ประเด็นร้อน

| 4 กันยายน 2560 | 10:13

'ฟันด์โฟลว์'จ่อทะลัก 4 หมื่นลบ. ดัน SET ทดสอบ 1,700 จุด

         ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาสร้างความคึกคักให้กับนักลงทุนได้อีกครั้ง หลังแกว่งตัวกรอบแคบแบบอึดอัดมาตั้งแต่ต้นปี โดยสามารถกระโดดขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ระดับ 1,626.22 จุด สาเหตุสำคัญที่หุ้นไทยเด้งทะลุ 1,600 จุดไปได้ เพราะเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ(ฟันด์โฟลว์)ได้ไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง
  
ทั้งนี้ จากสำรวจข้อมูลการซื้อขายพบว่านักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิเข้ามาติดต่อกันถึง 4 วันทำการหลังสุด มูลค่ารวม 7,509.37 ล้านบาท ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น ( 4 ม.ค.-28 ส.ค.60) ยังเป็นการขายสุทธิระดับ 4,661.13 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับเป็นบวก 2,848.24 พันล้านบาท 
  "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ทำการสำรวจความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องในวงการตลาดทุนไทย เพื่อเกาะติดและประเมินสถานการณ์ว่า การกลับมาของต่างชาติรอบนี้จะเป็นของจริงหรือไม่ และจะส่งผลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของหุ้นไทยได้อย่างมีนัยสำคัญเพียงใด

*** พื้นฐานกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
  "เกศรา มัญชุศรี" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้ความเห็นว่า การกลับมาซื้อจำนวนมากของนักลงทุนต่างชาติรอบนี้ เกิดจากความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนไทย(บจ.) โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมากำไรสุทธิเติบโตได้ถึง 5.62% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ค่า P/E กลับมาอยู่ในระดับ 15-16 เท่า ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม โดยต่ำกว่า อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ที่สูงระดับ 19-20 เท่า 
  ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาคปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมาก ต่างจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปเพียงเล็กน้อย ทำให้ยังมีอัพไซด์อีกพอสมควร
  "ประเด็นเรื่องความถูกแพงของหุ้นไทย ได้ถูกลดทอนไป จากกำไรบจ.ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอีกครั้ง ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ ก็ปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆ โครงการลงทุนของภาครัฐก็เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง เหล่านี้เป็นประเด็นที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติได้เป็นอย่างดี"
  เช่นเดียวกับ "ไพบูลย์ นลินทรางกูร" นายกสมาคมนักวิเคราะห์ ที่ระบุว่า มุมมองหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติดีขึ้นต่อเนื่อง มีแรงต้านทานปัจจัยภายนอกได้ดี และเริ่มฉีกตัวออกจากภาวะโดยรวมของตลาดหุ้นอื่นๆ ที่มักจะอ่อนไหวจากประเด็นความไม่แน่นอนทั้งนโยบายของ "โดนัลด์ ทรัมป์" และความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี 
  "หุ้นไทยค่อนข้าง Defensive โดยช่วงที่ผ่านมาหุ้นไทยได้รับการพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งจากแรงเสียดทานจากปัจจัยภายนอกได้เป็นอย่างดี ไม่หวั่นไหวต่อความไม่แน่นอนต่าง ๆ ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างออกมาในเชิงบวก อาทิ กำไรบจ.ที่เติบโตต่อเนื่อง, GDP ไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้นแตะ 3.7% ดีกว่าที่ตลาดคาด โครงการภาครัฐมีความคืบหน้า และการเมืองที่คลี่คลาย เหล่านี้เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญให้นักลงทุนต่างชาติกลับมาสนใจหุ้นไทยอีกครั้ง ที่สำคัญดัชนีตั้งแต่ต้นปียังปรับขึ้นน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค"

*** คาดฟันด์โฟลว์จ่อทะลักอีก 3-4 หมื่นล้านบาท
  นายกสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวต่อไปว่า มีโอกาสที่เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติจะไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จากปัจจัยสนับสนุนต่างๆ ที่กล่าวไปข้างต้น 
  "ก่อนหน้านี้ต่างชาติขายหุ้นไทยออกไปค่อนข้างมาก สัดส่วนการถือครองเหลือราว 30% ซึ่งถือว่าน้อย เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่อยู่ระดับเกือบ 40% ซึ่งเมื่อมีปัจจัยบวกที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ดี น่าจะมีโอกาสที่เงินจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ"
  เช่นเดียวกับ "ปริญญ์ พานิชภักดิ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) ระบุว่า หุ้นไทยปัจจุบันยัง Laggard เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค และต่างชาติยังถือหุ้นไทยน้อย ขณะที่ทางพื้นฐานมีความแข็งแกร่งต่อเนื่อง จึงจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้ามาได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงปลายปี ซึ่งมองว่าปีนี้อย่างน้อยน่าจะเห็นการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติระดับ 3-4 หมื่นล้านบาท
  "ล่าสุดต่างชาติยังซื้อสุทธิแค่ระดับ 2,848.24 ล้านบาท ยังมี Gap เหลืออีกจำนวนมาก ผมมองว่าอย่างน้อยน่าจะมีสัก 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินจำนวนนี้จะเป็นตัวผลักดันดัชนีฯได้อย่างมีนัยสำคัญ"

*** กูรูเชื่อต่างชาติดันดัชนีหุ้นไทยแตะ 1,700 จุด
  "พรเทพ ชูพันธุ์" ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ ประเมินว่า กระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย เพราะตอนนี้ค่า P/E ปรับมาอยู่ในระดับต่ำกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคแล้ว จึงตัดประเด็นเรื่องความแพงด้านมูลค่าออกไปได้ ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติจะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยขึ้นไปแตะ 1,700 จุดได้
 "เราคาดดัชนีหุ้นไทยในไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 1,650 จุด และมีโอกาสปรับตัวดีต่อเนื่องไปถึง 1,700 จุด ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งการปรับตัวสูงกว่า 1,600 จุด ทำได้ไม่ยาก เพราะ EPS เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจไทยปรับตัวแข็งแกร่ง 
  ปกติค่าเฉลี่ยดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 7-8% ต่อปี ตอนนี้ยังขึ้นมาเพียง 4% จึงยังมีอัพไซด์อีกพอสมควร ปีนี้มีโอกาสถึง 1,700 จุด และปีหน้าคาดว่าจะขึ้นไปถึงระดับ1,800 จุด"
  ขณะที่ "ปริญญ์ พานิชภักดิ์" ก็มองว่า ด้วยแรงหนุนของฟันด์โฟลว์ที่จะเข้ามาต่อเนื่อง จะผลักดันดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นไปได้ถึง 1,670 จุด ปลายปีนี้
  ด้าน "ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ" นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประเมินว่า นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาส 4 เพราะปัจจุบันถือว่ามีราคาถูกเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นในตลาดที่แพงมาซื้อหุ้นตลาดที่ถูกกว่า
  "ตอนนี้ถือว่าตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนต่ำสุดในภูมิภาค สวนทางกับพื้นฐานบจ. และเศรษฐกิจไทยในประเทศมีความแข็งแกร่ง คาดว่าดัชนีปีนี้จะขึ้นไปได้ถึงระดับ 1,650 จุด"

*** จับตาเงินทะลักเข้าในเดือนก.ย.นี้
  นักวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า มีโอกาสที่เม็ดเงินต่างชาติจะไหลเข้าตลาดหุ้นไทยจำนวนมากในเดือน ก.ย.นี้ โดยจากสถิติ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสุทธิหุ้นไทยถึง 4 ใน 5 ปี มูลค่าเฉลี่ยราว 6,000 ล้านบาท และดัชนีมักจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยในเดือนกันยายน 3 ใน 5 ปีที่ผ่านมามีผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 1.52%
  เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ที่ระบุว่า จากสถิติ 10 ปีย้อนหลัง พบว่า นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสุทธิหุ้นไทยเฉลี่ย 4,800 ล้านบาท โดยมีระดับความน่าเชื่อถือถึง 70% ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน ปัจจัยบวกมีมากกว่าปัจจัยลบ เชื่อว่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ

*** เปิดสถิติ 15 ปีย้อนหลัง หาก"ต่างชาติซื้อสุทธิ" หุ้นไทยบวกถึง 7 ครั้ง
  ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า 15 ปีที่ผ่านมา หากนักลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็น "ซื้อสุทธิ" ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวบวกจากปีก่อนหน้าถึง 7 ครั้ง ซึ่งเคยปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 63.25% เมื่อปี 2552 โดยต่างชาติซื้อสุทธิ 3.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปีก่อน ต่างชาติซื้อสุทธิ 7.8 หมื่นล้านบาท ตลาดหุ้นไทยบวกไป 19.79%

ปี

มูลค่าการซื้อขายสุทธิ

ของนักลงทุนต่างชาติ (บาท)

ดัชนีปิด ณ สิ้นปี(จุด)

% การเปลี่ยนแปลง

2559

78,545,984,020.77

1,542.94

19.79

2558

-155,630,698,483.30

1,288.02

-14

2557

-35,695,932,838.39

1,497.67

15.32

2556

-194,701,883,490.29

1,298.71

-6.7

2555

76,896,933,351.32

1,391.93

35.76

2554

-5,290,417,758.40

1,025.32

-0.72

2553

81,414,656,451.21

1,032.76

40.6

2552

38,012,810,008.36

734.54

63.25

2551

-162,357,047,751.47

449.96

-47.56

2550

55,729,360,052.05

858.1

26.22

2549

83,777,768,322.86

679.84

-4.75

2548

118,650,254,401.00

713.73

6.83

2547

5,645,905,761.68

668.1

-13.48

2546

-24,538,100,212.26

772.15

116.6

2545

14,316,161,061.76

356.48

17.32

2544

-6,443,159,837.23

303.85

12.88

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด