ประเด็นร้อน

| 5 มิถุนายน 2560 | 10:39

22 ไอพีโอตบเท้าเข้าเทรดครึ่งปีหลัง พบ 4 บริษัทระดมทุนใช้หนี้แบงก์

         ไอพีโอเข้าเทรดช่วงครึ่งปีหลังคึกคัก 22 บจ.เตรียมตบเท้าเข้าตลาด ตลท.ลั่นมาร์เก็ตแคปไอพีโอปีนี้เข้าเป้า 2.8 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ เผยหุ้นใหญ่หลายรายพร้อมขึ้นกระดาน กางข้อมูลไฟลิ่งพบ 4 บริษัทโลจิสติกส์กำไรแจ่ม แถม 2 หุ้นเล็กกำไรสูงลิ่วน่าจับตา ขณะที่มี 2 บริษัท งบยังขาดทุนเตรียมเข้าซื้อขายด้วยเกณฑ์"มาร์เก็ตแคป-โฮลดิ้ง คอมพานี" แถมหลายรายระบุวัตถุประสงค์ระดมทุนใช้หนี้แบงก์ ขณะที่มี 1 บริษัทถอดใจขอถอนไฟลิ่งไปแล้ว

*** 22 บจ.จ่อตบเท้าเข้าเทรด 3 รายอนุมัติไฟลิ่งแล้ว
   จากการสำรวจข้อมูลของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" พบว่า ขณะนี้มีบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อขอเสนอขายหลักทรัพย์(ไฟลิ่ง)ทั้งสิ้น 22 บริษัท ประกอบด้วยกลุ่มที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)จำนวน 12 บริษัท และตลาดเอ็มเอไอ(mai)จำนวน 10 บริษัท (ดูรายละเอียดจากตารางประกอบ)
  ทั้งนี้มี 3 บริษัทที่ได้รับการอนุมัติไฟลิ่งแล้ว ประกอบด้วย บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM), บมจ.อิงเกรส อินดัสเตรียล (ไทยแลนด์)หรือ(INGRS) และ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ซึ่งทั้ง 3 บริษัทจะเข้าซื้อขายในกระดาน SET 

รายชื่อบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

บริษัท

ชื่อย่อ

หมวดธุรกิจ

จำนวนหุ้น IPO

(ล้านหุ้น)

ราคาพาร์

(บาท)

ที่ปรึกษาการเงิน

บมจ.บี. กริม เพาเวอร์

BGRIM

พลังงานและสาธารณูปโภค

810

2

บล.กสิกรไทย

บล.บัวหลวง

บล.ภัทร

บมจ.อิงเกรส อินดัสเตรียล

(ไทยแลนด์)

INGRS

ยานยนต์

578.44

1

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป

THG

การแพทย์

85

1

บล.ไทยพาณิชย์

บมจ.ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง

FTE

พาณิชย์

150

0.5

บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเมนท์ จำกัด

บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์

GULF

พลังงานและสาธารณูปโภค

533.3

5

บล.กสิกร

บล.ไทยพาณิชย์

บล.บัวหลวง

บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์

III

ขนส่งและโลจิสติกส์

160

0.5

บล.ซีไอเอ็มบี ไทย

บมจ.คิงส์ เทเลคอม

KTEL

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

250

0.5

บริษัท ที่ปรึกษา เอเชีย พลัส จำกัด

บมจ.พริมา มารีน

PRM

ขนส่งและโลจิสติกส์

625

1

บล.กสิกรไทย

บล.ไทยพาณิชย์

บมจ.ส.กิจชัย เอ็นเตอร์ไพรส์

SKN

วัสดุก่อสร้าง

200

1

บล.ทิสโก้

บมจ. ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)

TOA

วัสดุก่อสร้าง

507.6

1

บล.กสิกรไทย

บล.บัวหลวง

บมจ.โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง

WPH

การแพทย์

150

0.5

บล.ธนชาติ

บมจ. กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล

GPI

สื่อและสิ่งพิมพ์

100

0.5

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

 

รายชื่อบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

บริษัท

ชื่อย่อ

หมวดธุรกิจ

จำนวนหุ้น IPO

(ล้านหุ้น)

ราคาพาร์

(บาท)

ที่ปรึกษาการเงิน

บมจ.แอ็พพลาย ดีบี

ADB

สินค้าอุตสาหกรรม

180

0.5

บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย)

บมจ.เดอะ คลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม

CLINIC

บริการ

60

0.5

บล.เออีซี

บมจ.เชียงใหม่ริมดอย

CRD

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

150

0.5

บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเมนท์ จำกัด

บมจ.ฟลอยด์

FLOYD

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

90

0.5

บล.เออีซี

บมจ.อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส

ICN

เทคโนโลยี

120

0.5

บล.ฟินันเซีย ไซรัส

บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์

LEO

บริการ

50

0.5

บล.ทรีนีตี้

บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น

SSP

พลังงานและสาธารณูปโภค

276.38

1

บล.กสิกร

บมจ.สหไทย เทอร์มินอล

STT

บริการ

120

0.5

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

บมจ.ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้

TITLE

อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

120

0.5

บล.เออีซี

บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น

ZIGA

สินค้าอุตสาหกรรม

80

0.5

บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด

 

*** ตลท.มั่นใจครึ่งปีหลังมาร์เก็ตแคปไอพีโอพุ่ง 1.8 แสนล้านบาท ทุบสถิติใหม่

  "สันติ กีระนันทน์" รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มั่นใจว่า ครึ่งปีหลังจะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนอีกไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง เพิ่มมาร์เก็ตแคปอย่างน้อย 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับครึ่งปีแรกที่ทำได้แล้วกว่า 1 แสนล้านบาท จะทำให้มาร์เก็ตแคปทั้งปีเป็นไปตามเป้าที่ 2.8 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยึดอันดับ 1 ของภูมิภาคต่อไป
  "ช่วงที่เหลือของปีนี้มีหุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัทรอจดทะเบียน หากสังเกตุจะพบว่าบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งเป็นบริษัทที่เข้าจดทะเบียนใน SET มากกว่า mai เชื่อว่าหุ้นไอพีโอปีนี้จะช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแคปได้ตามเป้าหมาย และทำสถิติใหม่ได้อย่างแน่นอน"

*** "บี.กริม เพาเวอร์-ทีโอเอ เพ้นท์" นำทัพหุ้นไซส์ใหญ่เข้าเทรด
  จากข้อมูลบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งในขณะนี้มี 2 บริษัทที่มีรายได้เกิน 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ 1.บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ผู้ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company)ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและขายไฟฟ้า ไอน้ำ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 810 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2 บาท ซึ่งงบการเงิน 3 ปีหลังสุด (57-59) บริษัทมีรายได้ 19,854.1 ล้านบาท, 23,943.1 ล้านบาท และ 27,746.9 ล้านบาทตามลำดับ โดยมีกำไรสุทธิ 3 ปีหลังสุด 325.0 ล้านบาท, 713.0 ล้านบาท และ 1,165.9 ล้านบาท ตามลำดับ
   2.บมจ. ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)หรือ(TOA) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร ผลิตภัณฑ์สี สารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นสำหรับผู้ใช้งานประเภทลูกค้าทั่วไป ภายใต้แบรนด์ "TOA" ซึ่งจะเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 507.6 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท งบการเงิน 3 ปีหลังสุด บริษัทมีรายได้ 16,736.6 ล้านบาท, 17,035.5 ล้านบาท และ 16,528.8 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีกำไรสุทธิ 1,321.0 ล้านบาท, 2,116.7 ล้านบาท และ 2,507.4 ล้านบาท ตามลำดับ

*** 4 หุ้นโลจิสติกส์ กำไรโตเด่นสะดุดตา 
  สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่รอเข้าจดทะเบียนมากที่สุดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้แก่ ขนส่งและโลจิสติกส์ มีจำนวนทั้งสิ้น 4 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่มีผลประกอบการที่น่าสนใจมากในแง่ของการเติบโตของกำไร ประกอบด้วย 
  1.บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (III) ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจร ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ทางอากาศ ทางทะเล และทางบก มีการให้บริการด้านพิธีการศุลกากร และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งสำหรับการขนส่งสินค้าจากผู้ประกอบการไปสู่ผู้ประกอบการ (Business to Business – B2B) และ จากผู้ประกอบการไปสู่ผู้บริโภค (Business to Consumer – B2C) ดำเนินธุรกิจมากว่า 26 ปี
  โดยจะขายหุ้นไอพีโอจำนวน 160 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท ซึ่งจะนำเงินไปลงทุนในโครงการปัจจุบันและอนาคตรวมถึงใช้เป็นเงินสำรองหมุนเวียนในการดำเนินงาน งบการเงิน 3 ปี หลังสุด บริษัทมีกำไรสุทธิ 13.38 ล้านบาท, 27.36 ล้านบาท และ 94.50 ล้านบาท ตามลำดับ 
  โดยกำไรสุทธิที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง มาจากการขยายตัวของรายได้และบริการของกลุ่มบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ และกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง 
   2.บมจ.พริมา มารีน (PRM) ผู้ให้บริการขนส่งน้ำมันทางเรือและธุรกิจเกี่ยวข้อง เตรียมขายไอพีโอ 625 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อนำเงินลงทุนในเรือลำใหม่และขยายกองเรือของธุรกิจเรือขนส่งฯ ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บ FSU และธุรกิจเรือ Offshore รวมถึงเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
   งบการเงิน 3 ปี หลังสุด บริษัทมีกำไรสุทธิ 701.4 ล้านบาท, 831.2 ล้านบาท และ 1,202.2 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นตามขนาดธุรกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
   3.บมจ.สหไทย เทอร์มินอล (STT) ผู้ให้บริการท่าเทียบเรือเชิงพาณิชย์ ประกอบด้วย บริการเทียบเรือขนสินค้าตู้คอนเทนเนอร์, บรรจุสินค้าเข้า/ถ่ายสินค้าออกจากตู้คอนเทนเนอร์, ซ่อมแซมและทำความสะอาดตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง 
  โดยจะขายหุ้นไอพีโอ 120 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อใช้สำหรับขยายธุรกิจและชำระคืนเงินกู้บางส่วน งบการเงิน 3 ปี หลังสุด บริษัทมีกำไรสุทธิ 36.31 ล้านบาท, 24.75 ล้านบาท และ 73.62 ล้านบาท ตามลำดับ
  4.บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ผู้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั่วโลกและลงทุนในบริษัทอื่น ได้แก่ บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล /ทางอากาศ, บริการขนส่งภายในประเทศและผ่านแดนโดยรถบรรทุกและรถพ่วง, บริการรับฝากตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ และบริการด้านพิธีศุลกากร
  เตรียมขายไอพีโอ 50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยวัตถุประสงค์หลักของการระดมทุนเพื่อนำไปใช้ขยายธุรกิจ งบการเงิน 3 ปี หลังสุด บริษัทมีกำไรสุทธิ 17.06 ล้านบาท, 30.95 ล้านบาท และ 31.12 ล้านบาท ตามลำดับ

*** "แอ็พพลาย ดีบี"-"ฟลอยด์"-"ซิก้า อินโนเวชั่น" หุ้นเล็กกำไรใหญ่
  ขณะที่เมื่อสำรวจหุ้นที่มีผลประกอบการเติบโตดีในกลุ่มที่จะเข้าเทรดในกระดาน mai พบว่ามี 3 บริษัทที่มีการเติบโตของกำไรโดดเด่น ดังนี้
  1.บมจ.แอ็พพลาย ดีบี (ADB) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกคอมปาวด์ (Plastic compound) และผลิตภัณฑ์กาวและผลิตภัณฑ์ยาแนว (Adhesive and Sealant) สำหรับใช้ในงานอุตสาหกรรมและครัวเรือน เตรียมขายหุ้นไอพีโอ 180 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยผลประกอบการ 3 ปีหลังสุด บริษัทมีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท, 34.49 ล้านบาท และ 75.71 ล้านบาท ตามลำดับ 
  2.บมจ.ฟลอยด์ (FLOYD) ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ขายหุ้นไอพีโอ 90 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท กำไรสุทธิ 3 ปีหลังเติบโตโดดเด่น จาก 35.41 ล้านบาท เป็น 66.21 ล้านบาท และล่าสุด 115.89 ล้านบาท เติบโตเกือบเท่าตัว
  3.บมจ.ซิก้า อินโนเวชั่น (ZIGA) ผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กโครงสร้างประเภท Pre-zinc และท่อเหล็กร้อยสายไฟ เตรียมขายไอพีโอ 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท รายนี้กำไรสุทธิโตเกือบเท่าตัวในช่วง 3 ปีหลังเช่นกัน โดยทำได้ 72.7 ล้านบาท, 126.66 ล้านบาท และ 330.87 ล้านบาท ตามลำดับ

*** แบงก์เดินเกมจับ บจ.เข้าตลาด ระดมเงินคืนหนี้
  ทั้งนี้จากข้อมูลข้างต้นพบว่ามีหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่ง มีวัตถุประสงค์สำคัญในการนำเงินระดมทุนไปชำระเงินกู้สถาบันการเงิน โดยสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เข้าไปทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทเหล่านั้น ทั้งทางตรงและผ่านบริษัทหลักทรัพย์ในเครือ 
  ซึ่ง บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่งสูงสุดจำนวน 5 บริษัท รองลงมาเป็น บล.บัวหลวง จำนวน 3 บริษัท และธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 3 บริษัท
  โดยรายละเอียดจากไฟลิ่งของบริษัทที่เตรียมชำระหนี้สถาบันการเงินดังกล่าว ประกอบด้วย
  1.บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) มีหนี้เงินกู้คงเหลือกับธนาคารกรุงเทพราว 6,000 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทยราว 2,700 ล้านบาท ซึ่งวัตถุประสงค์ในการระดมทุนข้อ 3 ระบุว่า จะใช้เป็นเงินทุนสำหรับการชำระคืนภาระทางการเงินของธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย และนายฮาราลด์ ลิงค์ ซึ่งเป็นกรรมการและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ
  2.บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ระบุในวัตถุประสงค์การใช้เงินข้อ 1.เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน โดยเหลือเงินกู้กับธนาคารไทยพาณิชย์ 926 ล้านบาท และจะชำระคืนทั้งหมดหลังการขายหุ้นไอพีโอ
  3.บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ปัจจุบันมีหนี้สินรวม 61,919.53 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อเข้าซื้อหุ้น GJP โดยมีที่ปรึกษาทางการเงินคือ บล.กสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บล.บัวหลวง แต่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหนี้แต่ละแห่ง โดยแจ้งในวัตถุประสงค์การระดมทุนข้อ 2.เพื่อชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
  4.บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) มีหนี้ที่ต้องชำระให้กับ ธนาคารกสิกรไทยรวมทั้งสิ้น 1,357.6 ล้านบาท โดยมี บล.กสิกรไทยเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

*** 2 บริษัทเข้าเกณฑ์"มาร์เก็ตแคป-โฮลดิ้ง คอมพานี"
  นอกจากนี้ที่ต้องจับตา คือ บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP)จะเข้าซื้อขายด้วยเกณฑ์มาร์เก็ตแคป ซึ่งข้อมูลผลประกอบการล่าสุดปี 56 ขาดทุน 2.8 ล้านบาท ปี 57 ขาดทุน 30.2 ล้านบาท ปี 58 กำไร 500.7 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกปี 59 มีกำไรสุทธิ 385.6 ล้านบาท
  ส่วน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เข้าซื้อขายด้วยเกณฑ์โฮลดิ้ง คอมพานี สำหรับบริษัทที่ลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน(Infrastructure Project) โดยได้รับการยกเว้นเรื่องผลการดำเนินงาน ซึ่งงบการเงิน 3 ปีหลังสุด (57-59) บริษัทมีผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง 114.89 ล้านบาท 1,386.60 ล้านบาท และ 200.61 ล้านบาท ตามลำดับ

*** พบบริษัทถอนไฟลิ่งไปแล้ว 1 ราย
  "ปริย เตชะมวลไววิทย์" ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 60 ถึงปัจจุบัน (31 พ.ค. 60) มีบริษัทที่ขอยกเลิกการเสนอขายหุ้นไอพีโอ 1 บริษัท เนื่องจากบริษัทยังไม่พร้อมจึงขอชะลอการเสนอขายหุ้นออกไปก่อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นการตัดสินใจของบริษัท ไม่ใช่ผลจากการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. จึงไม่สามารถบอกชื่อบริษัทได้
  ทั้งนี้เมื่อสำรวจข้อมูลพบว่า มี 1 บริษัทที่หายไปจากรายชื่อที่กำลังยื่นไฟลิ่งกับ ก.ล.ต. คือ บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบสร้าง-ดำเนินงาน-ขาย (Build-Operate-Sell: BOS)ประเภทโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์อื่น โดยบริษัทนี้ได้ยื่นไฟลิ่งไปเมื่อ 6 ม.ค.60

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด