ประเด็นร้อน

| 3 เมษายน 2560 | 10:39

ส่องงบบจ.Q1/60 แบงก์-ลิสซิ่ง-โรงพยาบาล-พลังทดแทน กำไรแจ่ม

        ใกล้เข้าสู่ช่วงประกาศงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ประจำไตรมาส 1/60 “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” จึงได้รวบรวมความเห็นจากบรรดานักวิเคราะห์เพื่อประเมินแนวโน้มกำไรในแต่ละกลุ่มอุสาหกรรม ไปดูกันว่าหุ้นกลุ่มไหนจะเป็นดาวเด่นและดาวดับประจำไตรมาสแรกของปีนี้

*** หุ้นแบงก์ กำไร Q1 ฟื้นตัวแกร่ง KBANK-SCB เด่น 
          "สุนันทา วสะภิญโญกุล" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า กำไรสุทธิหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประจำไตรมาส 1/60 จะเติบโต 8-10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้นตามสินเชื่อที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ
          ขณะเดียวกันการตั้งสำรองหนี้สูญลดลง ตามคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยกลับมาเป็นบวก จากที่ติดลบในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากธุรกรรมการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างคึกคักหลังภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีขึ้น 
            ปรับน้ำหนักการลงทุนเป็น "มากกว่าตลาด" จากเดิม "เท่าตลาด" ส่วน Top Pick ของกลุ่มได้แก่ KBANK ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 240 บาท จากเดิม 202 บาท และTISCO ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 78 บาท จากเดิม 72 บาท 
             สอดคล้องกับ "อุษณีย์ ลิ่วรัตน์" นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ที่ระบุว่า กำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1/60 จะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เติบโต 13.6%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 5.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/59 ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีขึ้นทุกภาคส่วน โดยได้แรงขับเคลื่อนจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ ขณะที่ตั้งสำรองหนี้ก็ผ่อนคลายลงอย่างต่อเนื่อง ให้น้ำหนักการลงทุน "มากกว่าตลาด" โดยมี Top Pick ของกลุ่มคือ SCB ราคาเหมาะสม 178 บาท, BBL ราคาเหมาะสม 197.50 บาท และ TCAP ราคาเหมาะสม 53 บาท 
            เช่นเดียวกับ "มงคล พ่วงเภตรา" นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้ "มากกว่าตลาด" เช่นกัน Top pick ได้แก่ SCB ราคาเหมาะสม165 บาท, KBANK ราคาเหมาะสม 207 บาท และ BBL ราคาเหมาะสม 203 บาท  

*** กลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี ไม่เด่น
           "สิทธิชัย คุ้มวรชัย" นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่ากำไรไตรมาส 1/60 ของกลุ่มพลังงาน มีแนวโน้มทรงตัวหรืออ่อนตัวลงเล็กน้อย หลังจากผลประกอบการไตรมาส 4/59 ได้แสดงการฟื้นตัวที่โดดเด่นและได้สะท้อนไปในราคาหุ้นแล้วระดับหนึ่ง
           ซึ่งไตรมาสนี้ค่าการกลั่นมี Upside จำกัด หลังผ่านช่วงการเก็บสต็อกสำหรับฤดูหนาว รวมทั้งไตรมาสนี้มีโอกาสบันทึกกำไรจากสต็อกลดลง โดยมองว่าแนวโน้มราคาน้ำมันไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นไปเกินกว่าระดับ 60 เหรียญต่อบาร์เรล ตามดีมานด์ที่ลดลงของฤดูกาล คงน้ำหนักการลงทุน "เท่าตลาด" เลือก BCP เป็น Top Pck เนื่องจากมีความน่าสนใจด้าน Valuation เด่นสุดในกลุ่ม ราคาเหมาะสม 40 บาท
            เช่นเดียวกับ "ปองธรรม แดนวังเดิม" นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่ากำไรของหุ้นกลุ่มนี้จะไม่โดดเด่นในไตรมาสนี้ เนื่องจากค่าการกลั่นและราคาปิโตรเคมีส่วนใหญ่ยังทรงตัวตามราคาน้ำมัน หลังผ่านช่วงฤดูหนาวไปแล้ว อย่างไรก็ตามมองว่าในระยะยาวยังเป็นขาขึ้นแต่จะค่อยเป็นค่อยไป ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มนี้ "เท่าตลาด" เลือกIRPC เป็น Top pick ของกลุ่ม ราคาเหมาะสม 6 บาท

*** อสังหาฯ เผชิญกำไรต่ำสุดของปี
            "เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ไตรมาส 1/60 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีของหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากไม่มีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯจากภาครัฐเหมือนปีก่อน มาช่วยเร่งยอดขายและการโอน อย่างไรก็ตามคาดว่าผลประกอบการจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นรายไตรมาส
             ให้น้ำหนักการลงทุน "เท่าตลาด" หุ้นเด่นเลือก LH ราคาเหมาะสม 12 บาท และ SPALI ราคาเหมาะสม 32.30 บาท

*** กลุ่มสื่อสารผลประกอบการทรุด 
             "ณัฐพล คำนวณผล" นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ของหุ้นกลุ่มสื่อสารจะปรับตัวลดลง 63% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ 27%เทียบกับไตรมาส 4/59 
              โดย DTAC จะมีผลการดำเนินงานอ่อนตัวมากที่สุด คาดไตรมาสนี้ขาดทุน จากไตรมาส 1/59 ที่มีกำไรสุทธิ 1,265 ล้านบาท และไตรมาส 4/59 ที่มีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท โดยปัจจัยลบหลักประกอบด้วย 1.รายได้ลดลงหลังสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง 2.ต้นทุนค่าใช้จ่ายการสนับสนุนค่าเครื่องและค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังเริ่มรุกด้านมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น
               ส่วน ADVANC จะมีกำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีฐานกำไรที่สูงและยังไม่มีการบันทึกต้นทุนค่าใบอนุญาตคลื่นใหม่ อีกทั้งยังมีต้นทุนด้านโครงข่ายที่สูงขึ้น ส่วน TRUE จะมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากเหตุผลเดียวกันกับ ADVANC ระยะสั้นไม่มีคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ เนื่องจากกำไรยังไม่มีทิศทางที่ดีขึ้นประกอบกับราคาหุ้นเหลืออัพไซด์จำกัด
 
*** กลุ่มเกษตร-อาหารฟื้นตัว
              "บุญญา" วิกัยสุขสกุล นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/60 ของกลุ่มเกษตรและอาหารโดยรวมจะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 4/59แต่จะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 
              ซึ่งภาพรวมกลุ่มปศุสัตว์ดีขึ้นจากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาน้ำตาลและถั่วเหลืองยังอ่อนตัว แต่จะเป็นผลแค่ระยะสั้นเท่านั้นเนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับสถานะของสัญญาซื้อขาย
 ให้นำหนักการลงทุน "เท่าตลาด" เลือก CPF เป็น Top pick ของกลุ่ม ราคาเหมาะสม 37 บาท ขณะเดียวกันแนะนำซื้อ BR ราคาเหมาะสม 8.60 บาท เนื่องจากมีอัพไซด์มากกว่า 25%

*** กลุ่มพลังงานทดแทนแซ่บ
             "กรภัทร วรเชษฐ์" ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล. โนมูระ พัฒนสิน คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 หุ้นกลุ่มพลังงานทดแทน จะเติบโตก้าวกระโดดเนื่องจากหลายบริษัทจะรับรู้รายได้โครงการใหม่ โดย PSTC จะโดดเด่นที่สุด คาดจะพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรได้ในไตรมาสนี้ เพราะรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลกว่า 30 เมกะวัตต์  
             ขณะที่ TPCH จะมีการบันทึกรายได้โรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 4 โครงการเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ทำให้กำไรสุทธิไตรมาสนี้จะเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง แนะนำ "Bullish"หุ้นกลุ่มพลังงานทดแทน เลือก PSTC เป็น Top Pick ราคาเหมาะสม 1.05 บาท มีอัพไซด์กว่า 30% 

*** ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขาขึ้น
             "มงคล พ่วงเภตรา" นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชัดเจนต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 
            ให้น้ำหนักการลงทุน "มากกว่าตลาด" โดยประเมินว่ากำไรของบริษัทในกลุ่มนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมากและหลายบริษัทอยู่ในช่วงฟื้นตัวที่ชัดเจน ประกอบกับราคาหุ้นที่ปรับตัวลงค่อนข้างมากก่อนหน้านี้จึงมีอัพไซด์ที่เพิ่มขึ้น โดยมองว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการส่งออกจะฟื้นตัวได้ดีในปีนี้  เลือก KCE เป็น Top pick ราคาเหมาะสม 125 บาท

*** กำไรกลุ่มยานยนต์เริ่มขยับ
         "นวลพรรณ น้อยรัชชุกร" นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 หุ้นกลุ่มยานยนต์เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 4/59 ตามภาคการผลิตรถยนต์ที่เติบโตขึ้น ขณะเดียวกันก็มีออเดอร์รถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คงคำแนะนำการลงทุน "เท่ากับตลาด" โดยเลือก SAT เป็นหุ้นเด่น ราคาเหมาะสม 18.40 บาท  รวมทั้ง AHราคาเหมาะสม 19.50 บาท และ IRC ราคาเหมาะสม 29.50 บาท โดยทั้ง 3 บริษัทมีจุดเด่นด้าน Valuation

*** รับเหมาฯเจอโรคเลื่อนไร้งานใหม่ฉุดกำไรหด
             "โดม คุณประยูรสวัสดิ์"  นักวิเคราะห์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ประเมินว่า กำไรกลุ่มรับเหมาในไตรมาส 1/60 จะปรับตัวลดลง ตามรายได้ที่ลดลง เพราะงานในมือยังคงชะลอตัวขณะที่ยังไม่มีงานใหม่เข้ามชดเชย โดยเป็นผลจากโครงการขนาดใหญ่หลายโปรเจคของภาครัฐที่มีการเลื่อนออกไป 
              อย่างไรก็ตามยังคงน้ำหนักการลงทุน "เท่าตลาด" เนื่องจากมองว่าโครงการลงทุนของภาครัฐที่เลื่อนออกไป คงเป็นการเลื่อนในระยะสั้นเพื่อแก้ไขรายละเอียดให้ชัดเจนเท่านั้น และคาดว่าจะมีการทยอยเปิดประมูลภายในไตรมาสต่อๆไป เลือก CK เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม ราคาเหมาะสม 33.50 บาท

*** กลุ่มโรงพยาบาลแนวโน้มกำไรยังดี
            นักวิเคราะห์ บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 กลุ่มโรงพยาบาล คาดจะเติบโตโดดเด่น ตามจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการมากขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเป็นไตรมาสที่มีการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาล โดยประเมินว่าหุ้นในกลุ่มนี้จะมีกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง ให้น้ำหนักการลงทุน "มากกว่าตลาด" เลือกหุ้นเด่น BDMS ราคาเหมาะสม 27.30 บาท และ VIBHA ราคาเหมาะสม 3.70 บาท

*** กลุ่มธุรกิจการบินผลงานเริ่มฟื้น
              "อำนาจ โงสว่าง" นักวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาพรวมกำไรสุทธิหุ้นกลุ่มการบินในไตรมาส 1/60 จะฟื้นตัวโดดเด่น เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว มีการใช้บริการคึกคักทั้งจากลูกค้าในประเทศ และต่างประเทศ ประกอบกับในไตรมาส 4/59 มีฐานต่ำจากการชะลอตัวของการท่องเที่ยว ที่มีผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ และอยู่ในช่วงไว้อาลัย 
             ให้น้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" เลือก AAV เป็น Top pick ของกลุ่ม ราคาเป้ามาย 7.20 บาท

*** กลุ่มลิสซิ่งกำไรก้าวกระโดดต่อเนื่อง
              "สุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม" นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง คาดว่า กำไรไตรมาส 1/60 กลุ่มลิสซิ่งและสินเชื่อรายย่อยจะเติบโตก้าวกระโดด โดยประเมิน MTLS จะมีกำไรโตเด่นสุด 79% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามด้วย SAWAD ที่ 49% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่มองว่ากิจกรรมการลงทุนในประเทศที่ดีขึ้น จะสนับสนุนให้ยอดสินเชื่อในกลุ่มนี้ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ให้น้ำหนักการลงทุน "มากกว่าตลาด" แนะซื้อ SAWAD ราคาเหมาะสม 56 บาท และ  MTLS ราคาเหมาะสม 37 บาท

*** กลุ่มมีเดียฟื้นจาก Q4/59 แต่ยังไม่น่าลงทุน
           "ดิษฐนพ วัธนเวคิน" นักวิเคราะห์จาก บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินหุ้นกลุ่มมีเดีย คาดกำไรไตรมาส 1/60 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 4/59 ที่ขาดทุน เนื่องจากมีการหยุดออกอากาศเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อไว้อาลัย อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และยังไม่มีสัญญาณบวกของการเพิ่มขึ้นจากเม็ดเงินโฆษณาที่มีนัยสำคัญ โดยยังคงน้ำหนักการลงทุน "น้อยกว่าตลาด" แนะนำ "เก็งกำไร" MAJOR จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่าปีก่อน และอาจจะมีกำไรพิเศษ 400-500 ล้านบาท หากมีการขายหุ้นบริษัทย่อย (PVR) ราคาเป้าหมายระยะสั้น 39 บาท (รวมกำไรพิเศษแล้ว)
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด