ประเด็นร้อน

| 26 มิถุนายน 2560 | 10:39

จับตา 47 บจ.ใน SET ฐานะการเงินดิ่งเหว-งบขาดทุนอ่วม!

         "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์ฯ(SET)พบ 2 บริษัทเข้าภาวะส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ อีก 29 รายขาดทุนมาราธอน ผงะ!พบ 10 แห่งขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกปี แถม 6 บริษัทกอดขาดทุนสะสมมากกว่า 1,000 ล้านบาท จับตา 18 บริษัท เริ่มพลิกขาดทุน ตลท.แจงไม่กระทบภาพรวม เหตุคิดเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนบริษัททั้งหมดที่อยู่ใน SET ส่วนนักวิเคราะห์แนะหลีกเลี่ยงลงทุน

*** NOK-PE ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ
  กลุ่มแรกที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือกลุ่มที่ผลประกอบการปรับตัวลดลงอย่างหนักจนเข้าสู่ภาวะส่วนผู้ถือหุ้น(ส่วนทุน)ติดลบ ซึ่งมีอยู่ 2 บริษัท ได้แก่ 
  1.บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจสายการบิน Low cost ของประเทศ ที่ล่าสุด ณ สิ้นงบไตรมาส 1/60 บริษัทมีส่วนผู้ถือหุ้นติดลบไปแล้ว 56.65 ล้านบาท เพราะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)มีเพียงปีเดียวที่บริษัทโชว์ผลงานเป็นกำไร นั่นก็คือปีแรกที่เข้ามาซื้อขาย (2556) ทำกำไรไป 1,066.10 ล้านบาท 
  หลังจากนั้นก็ขาดทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 57-59 ขาดทุน 471.66 ล้านบาท, 726.10 ล้านบาท และ 2,795.09 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 1/60 ก็ยังคงขาดทุนอีก 295.56 ล้านบาท ทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นเมื่อปีแรกที่เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯระดับ 4,543.42 ล้านบาท กลายเป็นติดลบไปแล้วในปัจจุบัน ขณะเดียวกันมีขาดทุนสะสมรวมทั้งสิ้นถึง 3,718.19 ล้านบาท
  ซึ่งแม้ล่าสุดจะมีการเพิ่มทุนเพื่อรักษาฐานะการเงิน แต่แผนการใช้เงินเพิ่มทุนไม่ชัดเจน จนทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง บมจ.การบินไทย(THAI)ไม่ใส่เงินเพิ่มทุน ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดอาจจะต้องทำการเพิ่มทุนรอบ 2 และอาจจะมีพันมิตรรายใหม่เข้ามาถือหุ้นเพื่อแก้ไขปัญหาฐานะการเงิน ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป
  ขณะที่เมื่อสอบถามไปยังนักวิเคราะห์หลายราย ได้คำตอบในทำนองเดียวกันคือ "Not rate"เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เกี่ยวกับแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต
  2.บมจ.พรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์ (PE) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านบริการทางการเงิน เช่น ธุรกิจการบริการรถเช่าเพื่อการดำเนินงาน(Operating Lease), นายหน้าประกันวินาศภัย, ให้บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจต่างๆ ซึ่งปัจจุบันส่วนผู้ถือหุ้นยังเป็นบวก แต่เหลือเพียง 87.27 ล้านบาท 
  โดยบริษัทขาดทุนต่อเนื่องมา 3 ปี ตั้งแต่ปี 57-59 ขาดทุนสุทธิ 81.43 ล้านบาท, 154.85 ล้านบาท และ 262.42 ล้านบาท เรียกได้ว่าขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่ไตรมาส 1/60 ก็ขาดทุนอีก 2.52 ล้านบาท ทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นลดลงจากระดับ 488.08 ล้านบาท เหลือไม่ถึง 100 ล้านบาทแล้วในปัจจุบัน
  ที่ต้องจับตาต่อไปคือการขาดทุนเพิ่มในไตรมาส 2/60 ซึ่งมีประเด็นสำคัญคือเมื่อ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทถูกกรมสรรพากรสั่งให้ชำระภาษีคงค้างของกิจการร่วมค้า 251 ล้านบาท ภายใน 15 วัน และไม่อนุมัติให้ผ่อนชำระ โดยผลของเหตการณ์ดังกล่าวอาจจะกระทบต่อส่วนผู้ถือหุ้นพลิกเป็นติดลบได้ในไตรมาสนี้

*** 29 บริษัท ขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี กับอีก 1 ไตรมาส
  ทั้งนี้เมื่อสำรวจกลุ่มบริษัทที่มีผลขาดทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี พบว่ามีถึง 41 บริษัท แต่มี 12 บริษัทที่สามารถพลิกมีกำไรได้แล้วในไตรมาส 1/60 
   อย่างไรก็ตามยังมีอีก 29 บริษัทที่ยังคงขาดทุนอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา โดยกลุ่มสื่ออยู่ในลิสต์สูงสุดจำนวน 5 บริษัท ตามด้วยกลุ่ม ขนส่ง-โลจิสติกส์ จำนวน 4 บริษัท และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 4 บริษัท
  โดยในจำนวนนี้มี 10 บริษัทที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นทุกปี ได้แก่ 1.บมจ.สายการบินนกแอร์(NOK) 2.บมจ.พรีเชียส ชิพปิ้ง(PSL) 3.บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น(PACE) 4.บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง(AMARIN) 5.บมจ.ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม(TFD) 6.บมจ.พรีเมียร์เอ็นเตอร์ไพรซ์(PE) 7.บมจ.สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย(SMM) 8.บมจ.จุฑานาวี(JUTHA) 9.บมจ.แอสเซท ไบร์ท(ABC) และ 10. บมจ.ปรีชากรุ๊ป(PRECHA) 
   นอกจากนี้มีถึง 6 บริษัท ที่มียอดขาดทุนสะสมมากกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น(PACE) ขาดทุนสะสม 5,322.69 ล้านบาท 2.บมจ.สายการบินนกแอร์(NOK) ขาดทุนสะสม 3,780.69 ล้านบาท 3.บมจ.อีเอ็มซี(EMC) ขาดทุนสะสม 2,046.68 ล้านบาท 4.บมจ.ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) 5.บมจ.เฟอร์รั่ม(FER) 6.บมจ.เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์(MPIC) (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากตาราง)

ชื่อย่อหลักทรัพย์

กำไรสุทธิ Q1/60 (ล้านบาท)

กำไรสุทธิปี 59 (ล้านบาท)

กำไรสุทธิปี 58 (ล้านบาท)

กำไรสุทธิปี 57 (ล้านบาท)

ขาดทุนสะสม (ล้านบาท)

NOK

-295.56

-2,795.09

-726.10

-471.66

-3,780.69

PSL

-59.29

-2,664.90

-2,425.78

-80.22

9,397.60

PACE

-575.64

-2,326.40

-1,785.02

-378.77

-5,322.69

AMARIN

-98.76

-628.12

-417.15

-85.18

181.15

SPORT

-68.65

-358.04

-33.89

-133.86

-529.27

TFD

-112.52

-322.89

-278.13

-169.15

-732.98

EMC

-45.84

-271.73

-297.65

-203.69

-2,046.68

PE

-2.53

-262.42

-154.85

-81.43

-318.82

POST

-55.66

-215.33

-251.76

-168.11

-412.41

THL

-14.10

-213.25

-120.47

-425.23

-1,343.60

FER

-189.25

-164.19

-350.73

-214.40

-1,244.00

SMM

-37.83

-158.55

-36.80

-8.23

-160.22

NPP

-81.92

-137.81

-139.26

-75.32

-399.33

EIC

-5.44

-134.64

-195.54

-323.1

-560.81

JUTHA

-39.60

-117.11

-35.82

-28.41

96.60

ABC

-34.68

-108.68

-73.32

-52.10

-266.38

GREEN

-12.51

-106.19

-113.44

-82.23

-646.15

WR

-42.75

-97.78

-5.00

-35.00

-339.93

EVER

-80.58

-94.92

-96.24

-18.11

-365.50

MPIC

-45.45

-82.98

-100.1

-183.26

-1,073.69

NEP

-14.65

-70.90

-123.22

-216.76

-941.51

F&D

-9.42

-64.62

-82.49

-24.47

-26.26

TIW

-13.44

-64.38

-8.00

-14.62

568.14

BTC

-14.36

-53.57

-42.54

-46.97

-1,451.84

SPACK

-6.65

-35.12

-36.08

-91.03

-114.47

YCI

-3.22

-30.71

-11.03

-31.69

-84.70

PRECHA

-8.62

-25.59

-18.14

-13.03

108.99

KDH

-9.32

-24.51

-43.65

-32.48

-125.19

SAWANG

-6.36

-19.46

-3.11

-16.40

186.24

 *** จับตา 18 บริษัท เริ่มพลิกขาดทุน
  ขณะเดียวกันพบว่าในไตรมาส 1/60 มี 18 บริษัทเริ่มพลิกขาดทุน เมื่อเทียบกับสิ้นปี 59 และช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทที่พลิกเป็นขาดทุนมากที่สุด 3 อันดับแรกในไตรมาสนี้ได้แก่ 
  1.บมจ.เอสทีพี แอนด์ ไอ(STPI) พลิกขาดทุน 230.78 ล้านบาท จากกำไร 576.81 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 และ 1,365.88 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 59 โดยบริษัทให้เหตุผลว่าเกิดจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและงานที่จะรับรู้รายได้หมดไปแล้วในไตรมาส 3/59 ทั้งนี้นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า บริษัทยังมีความเสี่ยงขาดทุนต่อเนื่องในไตรมาส 2/60 เนื่องจากจะต้องมีการบันทึกค่าปรับ 113 ล้านบาท จากคดียกเลิกสัญญาก่อสร้างในอดีต ด้านพื้นฐานราคาหุ้นก็เต็มมูลค่าไปแล้ว 
  2.บมจ.บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) พลิกขาดทุน 155.34 ล้านบาท จากกำไร 338.72 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 และ 112.41 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 59 เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นกลายเป็นติดลบ เพราะต้นทุนคงที่และการตัดจำหน่ายรายได้รับล่วงหน้า โดยบริษัทนี้นักวิเคราะห์ บล.ซีไอเอ็มบี ประเมินว่าปีนี้จะไม่ใช่ปีที่ดีของบริษัท เนื่องจากความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมและความอ่อนแอของงานในมือ(Backlog)จึงให้คำแนะนำ "ขาย"
  3.บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (MJD) พลิกขาดทุน 104.53 ล้านบาท จากกำไร 69.37 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 และ 411.82 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 59 โดยบริษัทชี้แจงว่าเป็นเพราะไม่มีโครงการอสังหาฯรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้(ดูรายละเอียดจากตารางประกอบ)

บริษัท

กำไรQ1/60

(ล้านบาท)

กำไรQ1/59

(ล้านบาท)

กำไรปี 59

(ล้านบาท)

กำไรปี 58 (ล้านบาท)

กำไรปี 57

(ล้านบาท)

STPI

-230.78

576.81

1365.88

2594.78

2627.45

BJCHI

-155.34

338.72

112.41

1320.18

1003.67

MJD

-104.53

69.37

411.82

124.31

659.35

EARTH

-68.93

111.89

871.90

1026.88

1042.03

MCS

-63.15

188.70

1229.26

618.22

82.02

CKP

-43.62

47.45

55.05

411.88

471.82

TRC

-40.44

66.09

290.76

305.96

214.92

SINGER

-19.96

53.02

119.81

143.15

241.43

BRC

-17.53

18.98

58.69

239.40

210.31

TCC

-15.89

4.80

8.42

20.58

27.77

BAT-3K

-12.98

16.81

156.51

219.91

205.18

NEW

-3.83

2.46

10.89

13.00

11.10

GEL

-3.74

58.71

84.03

118.71

185.71

CCP

-3.59

13.64

11.83

53.66

155.24

SAMCO

-2.78

105.22

102.83

121.66

99.90

TPP

-1.94

1.24

11.85

14.36

27.38

GBX

-0.29

11.36

40.75

11.74

33.95

CHARAN

-0.15

6.63

25.50

35.96

21.59

 

*** ตลท.ยัน บจ.งบแย่ใน SET มีสัดส่วนน้อย ไม่กระทบภาพรวม
  "สันติ กีระนันทน์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ระบุว่า หุ้นที่มีปัญหาด้านงบการเงินดังกล่าวถือเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับบริษัทที่จดทะเบียนในกระดาน SET ทั้งหมด 593 บริษัท จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวม
  “คงไม่กระทบภาพรวม เพราะหุ้นข้างต้นถือเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับหุ้นทั้งหมด อย่างไรก็ตามไม่ขอแสดงความคิดเห็นในรายใดรายหนึ่ง โดยเชื่อว่าทุกบริษัทมีความตั้งใจที่จะพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น และคงไม่มีใครอยากขาดทุนตลอดไปแน่นอน แต่บางครั้งภาวะทางเศรษฐกิจอาจจะไม่เอื้อต่อธุรกิจนั้นๆ ในบางช่วงก็ได้ คงต้องดูกันต่อไปในระยะยาว”

*** โบรกฯแนะหลีกเลี่ยงลงทุน 
  นักวิเคราะห์ บล.เออีซี ให้ความเห็นว่า ให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่มีปัญหาด้านงบการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มที่ขาดทุนต่อเนื่อง มีขาดทุนสะสมจำนวนมาก และไม่มีแผนทางธุรกิจที่ชัดเจน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมาก
  “หุ้นพวกนี้มักเป็นเป้าหมายของการเล่นข่าวเพื่อเก็งกำไร เช่น มีพันธมิตรใหม่ จะถูกเทคโอเวอร์ หรือเปลี่ยนธุรกิจ เป็นต้น ทำให้การเคลื่อนไหวของราคามีความน่าสนใจบ้างบางครั้ง แต่แนะนำว่าอย่าเสี่ยงวิ่งเก็บเหรียญตัดหน้ารถสิบล้อดีกว่า เพราะหุ้นที่เคลื่อนไหวด้วยข่าวเก็งกำไรราคาจะปรับตัวขึ้น-ลงเร็วมาก และสุดท้ายจะกลับไปหาพื้นฐานเสมอ ซึ่งหุ้นเหล่านี้การันตีได้อย่างเดียวคือ ไม่มีปันผลแน่ ๆ ”

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด