ประเด็นร้อน

| 25 กันยายน 2560 | 10:27

17 หุ้นไร้หนี้-เงินสดล้น ลงทุนอุ่นใจ ลุ้นสตอรี่ใหม่ดันราคา

         ระยะหลังปัญหาหนี้สินของบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไม่น้อย ต้นเหตุเกิดจากบางบริษัทไม่สามารถชำระนี้ได้ตามกำหนด เลยเถิดและลุกลามตามมาอีกหลายราย ถึงขั้นเบี้ยวหนี้กันเลยก็มี ส่งผลกระทบมากมายตามมาเป็นลูกโซ่ สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนจำนวนมาก 
  แต่ในทางกลับกันยังมีอีกหลายบริษัท ที่สร้างความอุ่นใจให้กับนักลงทุนได้ในช่วงที่ผ่านมา เพราะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับหนี้สิน และเป็นกลุ่มบริษัทที่เรียกได้ว่าไม่มีหนี้สินเลยก็ไม่ผิดนัก
  โดยจากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ ระบุว่า เงื่อนไขสำคัญในการคัดกรองหา "หุ้นไร้หนี้" คือต้องเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สินอันมีภาระดอกเบี้ย ซึ่ง "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"ทำการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันมีทั้งสิ้น 17 บริษัท ประกอบด้วย

 

ชื่อย่อหุ้น

หนี้สินต่อทุน

(เท่า)

เงินสด

(บาท)

%FreeFloat

ปันผลต่อเนื่อง

(ปี)

Div. Yield

(%)

ราคาหุ้น

(บาท)

P/E

(เท่า)

AHC

0.19

224.29

46.79

>10

2.45

25.75

28.59

APCO

0.08

166.19

28.61

6

3.39

1.27

31.01

COMAN

0.17

184.62

30.56

1

0.72

7.10

37.66

EE

0.01

12.83

39.33

-

n/a

1.03

n/a

EKH

0.09

92.28

56.35

1

1.64

6.10

52.24

M

0.14

136.4

21.26

4

3.46

60.50

24.31

PCSGH

0.07

1,333.15

24.14

4

3.43

7.00

20.74

PR

0.06

8.51

50.69

>10

3.11

69.50

15.98

SAUCE

0.12

 236.09

17.16

>10

4.91

23.40

20.41

SHANG

0.07

 1,210.53

15.63

>10

2.92

68.50

15.08

STANLY

0.15

 1,537.74

40.09

>10

2.25

222.00

12.86

TH

 0.04

15.94

61.96

-

n/a

0.72

n/a

TIW

 0.05

102.76

17.01

>10

0.68

147.00

73.97

TOPP

0.19

 144.86

15.01

>10

2.27

227.00

11.48

TPCORP

0.11

 136.15

22.84

>10

8.76

19.40

11.67

UEC

0.11

117.47

58.85

>10

2.89

2.42

82.05

WG

0.16

 615.43

57.75

9

3.33

150.00

15.10

 

        ทั้งนี้ แม้ทุกบริษัทจะมียังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน แต่เกิดจากหนี้อื่นๆ ที่ไม่ต้องมีภาระดอกเบี้ย เช่น หนี้สินการค้า หนี้สินหมุนเวียน และหนี้สินไม่หมุนเวียนเป็นต้น 
  นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ให้ความเห็นว่า ในทางบัญชีทุกบริษัทต้องมีหนี้สิน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งในเชิงการวิเคราะห์ให้ความสำคัญกับหนี้สินที่เกิดจากการกู้และมีภาระดอกเบี้ย ซึ่งหากไม่มีหนี้ในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สิน

*** พบ 3 หุ้นไร้หนี้ชั้นเลิศ
  การไม่มีหนี้ถือเป็นลาภอันประเสริฐก็จริงอยู่ แต่บริษัทต้องมีการเติบโตด้วย ที่สำคัญต้องให้ผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอ 
  "ประกิต สิริวัฒนเกตุ" ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ระบุว่า ลักษณะของหุ้นที่ไม่มีหนี้สินและโดดเด่นทางพื้นฐานต้องประกอบด้วย กำไรมีการเติบโต มีการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 3% ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี และต้องมีสภาพคล่องเพียงพอ 
  จากข้อมูลข้างต้นพบว่ามี 3 บริษัทที่อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว ได้แก่
  1.บมจ.เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M)รายงานกำไรครึ่งปีแรก 1,228.13 ล้านบาท เติบโต 16.13% จากปีก่อน ซึ่งตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 15 ส.ค.56 ก็จ่ายเงินปันผลมาอย่างต่อเนื่องทุกปีเฉลี่ยอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend yield) 3.46% 
  2.บมจ.พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 311.36 ล้านบาท เติบโต 74.21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราการจ่ายเงินปันผล 3.43% และจ่ายสม่ำเสมอต่อเนื่องมา 4 ปี นอกจากจะไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยแล้ว ยังมีเงินสดสูงถึง 1,333.15 ล้านบาท
  3.บมจ.เพรซิเดนท์ไรซ์โปรดักส์ (PR)มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 290.08 ล้านบาท เติบโต 4.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเติบโตในอัตราที่ไม่สูงมาก แต่เติบโตต่อเนื่องมา 4 ปี ขณะเดียวกันจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย 3.11%

*** 3 รายเป้าหมายโบรกเชียร์ "ซื้อ"
  ทั้งนี้ในบรรดาหุ้นไร้หนี้ 17 บริษัทข้างต้น พบว่ามี 3 รายที่ได้รับความสนใจจากบรรดานักวิคราะห์หลักทรัพย์ และแนะนำให้ "ซื้อลงทุน" ประกอบด้วย
  1.บมจ.เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) บทวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อการบริหารจัดการวัตถุดิบได้ดีและส่งผลบวกต่อการดำเนินงานให้ปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 68 บาท
  ขณะที่ บทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า M มีศักยภาพสูงในการแข่งขัน ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ในการการปรับแนวทางในการทำธุรกิจให้ทันสมัยเสมอ ส่งผลให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานและฐานะการเงินแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E เพียง 24.31 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 27.90 เท่า แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 65 บาท
  2.บมจ.ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) บทวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยกให้เป็น Top pick ของกลุ่มจากปริมาณงานใหม่เข้ามาต่อเนื่อง และบริษัทมีประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนต่างๆ ได้โดดเด่น ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายทางการเงิน แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 230 บาท
  เช่นเดียวกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า STANLY มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมีเงินสดในมือและเงินลงทุนระยะสั้นสูงถึง 5,300 ล้านบาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย P/E ถูกที่ 11-12 เท่า มี P/BV 1.2 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 4.7 เท่า และมีอัตราเงินปันผลตอบแทน 2.5% แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 235 บาท
  3.บมจ.โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล (COMAN) บทวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก คาดว่ากำไรสุทธิผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน Q2/60 และคาดกำไร H2/60 จะเติบโตอย่างมีนัยจากการขยายงานอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศและเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ประกอบกับบริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่งรองรับการเติบโตได้อีกมาก แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 8.16 บาท

*** ไร้หนี้-เงินสดสูง คือเป้าหมายเทกโอเวอร์
  อย่างไรก็ตามแม้หุ้นที่ไร้หนี้จะมีความเสี่ยงต่ำแต่ก็อาจจะมีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน 
  "มงคล พ่วงเภตรา" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ข้อควรสังเกตุและระมัดระวังสำหรับนักลงทุนคือบริษัทที่ไม่มีภาระหนี้สินและมีเงินสดจำนวนมาก อาจจะตกเป็นเป้าหมายในการถูกซื้อกิจการ โดยเฉพาะบริษัทที่มีฟรีโฟลทสูงย่อมตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย เพราะผู้ซื้อสามารถกว้านซื้อหุ้นในกระดานได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอดีตที่ผ่านมา 

         ทั้งนี้จากข้อมูลข้างต้นพบว่ากลุ่มบริษัทที่มีเงินสดสูง 3 อันดับแรกได้แก่ 
  1.บมจ.ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) ปัจจุบันมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นสูงถึง 5,300 ล้านบาท มีฟรีโฟลต 40.09% 
  2.บมจ.พี.ซี.เอส.แมชีน กรุ๊ปโฮลดิ้ง (PCSGH) มีเงินสด 1,333.15 ล้านบาท ฟรีโฟลต 24.14%
  3.บมจ.แชงกรี-ลา โฮเต็ล (SHANG) มีเงินสด 1,210.53 ล้านบาท ฟรีโฟลต 15.63%

        นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มเติมว่า "การที่บริษัทไม่มีหนี้เลยไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป บางบริษัทที่มีธุรกิจมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว และมีสินทรัพย์ถาวรที่สามารถใช้ค้ำประกันหนี้ได้ ดังนั้นการมีหนี้บ้าง ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นการใช้ Leverage จากหนี้เพื่อสร้างผลตอบแทนให้มากขึ้น แต่ใช้ทุนน้อยลง แค่ต้องระวังระดับหนี้ไม่ให้มากจนเกินไปจนทำให้ธุรกิจเกิดความเสี่ยง"

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด