ประเด็นร้อน

| 30 มกราคม 2560 | 10:31

ส่องหุ้นจ่อปันผลงาม กูรูแนะดักซื้อก่อนประกาศงบปี 59

    บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เริ่มทยอยประกาศงบการเงินประจำปี 2559 กันแล้ว...
    ประเด็นที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนนอกจากผลประกอบการ คงหนีไม่พ้นการจ่ายเงินปันผลของแต่ละบริษัท และเป็นช่วงเวลาแห่งการเลือกช็อป "หุ้นปันผลดี"

    "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้รวบรวมกลยุทธ์สำหรับการลงทุนหุ้นประเภทนี้จากหลากหลายกูรูในวงการตลาดหุ้นไทย รวมถึงกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจจากตะกร้า "หุ้นปันผลเด่น" ของเหล่านักวิเคราะห์ ไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งสำหรับประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

เปิดโผ 25 หุ้นแนวโน้มเด่นตรงตำราหุ้นปันผล
    เมื่อสอบถามนักวิเคราะห์หลายสำนักพบว่า หลักการเลือกหุ้นปันผลสรุปได้ 3 ข้อหลัก ได้แก่ 
    1.ต้องมีสถิติอัตราการจ่ายเงินปันผลมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เท่าตัว ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ราว 3%
    2.ต้องมี P/E ในระดับต่ำ ซึ่งหากจะให้เหมาะสมต้องไม่เกิน 13-15 เท่า 
    3.เป็นหุ้นที่มีโอกาสปรับตัวลดลงน้อยกว่าตลาด หรือ หุ้นที่ค่า Beta ต่ำกว่า 1 
    ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่ามี 25 บริษัท ที่เข้าข่ายดังกล่าว ประกอบด้วย

ชื่อย่อหลักทรัพย์

ตลาด

อัตราการจ่ายเงินปันผล (%)

P/E (เท่า)

Beta

MODERN

SET

16.67

9.2

0.67

NSI

SET

10.65

13.37

0.41

GLAND

SET

9.49

8.58

0.73

MBAX

mai

8.98

11.97

0.46

TNITY

SET

8.28

9.71

0.43

MBKET

SET

7.78

13.83

0.42

AIT

SET

7.45

13.03

0.61

GLOW

SET

7.23

12.06

0.78

OGC

SET

7.11

7.97

0.67

CSL

SET

7.1

11.69

0.45

CFRESH

SET

7.05

14.93

0.81

LPN

SET

7.03

8.66

0.76

CNS

SET

6.98

14.98

0.26

QLT

mai

6.95

12.87

0.35

KGI

SET

6.92

9.94

0.56

UPF

SET

6.71

11.28

0.38

PRAKIT

SET

6.63

14.87

0.44

SIRI

SET

6.49

9.49

0.88

ASP

SET

6.42

11.93

0.62

GCAP

mai

6.37

14.03

0.84

LHK

SET

6.35

11.36

0.56

MK

SET

6.16

7.71

0.72

SMIT

SET

6.16

13.24

0.29

FNS

SET

6.15

3.21

0.75

PM

SET

6.14

13.2

0.55

ที่มา : สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย รวบรวมข้อมูลจาก setsmart

ซื้อดักหุ้นปันผลเด่น 2 เดือนก่อนขึ้น XD
    "ประสิทธ์ รัตนกิจกมล" นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า หลังจาก บจ.ประกาศงบปี ก็จะมีการประกาศจ่ายเงินปันผลส่วนใหญ่จะอยู่ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ซึ่งจะทำให้หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ
    จากการวิเคราะห์สถิติย้อนหลัง 5 ปี พบว่า หุ้นที่มี Dividend Yield มากกว่า 3% ราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD เสมอ
    โดยหุ้นที่จ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง หากซื้อก่อนวันขึ้น XD ราว 2 เดือนแล้วขายทำกำไรในวันขึ้น XD จะมีผลตอบแทนจากราคาหุ้นเฉลี่ยถึง 11.66% ซึ่งหากลดเวลาลงผลตอบแทนก็จะลดลงตามไปด้วย เช่น 1.5 เดือน ผลตอบแทนเหลือ 9.43% หรือ 1 เดือน ผลตอบแทนเหลือ 6.37% และหากเหลือ 2 สัปดาห์ผลตอบแทนจะอยู่ที่ 2.31% ยิ่งถ้าซื้อก่อนเพียง 1 สัปดาห์ผลตอบแทนเฉลี่ยจะอยู่ที่เพียง 0.50% เท่านั้น
    ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ได้คัดเลือกหุ้น Top pick ในกลุ่มปันผลโดยเน้นหุ้นที่มี Upside มากกว่า 10% ขึ้นไป พร้อมกับมีอัตราการจ่ายเงินปันผลในอดีตสูง และราคาหุ้นมักปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อน XD เสมอ ดังนี้

หุ้น

ราคา

(27/1/60)

ราคาเหมาะสม

2017

อัพไซด์

(%)

อัตราการจ่ายเงินปันผล (เท่า)

P/E

(เท่า)

BETA

 

ASK

23.70

27.00

13.92

5.7

11.74

0.73

LH

9.80

12.05

22.10

6.04

11.65

1.02

SCCC

284.00

340.00

19.72

5.28

16.35

0.66

PTTGC

68.00

76.00

11.76

4.14

14.76

1.42

ที่มา : บล.เอเซียพลัส 

    เช่นเดียวกับ "อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล" ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เสริมว่า การซื้อหุ้นปันผลควรจะซื้อก่อนที่บจ.จะประกาศงบฯ สักระยะหนึ่ง เนื่องจากราคาหุ้นจะยังปรับตัวขึ้นไม่มากนัก ขณะเดียวกันหากบริษัทเหล่านั้นประกาศงบการเงินออกมาดีตามคาดหรือดีกว่าที่คาดไว้ ยังเป็นโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นอีกด้วย
    โดยคาดว่าหุ้นที่จะให้อัตราเงินปันผลเกิน 4% จากระดับราคาปัจจุบัน สำหรับงบปี 59 ได้แก่ บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP), บมจ.นามยง เทอร์มินัล (NYT) และ บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH)
    ด้าน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำหุ้นที่สามารถคาดหวังอัตราการจ่ายเงินปันผลเกิน 4% ดังนี้ บล.เคจีไอ (KGI), บมจ.ค้าเหล็กไทย (TMT) บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) บมจ.เอสซี แอสเสท (SC) บมจ. โกลว์ พลังงาน (GLOW), บมจ.ซีเฟรชอินดัสตรี (CFRESH), บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB), บมจ.น้ำมันพืชไทย (TVO) และบมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (TISCO)

เตือนเน้นเลือกหุ้นกำไรโตเท่านั้น
    "พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ"
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาติ แนะนำว่า ให้เลือกซื้อหุ้นปันผลที่มีผลกำไรเติบโตเท่านั้น เพราะจะช่วยเพิ่มโมเม้นตั้มความน่าสนใจต่อนักลงทุน 
    "ต้องไม่ลืมว่าเรายังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเกี่ยวกับเงินทุนเคลื่อนไหวและทำให้ดัชนีฯ ผันผวน โดยหุ้นปันผลดีที่กำไรไม่โต อาจจะได้รับผลกระทบดังกล่าว ทำให้มีความเสี่ยงกับการขาดทุนส่วนต่างราคาได้"
    ทั้งนี้หุ้นที่มีแนวโน้มปันผลดีและมีแนวโน้มผลประกอบการดีของ บล.ธนาชาติ ได้แก่ บมจ.ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP), บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN), บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH), บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA), บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB), บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP), และบมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (THANI)
  
 เช่นเดียวกับ นักลงทุนบิ๊กเนมรายหนึ่ง ที่แนะนำว่า การเลือกหุ้นปันผลต้องดูพื้นฐานประกอบด้วย ไม่ควรดูที่ Dividend Yield อย่างเดียว เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย
    "เราต้องดูพื้นฐานประกอบด้วย เพราะยีลด์ที่ปรากฏมันคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่การลงทุนเราต้องมองที่อนาคต
      บางคนได้เงินปันผลแต่ขาดทุนราคาหุ้น เพราะดูแต่ยีลด์อย่างเดียว ไม่สนว่ากำไรล่าสุดจะดีไหม มีแผนลงทุนอะไรหรือเปล่า แนวโน้มอนาคตจะเป็นอย่างไร
     ต้องตีให้แตกว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้อีกหลายปี กำไรที่จ่ายควรมาจากกำไรปกติไม่ใช่กำไรพิเศษ และที่ต้องตั้งเป้าไว้เลยคือบริษัทนั้นต้องมีการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นทุกปี

     นอกจากนี้อย่าสับสน ระหว่างคำว่า Dividend Stock กับ Stock Dividend เป็นอันขาด เพราะมันไม่ใช่อันเดียวกัน ซึ่งก่อนจะซื้อหุ้นเพื่อรับเงินปันผล ต้องมั่นใจให้ได้ว่า     บริษัทจะมีกำไรแน่ ๆ ในไตรมาสสุดท้าย เพราะบางครั้งการที่มีกำไร 3 ไตรมาสติด ก็ไม่ได้การันตีเสมอไป
     ขณะเดียวกันต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบด้วยว่าบริษัทนั้น ๆ มีแผนจะลงทุนหรือไม่ในระยะอันสั้น เพราะอาจจะทำให้มีการพิจารณาไม่จ่ายปันผลก็ได้
     เราต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบ ไม่ควรเลือกหุ้นจากสถิติเพียง 1-2 ข้อ
หุ้นปันผลเป็นทางเลือกที่ดี เพราะถือแล้วสบายใจ ความเสี่ยงต่ำ แต่ความยากของหุ้นปันผล คือ ต้องเลือกหุ้นที่กำไรในอนาคตสามารถเติบโตได้ด้วย ถ้าทิศทางของกำไรอยู่ในช่วงขาลงจะทำให้ราคาหุ้นเป็นขาลงและทำให้นักลงทุนขาดทุนจากส่วนต่างราคาหุ้นมากกว่าปันผลที่ได้รับเสียอีก"

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด