ประเด็นร้อน

| 13 มีนาคม 2560 | 12:00

อสังหาฯแชมป์เพิ่มทุนขยายธุรกิจ บจ.แห่แจกหุ้นปันผล-วอร์แรนต์

         บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เดินหน้ากิจกรรมการเงินอย่างคึกคักตั้งแต่ต้นปี 60 โดยเฉพาะการเพิ่มทุนจดทะเบียน ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" พบว่า มีบจ.ประกาศเพิ่มทุนในช่วงต้นปีนี้ รวม 46 บริษัท มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ จ่ายหุ้นปันผล รองรับการออกวอร์แรนต์ ขณะที่บางรายเพิ่มทุนเพื่อพยุงฐานะทางการเงิน ซึ่งมีสัดส่วนไม่มากนัก 
 
*** กลุ่มอสังหาฯ แชมป์เพิ่มทุน

         ทั้งนี้ บจ.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีการเพิ่มทุนมากที่สุดถึง 12 แห่ง ประกอบด้วย
         1.บมจ.บริษัท คิง ไว กรุ๊ป (ประเทศไทย)  (KWG) เพิ่มทุน 704,000,000 หุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม (RO) สัดส่วน 1:3.2 ราคา 2.63 บาท คิดเป็นมูลค่า 1,851,520,000 ล้านบาท  จะนำไปใช้หมุนเวียนขยายธุรกิจอสังหาฯ 
          2.บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ (GRAND) เพิ่มทุน 2,110,960,763 หุ้น ขาย RO สัดส่วน 10:3 และขายให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) อีก1,244,248,992 หุ้น โดยยังไม่ได้กำหนดราคาเสนอขาย นำไปใช้หมุนเวียนขยายธุรกิจอสังหาฯ 
          3.บมจ.โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น (FOCUS) เพิ่มทุน RO จำนวน 63,360,021 หุ้น สัดส่วน 2 : 1 ราคาเสนอขาย 1.20 บาท คิดเป็นมูลค่า 76,032,025 ล้านบาท ใช้ขยายการลงทุนธุรกิจบริหารจัดการขยะ
          4.บมจ.เอคิว เอสเตท (AQ) เพิ่มทุน 318,837,371,768 หุ้น ขายให้ RO จำนวน125,000,000,000 หุ้น และ PP จำนวน 125,000,000,000 หุ้น โดยยังไม่ได้กำหนดราคาเสนอขาย ใช้ชำระหนี้ ตามแผนการปรับโครงสร้างหนี้
          5.บมจ.ริชี่ เพลซ 2002 (RICHY) เพิ่มทุน 503,964,987 หุ้น ขาย RO จำนวน 157,079,996 หุ้น สัดส่วน 5 : 1 ราคา 1.40 บาท ส่วนอีก 314,159,992 หุ้น ออกเพื่อรองรับการแจก W-1 อัตราส่วน 1:1 โดยจะใช้เงินเพิ่มทุนในการคืนเงินกู้ 200 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนการเงิน หมุนเวียนดำเนินธุรกิจ
           6.บมจ.ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) ออกหุ้นเพิ่มทุน 1,265,457,944 หุ้น ขาย RO จำนวน 407,728,972 หุ้น สัดส่วน 4 : 1 ราคาเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 2 บาท พร้อมทั้งขาย PP อีก 400,000,000 แสนหุ้น ยังไม่กำหนดราคาเสนอขาย และอีก 407,728,972 หุ้น ใช้รองรับการแจก W-5 อัตราส่วน 1:1 โดยระบุว่าจะนำเงินเพิ่มทุนเป็นเงินทุนหมุนเวียน,  สำรองไว้จ่ายหนี้ระยะสั้น เพื่อปรับปรุงโครงสร้างเงินทุน และลดความเสี่ยงต้นทุนการเงินจากการกู้
            7.บมจ.โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส(PPS) เพิ่มทุน 143,999,927 หุ้น โดยใช้ 101,917,262 หุ้นสำหรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 5:1 ที่เหลืออีก 42,082,665 หุ้น รองรับการปรับสิทธิของหลักทรัพย์แปลงสภาพ (W1)
             8.บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เพิ่มทุน 71,400,249 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 16:1
             9.บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) เพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 1,100,485,424 โดยจะเสนอขาย RO จำนวน550,242,712 หุ้น PP จำนวน 183,414,237 และประชาชนทั่วไปอีกจำนวน 366,828,475 หุ้น
             10.บมจ.วินเทจ วิศวกรรม (VTE) เพิ่มทุนแบบ General Mandate จำนวน 332,232,018 หุ้น จะเสนอขาย RO จำนวน 249,174,014 หุ้น และ PP จำนวน 83,058,004หุ้น
              11.บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) เพิ่มทุนแบบ General Mandate  จำนวน 500,000,000 หุ้น โดยระบุว่าจะขายแบบ PP ทั้งหมด
              12.บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) เพิ่มทุนแบบ General Mandate จำนวน 700,000,000  หุ้น โดยจะขายแบบ PP และออกหุ้นเพิ่มทุน PP อีก 929,832,727 หุ้น ให้บริษัท โพรฟิท เวนเจอร์ส จำกัด ที่ราคา 1.10 เพื่อรับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทดังกล่าว
 
*** 11 บจ.ขอเพิ่มทุนแบบ General Mandate รองรับการลงทุน
              ขณะที่ต้นปีนี้มี 12 บจ.ชิงขอเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) หลังประกาศงบการเงินปี 59 โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าใช้สำหรับรองรับการลงทุนในอนาคต ประกอบด้วย 
               1.บมจ.ฟู้ด แคปปิตอล (FC)  ขอผู้ถือหุ้นไว้ 453,861,335 หุ้น ขายแบบ RO จำนวน 391,861,335 หุ้น สัดส่วน 5:1 ราคา 0.55 บาท และจะขายแบบ PP จำนวน 62,000,000 ให้ นาย ณ  
               2.บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ขอไว้ 1,549,095,654 หุ้น โดยจะขายให้กับประชาชนทั่วไป 774,547,827 หุ้น และขายแบบ PP จำนวน 774,547,827
               3.บมจ.มิลล์คอน สตีล (MILL) จำนวน 200,000,000 หุ้น จัดสรรแบบ PP ทั้งหมด
               4.บมจ.ดีเอ็นเอ 2002 (DNA) จำนวน 1,128,330,000  หุ้น ขายแบบ RO ทั้งหมด
               5.บมจ.เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ (CHOW) จำนวน 240,000,000 หุ้น จะเสนอขายแบบ RO จำนวน 160,000,000 หุ้น และ PP อีก 80,000,000 หุ้น 
               6.บมจ.โมโน เทคโนโลยี (MONO) จำนวน 334,000,000  หุ้น ขายแบบ PP ทั้งหมด
               7.บมจ.ฮอท พอท (HOTPOT) จำนวน 81,200,000 ขาย RO จำนวน 40,600,000 หุ้น และ PP อีก 40,600,000
               8.บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON)  จำนวน 1,100,485,424 โดยจะเสนอขาย RO จำนวน 550,242,712 หุ้น PP จำนวน 183,414,237 และประชาชนทั่วไปอีกจำนวน 366,828,475 หุ้น
                9.บมจ.วินเทจ วิศวกรรม (VTE) จำนวน 332,232,018 หุ้น เสนอขาย RO จำนวน 249,174,014 หุ้น และ PP จำนวน 83,058,004 หุ้น
                10.บมจ.สิงห์ เอสเตท (S) จำนวน 500,000,000 หุ้น ขายแบบ PP ทั้งหมด
                11.บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) จำนวน 700,000,000  หุ้น โดยจะขายแบบ PP ทั้งหมด
                 ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า บจ.ที่ขอเพิ่มทุนด้วยวิธีการแบบ GeneralMandate ถือเป็นตัวอย่างการบริหารธุรกิจที่ดี เพราะมีความรอบคอบในการวางแผนใช้เงินลงทุน และสะดวกในการเรียกใช้เงินเมื่อถึงคราวจำเป็น 
               "กลุ่มนี้ถือว่าดี เพราะมีการเตรียมความพร้อม วางแผนการลงทุนไว้ชัดเจน จึงขอเพิ่มทุนแบบ General Mandate ไว้เผื่อถึงคราวที่ต้องใช้เงินลงทุนก็สามารถเรียกเพิ่มทุนได้ทันที"
ดร.สันติ กล่าว

*** 11 บจ.เพิ่มทุนรองรับจ่ายหุ้นปันผล 
            ด้านกลุ่มบจ.ที่ออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อรองรับการจ่ายหุ้นปันผลมีทั้งสิ้น 8 บริษัท ประกอบด้วย
            1.บมจ.โรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO) เพิ่มทุน 30,623,461 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 25:1
             2.บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เพิ่มทุน 1,133,124,254 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 6:1 
             3.บมจ.ไอเอฟเอส แคปปิตอล (ประเทศไทย) (IFS) เพิ่มทุน 23,500,000 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 20:1 
             4.บมจ.พรีเมียร์ เทคโนโลยี (PT) เพิ่มทุน 141,944,471 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 1:1          
              5.บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) เพิ่มทุน 182,924,606  หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 20:1 
             6.บมจ.ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979  (SAWAD) เพิ่มทุน 41,819,859  หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 25:1 
             7.บมจ.2 เอส เมทัล (2S) เพิ่มทุน 99,999,990 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 3:1 
             8.บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์ (BRR) เพิ่มทุน 135,350,000 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 5:1 
             9.บมจ.อาฟเตอร์ ยู (AU) เพิ่มทุน 90,625,000 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 8 : 1
            10.บมจ.เอทีพี 30 (ATP30) เพิ่มทุน 55,000,000 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 8 : 1
            11.บมจ.ไมด้า ลิสซิ่ง (ML) เพิ่มทุน 96,799,783 หุ้น รองรับการจ่ายหุ้นปันผลสัดส่วน 10 : 1

*** มหกรรมแจกวอร์แรนต์
              นอกจากนี้ผลการสำรวจพบว่าหลังการประกาศงบปี 59 มี บจ.ถึง 13 บริษัท ประกาศแจกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (Warrant) ได้แก่
              1.บมจ.2 เอส เมทัล (2S) เพิ่มทุน 99,999,990 หุ้น รองรับ W-1 อัตราส่วน 3 : 1 โดยมีราคาการใช้สิทธิ 7.50 บาท ระยะเวลา 2 ปี
              2.บมจ.มิลล์คอน สตีล (MILL) เพิ่มทุน 405,446,716 หุ้น รองรับการออก W-4 อัตราส่วน 10:1 ราคาการใช้สิทธิ 2.20 บาท ระยะเวลา 2 ปี 
              3.บมจ.เดอะ สตีล (THE) เพิ่มทุน 550,005,080 หุ้น รองรับการออก W-2 อัตราส่วน 1 : 2 ราคาใช้สิทธิ 3.50 บาท ระยะเวลา 3 ปี
               4.บมจ.ไพโอเนียร์ มอเตอร์(PIMO) เพิ่มทุน 104,000,000 หุ้น อองรับการออก W-1 อัตราส่วน 5 : 1 ราคาใช้สิทธิ 1.20 บาท ระยะเวลา 2 ปี
               5.บมจ.ฟิลเตอร์ วิชั่น (FVC) เพิ่มทุน 138,790,248 หุ้น รองรับการออก W-3 อัตราส่วน 10:9  ราคาใช้สิทธิ 1.00 บาท ระยะเวลา 3 ปี
               6.บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เพิ่มทุน 528,166,470 หุ้น รองรับการออก W-2 อัตราส่วน 10:1 ราคาการใช้สิทธิ 9.50 ระยะเวลา 3 ปี 
                7.บมจ.บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (GENCO) เพิ่มทุน 238,000,000 หุ้น รองรับการออก W-2 อัตราส่วน 5:1 ราคาการใช้สิทธิ 2.50 บาท ระยะเวลา3 ปี 
               8.บมจ.เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ (NCL) เพิ่มทุน 64,650,000 หุ้น รองรับการออก W-2 อัตราส่วน 6.5:1 ราคาการใช้สิทธิ 1.50 บาท ระยะเวลา 1 ปี 
                9.บมจ.โรงพยาบาลวิภาวดี (VIBHA) เพิ่มทุน 1,012,587,386 หุ้น รองรับการออก W-3 อัตราส่วน 13:1  ราคาการใช้สิทธิ 3.00 ระยะเวลา 5 ปี 
               10.บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) เพิ่มทุน 156,250,000 หุ้น รองรับการออก W-1 อัตราส่วน 4:1 ราคาการใช้สิทธิ 5.00 บาท ระยะเวลา 3 ปี 
                11.บมจ.อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) เพิ่มทุน 2,911,382,968 หุ้น รองรับการออก Warrant จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย 1,379,076,143 หุ้น สำหรับ W-3 อัตราส่วน 10:1ราคาการใช้สิทธิ 0.60 บาท ระยะเวลา 3 ปี และอีก 1,532,306,825 หุ้น สำหรับ W-4 อัตราส่วน 3:1 ราคาการใช้สิทธิ 0.50 บาท ระยะเวลา 3 ปี 
                 12.บมจ.ที.ซี.เจ.เอเซีย (TCJ) เพิ่มทุน 43,880,212 หุ้น รองรับการออก W-2 อัตราส่วน 1:2 ราคาการใช้สิทธิ 10.00 ระยะเวลา 3 ปี

*** ตลท.มองการเพิ่มทุนอยู่ในเกณฑ์ปกติ-จ่อเก็บสถิติให้นักลงทุนใช้เป็นข้อมูล
              ดร.สันติ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า บจ.ส่วนใหญ่กว่า 90% ที่เพิ่มทุนช่วงต้นปีนี้ มีแผนสำหรับการใช้เงินระดมทุนสำหรับขยายธุรกิจ ถือว่าไม่ผิดปกติแต่อย่างใด
              "ส่วนใหญ่เพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งนั้น ไม่มีประเด็นผิดปกติ เพียงแค่อาจจะเห็นว่ามี บจ.จำนวนมาก เพิ่มทุนในเวลาไล่เลี่ยกัน อย่างไรก็ตามตลาดหลักทรัพย์ฯก็ติดตามตลอด หากมีรายใดแจ้งวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนไม่ชัดเจนหรือมีนักลงทุนตั้งข้อสงสัย ก็จะมีการสอบถามเสมอ และให้บจ.นั้นๆ ชี้แจงจนสิ้นสงสัย"
             ทั้งนี้ตลท.เตรียมเก็บสถิติการเพิ่มทุนของ บจ.ย้อนหลัง เพื่อเผยแพร่ให้กับนักลงทุนผ่านทางเว็ปไซต์ของตลท. เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการทำสถิติดังกล่าว 

              "ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลสถิติย้อนหลังการเพิ่มทุนของ บจ.สำหรับเผยแพร่ โดยน่าจะเสร็จภายในปีนี้ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ต้องการดูข้อมูลย้อนหลัง เช่น บจ.ไหนเพิ่มทุนมาแล้วบ้าง, รายไหนเพิ่มทุนเพื่อแก้ไขผลการดำเนินงานบ่อยครั้ง เป็นต้น"

*** พบ 3 บจ.งบแดงเถือก เพิ่มทุนพยุงโครงสร้างการเงิน
             ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลพบว่าในจำนวน 43 บริษัทที่ประกาศเพิ่มทุนช่วงต้นปีนี้ มีอยู่ 3 แห่งที่ผลประกอบการขาดทุน โดยต้องมีการเพิ่มทุนเพื่อนำเงินไปใช้พยุงโครงสร้างทางการเงิน ประกอบด้วย
            1.บมจ.อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) ผลประกอบการปี 59 พลิกขาดทุนถึง 614.45 ล้านบาท ซึ่งหลังแจ้งงบงบบริษัทก็ประกาศเพิ่มทุนทันทีจำนวน 4,596,920,476 หุ้นขายแบบ RO สัดส่วน 3:1 ราคา 0.14 บาท โดยกำหนดวันจองซื้อ 8-15 พ.ค.60 โดยระบุในวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนเพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ 500 ล้านบาท ลดต้นทุนการเงิน
             2.บมจ.สายการบินนกแอร์ (NOK) หุ้นสายการบินโลว์-คอส ที่ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปีติด จนทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นจากระดับกว่า 3,000 ล้านบาท เหลือเพียง 238.92 ล้านบาท ณ สิ้นปี 59 จึงไม่รอช้าออกหุ้นเพิ่มทุน 625,000,000 หุ้น ขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมสัดส่วน 1:1 ราคา 2.40 บาท กำหนดจองซื้อ 16-22 พ.ค.60 
              3.บมจ.แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น (MATCH) บริษัทนี้ขาดทุนมาแล้ว 2 ปีติดต่อกัน ประกาศเพิ่มทุน 137,600,899 หุ้น สัดส่วน 1: 0.213656 ราคา 2.00 จองซื้อ 11-17พ.ค.60โดยจะนำเงินเพิ่มทุนไปใช้ปรับโครงสร้างการเงิน ชำระเงินกู้ เพื่อลดต้นทุนการเงิน
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด