการออกตั๋วบี/อี ยากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ซ้ำขึ้นอีกได้ เพราะโอกาสการขายบี/อีใหม่เพื่อต่ออายุ(Roll over)อาจจะทำได้ยากขึ้น ซึ่งกดดันให้บริษัทต้องเตรียมเงินสดสำหรับรองรับการไถ่ถอน และส่งผลต่อเนื่องไปยังสภาพคล่องของบริษัทที่ไม่มีเงินสดรองรับ
   ขณะเดียวกันประเมินว่าหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ถี่มากขึ้น กังวลว่าอาจลุกลามไปยังตราสารหนี้อื่นๆ ทั้งที่มีเรทติ้งและไม่มีเรทติ้งในระบบทั้งหมด เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่หายไป แม้จะออกตราสารหนี้ที่มีเรตติ้งแต่ก็อาจไม่มีผู้ซื้อ และจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในอนาคต

*** จับตาเกณฑ์ใหม่ ก.ล.ต. ซ้ำเติมการออกตั๋วบี/อี
   “อุษณีย์ ลิ่วรัตน์” นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า เกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ที่จะคุมเข้มการออกและจำหน่ายตั๋วบี/อี อาจจะส่งผลให้การออกตั๋วบี/อีลดลงได้อีก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในไตรมาส 4 นี้ 
 "ตอนนี้การออกตั๋วบี/อีเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหาก ก.ล.ต.ประกาศใช้เกณฑ์ใหม่เมื่อไหร่ จะส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นอีก เพราะเกณฑ์ใหม่จะควบคุมผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น โดยสาระสำคัญหลักคือการขายบี/อีในวงจำกัด(PP) ต้องเป็นนักลงทุนสถาบันเท่านั้น เท่ากับว่าจะถูกจำกัดกลุ่มผู้ซื้อให้ลดลงไปอีก"

*** ส่องตั๋วบี/อีใกล้ครบกำหนด ต.ค.นี้ 53,469 ล้านบาท 
   ข้อมูลล่าสุด (สิ้นสุด 29 ก.ย.60) มีตั๋วบี/อีที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือน ต.ค.นี้ มูลค่ารวม 53,469 ล้านบาท สูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จำนวน 8,000 ล้านบาท 2.บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) จำนวน 5,500 ล้านบาท และ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) จำนวน 3,020 ล้านบาท
   ขณะที่ข้อมูลยอดคงค้างตราสารหนี้ระยะสั้นล่าสุดมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2.6 แสนล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนตั๋วบี/อี กว่า 80% โดยมีบริษัทจดทะเบียนที่ออกตั๋วบี/อีและยังมีสถานะคงค้าง 73 บริษัท มูลค่ารวม 152,137 ล้านบาท ดังนี้

ชื่อย่อหุ้น

จำนวนที่ออก (ชุด)

มูลค่า (ลบ.)

วันครบกำหนดไถ่ถอน

BTS

30

18,765

..60 - มี..61

CPF

10

18,400

..60 - เม..61

LHBANK

30

17,534

..60 - ..61

THANI

67

8,965

..60 - มี..61

TISCO

34

8,275

..60 - มี..61

TRUE

1

8,000

..60

SIRI

31

4,990

..60 - มี..61

MBKET

8

4,500

..60 - มี..61

BANPU

1

4,300

..60

MTLS

45

3,610

..60 - มี..61

CK

6

3,600

..60 - มี..61

AP

3

3,100

..- ..60

SPALI

4

3,000

..60-..61

SC

25

2,845

..60 - มี..61

CPN

3

2,500

..60

WHA

9

2,500

..60-มี..61

SAWAD

19

2,415

..60 - เม..61

BJC

2

2,400

..- ..60

ROJNA

25

2,308

..60 - มี..61

KTC

10

2,000

..-..60

QH

2

2,000

..60

KGI

8

1,860

..- ..60

ITD

13

1,340

..60 - มิ..61

MAJOR

2

1,300

..60-..61

RATCH

1

1,300

..60

TTCL

7

1,240

..60 - มี..61

GUNKUL

15

1,210

..60 - มี..61

ESSO

1

1,000

..60

KSL

2

1,000

..-..61

MBK

2

1,000

..60

ASP

3

800

..60

PL

5

800

..60 - มี..61

SAMART

6

740

..- ..60

TFG

8

738

..60-..61

UV

4

710

..60-..61

ORI

9

700

..60 - ..61

NOBLE

8

694

..60 - เม..61

TPIPL

6

630

..60-มี..61

JMART

11

587

..60 - มี..61

JMT

4

550

..60 - ..61

LALIN

5

480

..60 - มี..61

TIPCO

1

450

..60

DIGI

1

440

มิ..61

EA

4

400

..-มี..61

SENA

4

400

..- ..60

SF

2

400

..60

GRAND

3

398

..- ..60

MK

8

390

..60 - มี..61

CGD

5

350

..60 - ..61

FPI

4

350

..- ..60

EPCO

3

300

..60 - มี..61

INET

5

300

..60-มี..61

EARTH

11

285

..-..60

CFRESH

3

280

..-..60

VIBHA

3

260

..-..60

MALEE

5

250

..- ..60

MIDA

2

250

..60-..61

BRR

7

240

..60 - ..61

SINGER

3

240

..-..60

PF

2

195

..- ..60

S11

5

195

..60-มี..61

A

9

152

..60 - ..61

CCP

2

150

..-..60

SAMTEL

1

150

..60

KCAR

1

100

..60

CHEWA

2

93

..-..60

LIT

2

88

..-..60

AJD

1

85

..60

ABC

1

70

..60

SGP

1

50

..60

TVD

1

50

..60

ALT

1

45

..60

WAVE

1

45

..60

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด