ประเด็นร้อน

| 22 พฤษภาคม 2560 | 10:31

ส่องงบบจ. Q1/60 พบ 56 บริษัทพลิกขาดทุน - 90 บริษัทกำไรลดกว่า 30%

         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประจำไตรมาส 1/60 จำนวน 572 บริษัท พบว่ามีกำไรสุทธิรวม 284,662 ล้านบาท เติบโต 21.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคิดเป็นรายไตรมาส เนื่องจากผลประกอบการของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน, สาธารณูปโภค, ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ ผลประกอบการดีขึ้นทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ เนื่องจากได้อานิสงส์ของราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ถึง 70%

          ขณะที่แม้ไม่รวมกลุ่มข้างต้น กำไรสุทธิของบจ.โดยรวมก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นดัน โดยเฉพาะที่เกี่ยวของกับการอุปโภคบริโภค เช่น กลุ่มพาณิชย์, ธุรกิจการเกษตร, แฟชั่น, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, สินเชื่อ, ธนาคาร และเหมืองแร่ 
   อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ บจ. ขนาดกลาง-เล็ก มีอัตราการเติบโตลดลง ซึ่ง สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. เผยสาเหตุว่า ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจที่สูงมากยิ่งขึ้น ประกอบกับบางธุรกิจได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านฤดูกาลทางธุรกิจ
 
*** 90 แห่งกำไรลดเกิน 30%
   จากประเด็นข้างต้น "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า แม้ไตรมาส 1/60 สถิติกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ  แต่ปรากฏว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี 188 บริษัทที่กำไรสุทธิลดลง ขณะที่มีถึง 90 บริษัทที่กำไรลดลงมากกว่า 30% โดยกลุ่มที่กำไรลดลงมากที่สุดคืออสังหาริมทรัพย์จำนวน 16 บริษัท  ส่วนบริษัทที่กำไรลดลงมากที่สุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย
   1.บมจ.กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) (GYT) จากกำไรสุทธิ 58.47 ล้านบาท เมื่อไตรมาส 1/59 เหลือเพียง 0.33 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ลดลงถึง 99.40% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 152 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับเพียง 24 ล้านบาท เพราะมีการตั้งสำรองหนี้สูญและมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคลังสินค้า รวมไปถึงได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนหลังเงินบาทแข็งค่าขึ้น
   2.บมจ.ทีทีแอล อุตสาหกรรม (TTL) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 2.82 ล้านบาท ลดลง 99.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ลดลงสวนทางกับต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น
   3.บมจ.อมตะ วีเอ็น (AMATAV) กำไรสุทธิไตรมาส 1/60 อยู่ที่ 2.01 ล้านบาท ลดลง 95.65% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีรายได้จากการโอนที่ดินนิคมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น รวมถึงมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
   4.บมจ.แพนเอเซียฟุตแวร์ (PAF) เหลือกำไรสุทธิไตรมาสนี้เพียง 1.82 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 32.78 ล้านบาท หรือลดลง 94.44% เนื่องจากได้รับผลกระทบด้านต้นทุนหลังราคายางปรับตัวสูงขึ้น
   5.บมจ.เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ (APX) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 2.02 ล้านบาท ลดลง 93.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการโอนโครงการอสังหาฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 50.92% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 29.02%
         

บริษัท

ตลาด

กำไรลดลง (%)

GYT

SET

-99.44

TTL

SET

-99.43

AMATAV

SET

-95.65

PAF

SET

-94.44

APX

SET

-93.03

TWZ

SET

-92.24

TNPC

SET

-91.8

PMTA

SET

-91.5

UEC

mai

-91.28

TPA

SET

-89.24

PF

SET

-87.83

SC

SET

-83.99

BTS

SET

-81.83

DTAC

SET

-81.76

BLAND

SET

-80.74

CCN

mai

-80.67

ILINK

SET

-79.56

AI

SET

-75.5

ICHI

SET

-74.99

RP

mai

-74.24

RICHY

SET

-73.51

CWT

SET

-73.05

MIDA

SET

-72.99

GLAND

SET

-72.02

THE

SET

-71.91

MK

SET

-71.81

SAMART

SET

-69.24

TTCL

SET

-67.81

MILL

SET

-67.26

S

SET

-66.55

KCM

mai

-66.23

CHOTI

SET

-65.01

BA

SET

-64.69

MODERN

SET

-63.96

THCOM

SET

-63.06

CIMBT

SET

-62.97

TICON

SET

-62.91

TPCORP

SET

-62.21

COLOR

mai

-61.67

PAP

SET

-59.63

SCCC

SET

-59.62

XO

mai

-58.49

RML

SET

-57.51

BEC

SET

-56.61

RS

SET

-56.04

LPN

SET

-55.24

PJW

mai

-54.33

A

SET

-53.62

SENA

SET

-53.47

FORTH

SET

-52.89

SPALI

SET

-50.85

BWG

SET

-50.23

SGF

mai

-48.42

AHC

SET

-48.06

THAI

SET

-47.37

AYUD

SET

-47.15

DSGT

SET

-46.27

MINT

SET

-46.17

TVO

SET

-43.83

TPBI

SET

-43.65

AAV

SET

-43.48

TMI

mai

-43.4

AF

mai

-42.48

ATP30

mai

-42.06

SCN

SET

-42.01

BSBM

SET

-41.92

LRH

SET

-41.79

CBG

SET

-41.11

VIH

SET

-41.11

SNC

SET

-40.88

JCT

SET

-40.09

UT

SET

-40.06

TSR

SET

-39.45

PTG

SET

-38.76

UMI

SET

-38.47

SCP

SET

-37.82

TOG

SET

-37.78

ITD

SET

-37.3

M-CHAI

SET

-36.37

SLP

SET

-33.81

SPI

SET

-33.66

KKC

SET

-33.65

WORLD

SET

-32.95

TGCI

SET

-32.8

ARROW

mai

-32.75

WHA

SET

-32.64

TFG

SET

-32.25

PPP

SET

-31.36

GLOW

SET

-31.34

METCO

SET

-30.09

ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย 

** 56 บจ.พลิกขาดทุน
         ขณะเดียวกันในไตรมาสนี้มีบจ.พลิกขาดทุนถึง 56 บริษัท ซึ่งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
   1.บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จากกำไรระดับ 1,968.02 ล้านบาท เมื่อไตมาส 1/59 พลิกเป็นขาดทุน 1,151.59 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่ามีต้นทุนการขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้น รวมมีการตัดจำหน่ายค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่
   2.บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) พลิกเป็นขาดทุน 575.6 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 67.5 ล้านบาท โดยผลขาดทุนส่วนใหญ่มาจากการขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
   3.บมจ.บริษัท ริช เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (RICH) พลิกขาดทุน 278.22 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 11.87 ล้านบาท โดยภาระขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 241.80 ล้านบาท รวมถึงมีรายได้จากการขายลดลง
   4.บมจ.เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) ขาดทุน 230.78 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 576.81 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนถึง 147.45 ล้านบาท รวมไปถึงการขาดทุนจากการรับจากผลิตถึง 81.17 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการผลิตคงที่ส่วนหนึ่งไม่แปรผันตามปริมาณงานที่ลดลง รวมถึงมีการรับรู้รายได้งานโครงการหลักลดลงอย่างมีนัย หลังส่งมอบงานให้ลูกค้าหมดสิ้นแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3/59 ทำให้งานที่รอรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้มีไม่มากนัก
   5.บมจ.โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม (RCI) รายงานผลขาดทุนไตรมาสนี้ 177.51 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.69 ล้านบาท เพราะรายได้จากการขายลดลงถึง 43.3% เนื่องจากประสบภาวะการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรง ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้นด้วย

บริษัท

ตลาด

กำไร Q1/60

กำไร Q1/59

TRUE

SET

-1,151.59

1,968.02

PACE

SET

-575.64

67.55

RICH

SET

-278.22

11.87

STPI

SET

-230.78

576.81

RCI

SET

-177.51

3.69

BJCHI

SET

-155.34

338.72

MJD

SET

-104.53

69.37

AIE

mai

-98.65

23.42

EARTH

SET

-68.93

111.89

CPI

SET

-63.44

6.98

MCS

SET

-63.15

188.7

TC

SET

-61.62

34.24

VTE

mai

-47.81

4.28

MPIC

SET

-45.45

2.27

CKP

SET

-43.62

47.45

SAM

SET

-41.77

77.82

TRC

SET

-40.44

66.09

CHOW

mai

-36.74

48.83

TRT

mai

-31.56

15.43

PRINC

SET

-25.87

5.58

AKR

SET

-24.51

1.02

BLISS

SET

-23.41

3.3

CI

SET

-23.21

64.6

K

mai

-20.45

14.05

SINGER

SET

-19.96

53.02

UPOIC

SET

-17.93

46.63

BRC

SET

-17.53

18.98

KOOL

mai

-17.45

16.6

DCORP

mai

-16.96

2.08

TCC

SET

-15.89

4.8

STHAI

SET

-15.86

0.69

SR

mai

-13.36

4.23

BAT-3K

SET

-12.98

16.81

PHOL

mai

-10.99

9.96

TVD

mai

-10.38

35.38

RPC

SET

-8.72

44.79

ADAM

mai

-7.04

153.23

PICO

mai

-6.89

12.5

NWR

SET

-6.54

14.35

GRAND

SET

-6.29

60.06

VI

SET

-4.96

6.05

OCEAN

mai

-4.68

2.17

MATCH

SET

-4.07

6.19

J

SET

-4.02

11.08

NEW

SET

-3.83

2.46

GEL

SET

-3.74

58.71

CCP

SET

-3.59

13.64

SAMCO

SET

-2.78

105.22

PE

SET

-2.53

11.38

TVT

mai

-2.38

24.94

TPP

SET

-1.94

1.24

GENCO

SET

-1.85

6.79

FOCUS

mai

-1.28

9.61

ACC

SET

-1.13

1.85

GBX

SET

-0.29

11.36

CHARAN

SET

-0.15

6.63

ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย 

** วงการยังไม่ปรับลดกำไรบจ.เหตุบจ.กลาง-เล็กไม่มีผลต่อตลาดรวม
   สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลท. มองว่า การที่มีบริษัทที่พลิกขาดทุนถึง 56 บริษัท และมีบริษัทที่กำไรลดลงจำนวนมาก เกิดขึ้นในบจ.ขนาดกลางและขาดเล็ก เป็นไปตามการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น รวมถึงบางธุรกิจเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งถือว่าเป็นภาวะปกติของการดำเนินธุรกิจ โดย  จากการรายงานงบการเงินไตรมาส 1 ที่ผ่านไป ยังมีบริษัทที่มีกำไรถึง 431 บริษัท คิดเป็นกว่า 75% ของบริษัทที่ส่งงบการเงินทั้งหมด ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับปกติ
   ด้าน เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อํานวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ยังไม่มีการปรับลดประมาณการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียน เพราะภาพรวมกำไรสุทธิของตลาดยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะกลุ่มหลักอย่าง พลังงาน และ ธนาคารพาณิชย์ 
   "กำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 2.85 แสนล้านบาท คิดเป็น 28% ของประมาณการณ์ทั้งปี ดังนั้นจะไม่มีการปรับลดแต่อย่างใด
 ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีการปรับลด เพราะมีบางบริษัทบางอุตสาหกรรมพลิกขาดทุนหรือกำไรลดลง แต่บริษัทส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาวะดังกล่าวเป็นช่วงโลว์ซีซั่น เช่น อสังหาฯ ซึ่งมักไม่ค่อยมีการโอนโครงการในไตรมาสนี้อยู่แล้ว คาดว่าช่วงที่เหลือของปีจะดีขึ้น
   เรายังคงเป้าหมายกำไรบจ.ปีนี้ที่ 9.91 แสนล้านบาท EPS ของบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ 101.36 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นการเติบโต 7.11% และช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยจะได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐ"

   ขณะที่ มงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เผยว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่กำไรลดลงหรือขาดทุนเป็นบจ.ขนาดกลางและขนาดเล็ก ไม่มีผลต่อภาพรวมของตลาด คาดว่าคงจะไม่มีการปรับลดประมาณการณ์กำไรแต่อย่างใด
   ซึ่งปัจจัยโดยรวมยังเอื้อตลาดอยู่ โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตามในไตรมาสถัดไปให้จับตาหุ้นกลุ่มส่งออก เพราะเงินบาทปรับตัวแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญ อาจจะส่งผลกระทบได้ 
   ทั้งนี้ยังคงเป้าหมาย EPS Growth ของบจ.ปีนี้ที่ 101 บาท/หุ้น จากปีก่อนที่ 95 บาท/หุ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด