ประเด็นร้อน

| 16 มกราคม 2560 | 10:01

บทวิเคราะห์เกร็ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ สมาคมฯ รุดหารือ ก.ล.ต. ยันเดือนนี้เคลียร์

            เป็นที่โจษจันกันทั่วตลาดทุนไทยหลัง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับปรับปรุงใหม่มีผลบังคับ ว่าเป็นกฎหมายที่เต็มไปด้วยความเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และด้วยการทำงานของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชุดปัจจุบัน ที่แสดงศักยภาพทางปฏิบัติออกมาให้ประจักษ์แล้วว่า "เอาจริง" กฎเกณฑ์ใหม่จึงสร้างความหวาดหวั่น จนเกิดอาการเกร็งไปทั้งวงการ  

            ไม่เว้นแม้แต่วงการนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ที่แม้จะมีใบอนุญาติและสิทธิจากวิชาชีพในการนำเสนอข้อมูล และประเมินมูลค่าหุ้นได้ แต่หลังจาก พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับปรับปรุงใหม่ประกาศใช้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ก็เริ่มส่งผลกระทบต่อการทำบทวิเคราะห์...
 
** ผู้บริหารหุ้น บจ.กลุ่ม BIG CAP งดให้ข้อมูล-ไม่รับ Company Visit
             นักวิเคราะห์รายหนึ่ง ระบุว่า หลังประกาศใช้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับปรับปรุงใหม่ การเข้าถึงข้อมูลของ บจ. ทำได้ยากขึ้น เพราะผู้บริหารปฏิเสธการให้ข้อมูล รวมไปถึงไม่ให้นักวิเคราะห์เข้าไป Company Visit เหมือนที่ผ่าน ๆ มา โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม BIG CAP เช่น พลังงาน แบงก์ ค้าปลีก หรือแม้แต่กลุ่มโรงแรม เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจจะผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ
             "ผู้บริหารบริษัทใหญ่ ๆ ระวังตัวมากตอนนี้ ขนาดบางรายที่ให้ความร่วมมือมาตลอด ยังงดให้ข้อมูลเลยให้รอการเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ก่อน ขนาดขอข้อมูลดิบของบริษัทที่เป็นไฟล์ต่าง ๆ ยังไม่ได้เลย จะส่งมาแต่ Link ข้อมูลที่แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น  จริง ๆ เข้าใจถึงสาเหตุที่ต้องเป็นเช่นนี้ เพราะกฎใหม่ยังไม่เคลียร์ชัด ๆ ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้บ้าง ดังนั้นทุกคนจึงระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ยิ่งบริษัทขนาดใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับ CG Rating มาก ๆ บอกผ่านได้เลย เขาไม่พาตัวเองลงมาจุดสุ่มเสี่ยงอย่างแน่นอน  
               ทำให้ตอนนี้ทำบทวิเคราะห์ค่อนข้างยาก เพราะเราคอมเม้นต์ใด ๆ ไม่ได้หากผู้บริหารไม่พูด ต้องรอข่าวที่แจ้งตลาดฯ อย่างเดียว กลายเป็นว่าจากที่จะมีการเขียนบทวิเคราะห์เชิง Preview ก็จะเหลือแค่แบบ Review ซึ่งความน่าสนใจต่อนักลงทุนจะลดลงไปพอสมควรเลยทีเดียว อีกประเด็นที่ทำให้นักวิคราะห์ทำงานยากขึ้น ก็คือความคลุมเครือของเกณฑ์ใหม่ ทำให้ตอนนี้หลายคนไม่กล้าขยับ เช่น ถ้ามีข่าวลือหรือข่าวที่ บจ. ยังไม่ได้ประกาศ แต่มีผลต่อราคาหุ้น ซึ่งปกตินักวิเคราะห์จะเข้าไปประเมินหรือคาดการณ์ทิศทางต่าง ๆ ของหุ้นนั้น ๆ แต่ตอนนี้เกิดความกังวลแล้วว่า จะวิเคราะห์หุ้นดังกล่าวได้หรือไม่ และถ้าทำแล้วจะถูกจับตาจากทางการ หรือถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในการปั่นหุ้นหรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ต้องมีการทำความเข้าใจกันใหม่" 

** บทวิเคราะห์หยุดชะงักแล้ว 10-20%
              ไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นการบทวิเคราะห์หยุดชะงักไปแล้วประมาณ 10-20% เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเข้มงวดของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับปรับปรุงใหม่ ทำให้นักวิเคราะห์ที่ไม่มีข้อมูลจากบจ.มากพอ ระมัดระวังการออกบทวิเคราะห์มากขึ้น 
              อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังงบการเงิน บจ. ปี 59 ออกมา การทำบทวิเคราะห์จะกลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากบริษัทต้องแจ้งข้อมูลต่าง ๆ ต่อตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งนักวิเคราะห์สามารถนำไปใช้ประกอบการประเมินได้  
              ขณะที่เมื่อถามว่าตลาดหุ้นต่างประเทศมีความเข้มงวดของกฎเกณฑ์แบบนี้หรือไม่ เขาให้ความเห็นว่า ต่างประเทศกฎเกณฑ์จะเข้มกว่านี้ โดยเฉพาะตลาดหุ้นใหญ่ ๆ ซึ่งเห็นด้วยกับสิ่งที่ ก.ล.ต. ปรับปรุง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ เพราะเป้าหมายหลักคือการคุ้มครองนักลงทุนและยกระดับตลาดทุนไทย

** ส.นักวิเคราะห์ ลั่นภายในเดือนนี้เคลียร์ชัด บทวิเคราะห์แบบไหนเหมาะสม
              นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า ล่าสุดได้หารือร่วมกับ ก.ล.ต.เป็นรอบที่ 2 เพื่อหาความชัดเจนในรายละเอียดถึงกรอบการทำงานของนักวิเคราะห์ ว่าบทวิเคราะห์ลักษณะไหนถึงจะเหมาะสม
              "ตอนนี้เหลือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยเฉพาะนิยามเรื่องข้อมูล Inside และขอบเขตการทำบทวิเคราะห์ ล่าสุดได้คุยกับ ก.ล.ต. ซึ่งมีแบบร่างมาแล้ว แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ สมาคมจะคุยกับสมาชิกว่าแบบไหนรับได้ไม่ได้อย่างไร แล้วจะเข้าไปสรุปกับ ก.ล.ต.อีกที ภายในเดือนนี้น่าจะได้บทสรุปที่ชัดเจนทั้งหมด ที่จริงบทวิเคราะห์ 99% ในปัจจุบันก็ทำด้วยหลักจรรยาบรรณที่ถูกต้องอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์รอตอนนี้คือ ไกด์ไลน์ แบบเคลียร์ ๆ ว่าอะไรทำได้-ไม่ได้บ้าง มิเช่นนั้นก็จะทำงานกันลำบาก เพราะหลายข้อยังคลุมเครือ แต่ก็เข้าใจทุกฝ่าย ดังนั้นจึงได้ร่วมหารือกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด" 
             นอกจากนี้  รัชกฤษณ์พงศ์ เอกรังสรรค์ เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวเสริมว่า เดิมสมาคมได้รวบรวมข้อมูลคำถามจากนักวิเคราะห์ส่งให้ ก.ล.ต. 4 หัวข้อหลักเพื่อหาความเข้าใจที่ตรงกัน ได้แก่
             1.เรื่องการใช้ข้อมูลเท็จสำหรับการวิเคราะห์ : หากนักวิเคราะห์ได้ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ บจ. จะสามารถใช้อ้างอิงได้หรือไม่ 
             2.เรื่องความครบถ้วนของข้อมูล : ระหว่างที่ข้อมูลซึ่งใช้สำหรับการวิเคราะห์ยังมีจำกัด ไม่ครบถ้วนชัดเจนนัก จะขอใช้วิธีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น หนังสือพิมพ์หรือพรีเซนเทชั่นของบริษัทได้หรือไม่ เพื่อให้นักวิเคราะห์ทำงานแบบมีหลักการที่ดี
            3.ความถูกต้องของข้อมูล : นักวิเคราะห์สามารถประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ บจ.ในอนาคตได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีความเห็นต่างจาก ผู้บริหาร บจ. โดยนักวิเคราะห์จะระบุในบทวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่า เป็น "สมมติฐาน" ที่ประเมินตามความเห็นของนักวิเคราะห์เอง
            4.ความเข้าใจในเรื่องข้อมูลภายใน : กรณีนี้จะมีการทำความเข้าใจร่วมกันถึงนิยามคำว่า "ข้อมูลภายใน" มีขอบเขตถึงระดับใดบ้าง

** ก.ล.ต.ยันภายในเดือนนี้คลอด FAQ บทวิเคราะห์
             ปริย เตชะมวลไววิทย์ โฆษก ก.ล.ต. ยืนยันว่า จากการหารือกับสมาคมนักวิเคราะห์ล่าสุด ได้ข้อสรุปเกือบทั้งหมดแล้ว ภายในเดือนนี้จะสามารถออก FAQ สำหรับเป็นไกด์ไลน์ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันได้อย่างแน่นอน
             "ก.ล.ต.รับทราบผลกระทบที่เกิดขึ้นจาก พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับปรับปรุงใหม่ และได้เร่งประสานงานกับทุกภาคส่วนเพื่อหาความเข้าใจร่วมกัน  โดยภายในเดือนนี้จะมีการออก FAQ ให้กับนักวิเคราะห์ เพื่อเคลียร์ให้ชัดเกี่ยวกับกรอบปฏิบัติจากเกณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ได้ทำวีดีโอไกด์ไลน์เกี่ยวกับการให้ข้อมูลของผู้บริหาร ซึ่งจะส่งให้กรรมการของทุกบริษัทเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ โดยน่าจะเสร็จภายในเดือนนี้เช่นกัน

             ขณะที่ภายใน 1-2 เดือน จะมีการออก E-Lerning ลักษณะ Q&A ส่งให้กับผู้เกี่ยวข้องด้านข้อมูลของบริษัทเช่น เลขานุการ หรือ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อใช้เป็นแนวทางการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่ถูกต้องจากนี้ไป ซึ่งงานในส่วนนี้เราได้ร่วมกับ สมาคมนักลงทุนสัมพันธ์ และ สมาคมบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้ได้ความเข้าใจที่ตรงกันมากที่สุด"

** ตลท.ระบุ ข้อมูลจากงาน Opp Day สามารถใช้ประกอบบทวิเคราะห์ได้
            เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ระบุว่า ข้อมูลที่ บจ. เปิดเผยในงาน Opportunity Day ของ ตลท. นักวิเคราะห์สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ เพราะถือเป็นข้อมูลที่ประกาศต่อสาธารณะเช่นกัน
            "ข้อมูลที่เปิดเผยในงาน Opp Day สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ ทั้งการทำบทวิเคราะห์ หรือลงสื่อต่าง ๆ เพราะเท่ากับได้เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ซึ่งเป้าหมายหลักของงานนี้ ก็คือการเปิดเวทีให้ บจ. และผู้ต้องการข้อมูล ได้มาพบปะพูดคุยสอบถามกัน
            หัวใจหลักของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ คือต้องการให้ผู้บริหารสื่อข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง ไม่ใช่การกีดกันหรือควบคุมใด ๆ กฎเกณฑ์ที่ออกมาถือว่าเหมาะสม เป็นการยกระดับมาตรฐานให้ทัดเทียมต่างประเทศ เราต้องทำความเข้าใจร่วมกัน"

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด