ประเด็นร้อน

| 27 มีนาคม 2560 | 10:35

กังขามาตรฐานหุ้น Resume trade `ฟื้นฟู` หรือ `ฟื้นแล้วฟุบ`?

          วันนี้หุ้นบมจ.เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเม้นท์ (APX) จะได้กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง หลังถูกพักการซื้อขายมาตั้งแต่ปี 42 นับเป็นเรื่องน่ายินดีต่อผู้ถือหุ้นทุกรายที่รอคอยวันลืมตาอ้าปากมาเกือบ 18 ปี 
          แน่นอนว่าหุ้นกลุ่มที่คืนชีพกลับมาเทรดหลังฟื้นฟูกิจการนั้นไม่มีการกำหนดกรอบราคา(Ceiling & Floor) เพราะฉะนั้นขาเก็งกำไรต้องระมัดระวังและศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ เพราะสามารถขึ้นสวรรค์หรือลงนรกได้ภายในเวลาเพียงวันเดียว
          เกี่ยวเนื่องจากกรณีข้างต้น "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สำรวจข้อมูลสถิติต่างๆ ในหุ้นกลุ่มที่กลับเข้ามาซื้อขาย (Resume trade) พบประเด็นที่น่าสนใจประการหนึ่ง ซึ่งไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง
           โดยข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา มีหุ้นที่ผ่านการฟื้นฟูกิจการและกลับเข้ามาซื้อขายรวมทั้งสิ้น 9 บริษัท แต่มีถึง 3 บริษัทที่มีผลขาดทุนต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีหลัง 
            ขณะที่อีกหลายบริษัทมีการเก็งกำไรราคาหุ้นกันอย่างหวือหวา จนติดมาตรการกำกับการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่เป็นประจำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้จะผ่านการฟื้นฟูฯมาแล้วแต่มาตรฐานของบริษัทเหล่านี้ยังคงใกล้เคียงกับคำว่า "โคม่า" อยู่เหมือนเดิม

*** NPP - MPG - DCORP ขาดทุนต่อเนื่อง
            กลุ่มแรกที่จะกล่าวถึงคือบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.บมจ.บริษัท นิปปอนแพ็ค (ประเทศไทย)หรือ NPP 2.บมจ.เอ็มพีจี คอร์ปอเรชั่น(MPG) และ 3. บมจ.ดีมีเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (DCORP) โดยมีรายละเอียดดังนี้
             1.NPP หรือเดิมคือ NIPPON ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์หลากหลายประเภท ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตลาดหลักทรัพย์ฯสั่งพักการซื้อขายในปี 54 เพราะผลประกอบการไม่เป็นไปตามกำหนด แต่สามารถใช้เวลาฟื้นฟูบริษัทได้อย่างรวดเร็วหลังการเข้ามาของผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่ และได้กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯอีกครั้งเมื่อ 14 เม.ย.55 
              แต่ดีได้เพียงปีเดียวที่เข้ากลับเข้ามาซื้อขายเท่านั้น เพราะผลประกอบการตั้งแต่ปี 56 ถึงปี 59 ขาดทุนทุกปี จำนวน 34.70 ล้านบาท 75.32 ล้านบาท 139.26 ล้านบาท และ 137.81 ล้านบาท ตามลำดับ โดยปัจจุบันมีขาดทุนสะสมรวมถึง 303.81 ล้านบาท
              2.MPG หรือที่รู้จักกันดีจากธุรกิจร้าน "แมงป่อง" แม้ปัจจุบันจะผันตัวไปลุยสินค้าประเภทเครื่องสำอาง แต่ก็เหมือนจะยังไม่เห็นผล โดย MPG กลับมาซื้อขายเมื่อ 9 ก.ค.57 หลังถูกสั่งพักการซื้อขายไปตั้งแต่ปี 52 เนื่องจากมีส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 
             แต่พอได้กลับเข้ามาซื้อขายใหม่เมื่อปี 57 ถัดมาปี 58 ผลประกอบการก็ขาดทุนทันที 60.47 ล้านบาท ต่อเนื่องมาจนถึงปี 59 ขาดทุนอีก 98.36 ล้านบาท ที่น่าตกใจคือมีขาดทุนสะสมสูงถึง 1,249.18 ล้านบาท
               3.DCORP หรือชื่อเดิม บมจ.เอเซีย จอยท์ พาโนราม่า (AJP) เคยสร้างชื่อเมื่อตอนกลับเข้ามาซื้อขายเมื่อ 11 ก.ย.56 ด้วยการเปิดเทรดราคาพุ่งไปถึง 7,639.13% หลังถูกสั่งพักการซื้อขายตั้งแต่ปี 40 
              โดยแรกเริ่มกลับมารอบใหม่ด้วยธุรกิจสื่อโทรทัศน์ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อและหันไปรุกธุรกิจพลังงานทดแทน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นโครงการที่เป็นรูปธรรมมากนักจากปีแรกที่กลับมาซื้อขายมีกำไร 22.19 ล้านบาท แต่ในปี 57 กำไรลดลงเหลือเพียง 1.14 ล้านบาท และปี 58 พลิกขาดทุนมโหฬารถึง 909.12 ล้านบาท ต่อเนื่องถึงปี 59 ขาดทุนอีก 86.30 ล้านบาท ปัจจุบันมีขาดทุนสะสมถึง 1,049.80 ล้านบาท

*** DCORP เก็งกำไรเดือด ติดแคชบาลานซ์ 15 ครั้ง
            ประเด็นของ DCORP ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเป็นอันดับ 1 ในหุ้นกลุ่มนี้ที่มีการเก็งกำไรราคาหุ้นกันอย่างสุดโต่ง เป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายสูงถึง 15 ครั้ง ตั้งแต่กลับเข้ามาซื้อขาย ราคาหุ้นแกว่งเหมือนรถไฟเหาะขึ้นสูงสุดถึง 16.13 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 3.70 บาท ภายในเวลาไม่กี่เดือน โดยปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ 7 บาท
            ส่วนอีกรายที่มีการเก็งกำไรบ่อยครั้งเช่นกันคือ NPP ติดอยู่ในหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายถึง 5 ครั้ง ซึ่งรายนี้มักมีข่าวลือเกี่ยวกับการเทคโอเวอร์หรือถูกเทคโอเวอร์บ่อยครั้ง ราคาหุ้นเคยขึ้นไปสูงสุดถึง 6.46 บาท ต่ำสุด 0.68 บาท โดยปัจจุบันอยู่ที่ 0.88 บาท

*** ตลท.เข้มงวดเกณฑ์รับหุ้นฟื้นฟูกลับมาเทรด คาดชัดเจน Q2/60
             "สันติ กีระนันทน์" รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า มีบางบริษัทเท่านั้นที่มีปัญหา เพราะเกินกว่าครึ่งที่กลับมาซื้อขายก็มีผลการดำเนินงานที่ดี
              อย่างไรก็ตาม ตลท.อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงเพิ่มความเข้มงวดในการรับบจ.ที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนกลับเข้ามาซื้อขาย เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐาน บจ.ให้ดียิ่งขึ้น คาดจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 2 นี้
              "ตลท.ไม่ได้นิ่งนอนใจและมีการติดตามพัฒนาการของบริษัทในกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่คงไม่สามารถให้ความคิดเห็นเป็นรายบริษัทได้ ซึ่งนักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
              ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการทบทวนและจะปรับปรุงเพิ่มความเข้มงวดในการรับหลักทรัพย์กลุ่ม NC-NPG กลับมาซื้อขาย เพื่อยกระดับมาตรฐานให้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่เข้ามาไม่นานก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม"สันติ กล่าว

*** วงการแนะเจาะลึกกลุ่มผู้บริหารก่อนตัดสินใจลงทุน
             แหล่งข่าวนักวิเคราะห์ ให้ความเห็นว่า หุ้นกลุ่มนี้ต้องศึกษารายละเอียดให้ลึก โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอย่างไรบ้างโดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหม่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะหุ้นกลุ่ม NC-NPG จะเป็นเป้าหมายสำคัญของกลุ่มที่ต้องการสร้างประโยชน์อันมิชอบ
               "ลองไปดูชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารบริษัทกลุ่มนี้ที่มีปัญหาก็จะเข้าใจดี เพราะกรรมการหรือผู้บริหารบางคนเป็นนักเล่นหุ้นมากกว่านักบริหาร บางรายไม่ได้มีที่มาจากสายธุรกิจนั้นๆ อยู่ๆ ก็เข้ามาแล้วโชว์ว่ามีคอนเนกชั่นด้านนั้นด้านนี้ ซึ่งสุดท้ายโปรเจ็กต่างๆ ที่พูดไว้มักจะไม่ค่อยเห็นเป็นรูปธรรม
               นักลงทุนควรศึกษาให้รอบคอบและหลีกเลี่ยงหุ้นเหล่านี้ อย่าสนใจความหวือหวาของราคาหุ้นเพียงชั่วคราว เพราะสุดท้ายราคาจะสะท้อนพื้นฐานเสมอ ซึ่งหากเสียหายจะไม่มีใครรับผิดชอบ" 

              ขณะที่แหล่งข่าวผู้บริหารที่ปรึกษาการเงิน เสริมว่า ประเด็นการใช้หุ้นกลุ่ม NC-NPG เป็นเครื่องมือในการสร้างความร่ำรวยของกลุ่มทุนบางกลุ่มมีมานานแล้ว เข้ามาเพื่อหวังใช้ประโยชน์ของการเป็นบริษัทจดทะเบียนในทางไม่ชอบ ปล่อยข่าวลือต่างๆ สร้างราคาหุ้น 
              "แปลกใจที่ไม่เห็นมีการจัดการกับคนกลุ่มนี้อย่างจริงจัง เพราะมีให้เห็นบ่อยครั้ง เข้าไปช่วยฟื้นฟู พอกลับเข้ามาเทรดได้ก็สร้างสตอรี่ดันราคาหุ้นแล้วก็ขายทิ้ง ไม่ได้ต้องการพัฒนาหรือบริหารธุรกิจจริงจัง สุดท้ายก็เป็นแบบที่เห็น
               ผู้ดูแลควรให้ความสำคัญในการปกป้องนักลงทุนมากกว่านี้ ไม่ใช่พอผ่านเกณฑ์ก็รับเข้ามาง่ายๆ  ทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ต้องกล้าที่จะตั้งกำแพงสกัดหุ้นเน่าเหล่านี้ไม่ให้เข้ามาในตลาดหุ้น อุตส่าห์ขังไว้ตั้งนานแต่พอกลับมาก็เหมือนเดิม เหมือนนักโทษที่ไม่ได้ยี่หระกับความผิดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต"

                            BY... น้องจุ๊บแจง
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด