ประเด็นร้อน

| 18 กันยายน 2560 | 10:27

ส่อง 20 หุ้นพุ่งแรงเวอร์! 9 เดือนแรกราคาทะยาน 80-300%

         เปิดโผ 20 หุ้น ราคาพุ่งกระฉูด 9 เดือนทะยานลิ่วเกิน 80% เผย ASIAN-SKY-ORI รั้ง TOP 3 พุ่งเกิน 200% กูรูระบุส่วนใหญ่มาตามผลงาน พบ 6 บริษัทฟันกำไรโตก้าวกระโดด แต่มี 3 รายพลิกขาดทุนสวนทางราคา ติงเม่าระมัดระวังลงทุน ระบุอัพไซด์จำกัด-บางบริษัทราคาแซงพื้นฐาน-หลายรายไร้บทวิเคราะห์รองรับ
  "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"
สำรวจข้อมูลราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงสุด 20 อันดับแรกตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (Year to date) มีดังนี้

ชื่อย่อหุ้น

ตลาด

ราคเปิด (.)

ราคาสูงสุด (.)

ราคาต่ำสุด (.)

ราคาล่าสุด (.)

เปลี่ยนแปลง YTD (%)

 

กำไรสุทธิปี 59 (ลบ.)

กำไรสุทธิ H1/60 (ลบ.)

P/E

สิ้นปี 59 (เท่า)

P/E ล่าสุด (เท่า)

P/E

กลุ่มอุตฯ (เท่า)

ASIAN

SET

4.54

22.20

4.36

20.00

344.44

154.64

200.20

20.38

21.62

21.92

SKY

mai

3.38

13.70

3.04

13.40

337.99

9.28

-5.57

111.75

n/a

239.00

ORI

SET

8.10

18.50

8.05

17.60

207.99

637.56

410.65

19.82

30.62

17.85

RS

SET

7.80

19.10

7.80

18.40

135.90

-102.15

99.05

143.71

n/a

n/a

ECL

SET

1.62

4.36

1.57

3.52

117.28

25.03

65.59

79.60

27.2

17.10

GCAP

mai

2.86

8.05

2.86

6.20

116.78

41.28

17.31

12.78

32.82

12.18

SGF

mai

0.69

0.76

0.21

0.23

111.27

105.62

-85.21

n/a

n/a

12.18

SYNEX

SET

7.15

15.60

6.75

14.80

106.99

406.93

299.66

14.21

21.66

31.97

PLE

SET

0.83

1.81

0.81

1.66

102.44

191.12

46.53

n/a

10.87

40.49

SPVI

mai

0.80

1.95

0.69

1.58

97.50

5.14

8.93

60.50

37.47

239.00

COL

SET

32.25

63.50

28.75

63.00

96.88

384.34

228.95

26.19

49.34

30.21

HTECH

SET

5.45

11.70

5.10

10.80

96.36

117.89

80.46

15.61

21.39

23.12

BAT-3K

SET

133.50

274.00

112.00

262

96.25

156.51

-45.73

12.06

122.49

15.22

PPS

mai

1.24

2.08

1.20

1.95

91.81

32.18

33.68

35.24

24.39

63.67

BFIT

SET

12.80

23.20

11.90

23.20

90.31

129.82

110.38

21.77

25.9

17.10

WORK

SET

44.50

87.75

44.00

83.25

89.20

198.63

546.17

65.91

60.23

n/a

PICO

mai

3.56

7.60

3.36

6.65

86.80

34.63

28.51

22.17

48.16

n/a

IHL

SET

6.05

12.10

5.55

11.20

85.12

191.27

133.44

11.85

27.97

15.22

TCB

SET

26.00

48.25

25.50

47.00

84.31

2,292.66

680.23

5.66

5.52

11.56

AMATA

SET

11.50

21.20

11.50

21.10

83.48

1,198.27

506.67

19.24

15.71

17.85

*** ASIAN-SKY-ORI บินทะลุ 200%
  จากตารางข้างต้น หุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
  1.บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) คำนวนจากราคาล่าสุดที่ 20 บาท เท่ากับปรับตัวเพิ่มขึ้น 344.44% YTD โดยราคาหุ้นขึ้นไปสูงสุดที่ 22.20 บาท 
  2.บมจ.สกาย ไอซีที (SKY) หรือชื่อเดิมคือ บมจ.ซีซีเอ็น-เทค(CCN) ขึ้นไประดับ 337.99% YTD คิดจากราคาล่าสุดที่ 13.40 บาท โดยมีจุดสูงสุดที่ 13.70 บาท
  3.บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ราคาล่าสุดที่ 17.60 บาท เพิ่มขึ้น 207.99% YTD และสามารถสร้างจุดสูงสุดได้ถึง 18.50 บาท
  ทั้งนี้ มีถึง 12 บริษัทที่จุดสูงสุดทำ All time High 
  นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซียพลัส ระบุว่า หุ้นส่วนใหญ่ที่อยู่ในตารางมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บางบริษัทเติบโตก้าวกระโดด จึงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรจนผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น

*** 6 บจ.กำไรเด้ง ดันราคาหุ้นวิ่งฉิว
  ขณะที่พบว่ามี 6 บริษัทที่ผลประกอบการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
  1.บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) ปี 59 ทั้งปีบันทึกกำไร 154.64 ล้านบาท แต่เพียงครึ่งแรกของปีนี้มีกำไรแล้วทั้งสิ้น 200.20 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี หลังปรับโครงสร้างธุรกิจเน้นขายผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงมากยิ่่งขึ้น เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง และลดขนาดผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบลง 
  2.บมจ.อาร์เอส (RS) กลับมาเทิร์นอะราวด์ได้อย่างยิ่งใหญ่ ทั้งราคาหุ้น และกำไร เพราะจากปีก่อนที่ขาดทุน 102.15 ล้านบาท แต่ครึ่งแรกปีนี้ฟันกำไรไปแล้ว 99.05 ล้านบาท โดยนอกจากธุรกิจหลักด้าน เพลง โชว์บิซ สื่อโทรทัศน์ และสื่อวิทยุ จะเติบโตได้ดีขึ้น ธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามก็ดีวันดีคืน หนุนผลประกอบการรวมพลิกฟื้นได้อย่างที่ปรากฏ
  3.บมจ.ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง(ECL)หนึ่งในหุ้นลิสซิ่ง ที่เติบโตโดดเด่นไปพร้อมกับอุตสาหกรรม กำไรครึ่งปีแรกที่ 65.59 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี มากกว่ากำไรประจำปี 56-59 แบบเต็มปี มาจากการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถประเภทอื่นๆ ทำให้กำไรเติบโตอย่างโดดเด่น
  4.บมจ.เอส พี วี ไอ (SPVI) ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามศูนย์บริการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับได้ส่วนลดการค้าจากลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งผลักดันให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีกำไรสุทธิในครึ่งปีแรก 8.93 ล้านบาท เติบโตถึง 630% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่สำคัญมากกว่าปี 59 ทั้งปีที่ทำได้ 5.14 ล้านบาท
  5.บมจ.โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส(PPS)งานเข้าอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้า และทางด่วน ซึ่ง PPS เป็นที่ปรึกษาวิศวกรรมด้านบริหารและควบคุมโครงสร้าง สะท้อนไปที่กำไรครึ่งปีแรก 33.68 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี 
  6.บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) กำไรพุ่งตามเรทติ้งที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ฟันค่าโฆษณาเป็นว่าเล่น โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 546.17 ล้านบาท ทำ all time high ทั้งราคาหุ้นและตัวเลขกำไร จนปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท แซงเจ้าตลาดเดิมอย่าง บมจ.บีอีซี เวิลด์ (BEC) ไปเรียบร้อย

*** 3 บจ.ราคาพุ่งสวนทางกำไร
  อย่างไรก็ตามมี 3 บริษัทที่ผลประกอบการสวนทางกับราคาหุ้น โดยรายงานงบการเงินครึ่งปีแรกพลิกเป็นขาดทุน ได้แก่
  1.บมจ.สกาย ไอซีที (SKY) หรือชื่อเดิมคือ บมจ.ซีซีเอ็น-เทค (CCN) โดยครึ่งปีแรกขาดทุนสุทธิ 5.57 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9.28 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นกลับปรับตัวขึ้นสูงถึง 337.99%YTD โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างการจัดโครงสร้างและวางแผนธุรกิจ หลังมีการเปลี่ยนแปลงกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 
  2.บมจ.เอสจีเอฟ แคปปิตอล (SGF) พลิกเป็นขาดทุน 85.21 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่มีกำไร 105.62 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 111.27%YTD ซึ่งทางบริษัทชี้แจงว่าเกิดจากตั้งสำรองสินเชื่อใหญ่รายหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ 109 ล้านบาท ซึ่งหากไม่นับกรณีดังกล่าว บริษัทจะยังมีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติ ขณะเดียวกันผู้บริหารของบริษัทก็ยังยืนยันว่าธุรกิจจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องตามเป้าหมาย
  3.บมจ.ไทยสโตเรจ แบตเตอรี่ (BAT-3K) รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกพลิกขาดทุน 45.73 ล้านบาท โดยชี้แจงว่าต้นทุนราคาวัตถุดิบตะกั่วเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับยอดขายลดลงจึงส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
  นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่หุ้นเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้น มาจากประเด็นอื่นที่มีนัยสำคัญ โดย 2 ใน 3 เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนจะเข้าเก็งกำไรจนผลักดันราคาหุ้นขึ้นไปล่วงหน้า เพราะคาดหวังการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในเชิงบวก 
  "SKY กับ BAT-3K ราคาหุ้นตอบรับแรงเก็งกำไรเรื่องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหาร ซึ่งถือว่าปกติทุกครั้งที่มีการเล่นตามข่าวแนวนี้ ปัจจัยพื้นฐานมักจะถูกให้ความสำคัญน้อยลง เพราะไปคาดหวังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่จะส่งผลทางจิตวิทยาในเชิงบวกต่ออนาคตของธุรกิจ
ส่วน SGF ขาดทุนจากเหตุสุดวิสัย มิใช่จากการดำเนินงานปกติ ซึ่งธุรกิจยังเป็นขาขึ้น ตามกลุ่มอุตสาหกรรมสินเชื่อส่วนบุคคล และพอร์ตยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง"

*** กูรูเตือนบางบริษัทราคาแซงพื้นฐานแล้ว
  นักวิเคราะห์ บล.เออีซี แนะนำว่า หุ้นในกลุ่มที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงข้างต้น บางบริษัทราคาหุ้นเกินมูลค่าเหมาะสมในเชิงพื้นฐานไปแล้ว ขณะที่หลายบริษัทไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ ให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง ส่วนทางเทคนิคต้องดูเป็นรายบริษัท
  "หุ้นกลุ่มนี้เป็นหุ้นที่ราคาขึ้นไปแล้ว บางบริษัทก็หมดรอบการเก็งกำไรไปแล้วด้วย ขณะที่บางบริษัทราคาก็วิ่งแซงมูลค่าที่เหมาะสมกับพื้นฐานไปแล้ว หรือบางรายยังไม่เกินแต่มีอัพไซด์จำกัด ขณะที่มีหลายบริษัทไม่มีบทวิเคราะห์รองรับ ต้องระมัดระวังการลงทุน"
  ทั้งนี้จากการสำรวจบทวิเคราะห์หุ้นที่มีราคาปัจจุบันเกินราคาเหมาะสม พบว่ามี 3 บริษัทที่เข้าข่าย ประกอบด้วย 
  1.บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) ราคาล่าสุดอยู่ที่ 20 บาท โดย "พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์" บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาปัจจุบันเกินราคาเหมาะสมไปมากแล้ว แม้จะปรับเพิ่มประมาณการกำไรและได้ราคาเหมาะสมปีนี้ใหม่ที่ 15.83 บาท แต่ก็ยังต่ำกว่าราคาปัจจุบัน 
  2.บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ราคาล่าสุดอยู่ที่ 17.60 บาท ซึ่ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประเมินราคาเหมาะสม 16.30 บาท, บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้ราคาเหมาะสม 16.50 บาท และบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินราคาเหมาะสม 17.20 บาท 
  3.บมจ.อาร์เอส (RS) ราคาล่าสุดอยู่ที่ 18.40 บาท โดย บล.ทิสโก้ ประเมินราคาเหมาะสม 17.30 บาท, บล.เออีซี ให้ราคาเหมาะสม 14.60 บาท, บล.บัวหลวง 15.50 บาท และบล.ธนชาต 16.30 บาท
  4.บมจ.อินเตอร์ไฮด์ (IHL) ราคาล่าสุดอยู่ที่ 11.20 บาท บล.เอเอสแอล ประเมินราคาเหมาะสม 9.12 บาท, บล.เออีซี 9 บาท และบล.กรุงศรี 9.10 บาท

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด