หุ้นเด่นวันนี้

BAM ต้องใช้เวลาแค่ไหน กว่าผลงานจะคืนชีพ?

BAM ต้องใช้เวลาแค่ไหน กว่าผลงานจะคืนชีพ?

ราคาหุ้นของ BAM แม้จะฟื้นจากจุดต่ำสุดมาแล้ว แต่ก็ยังแกว่งตัวเลือกทางไปไม่ได้ มาซื้อขายอยู่ราวๆ 23 - 24 บาท ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งก็เพราะนักลงทุนมองว่ากำไรปีนี้ยังไม่น่าสนใจนั่นเอง ... แต่จริงๆผลประกอบการของ BAM จะเริ่มฟื้นตั้งแต่มิ.ย.63 แล้ว และต้องอย่าลืมว่ายังมีไม้เด็ดพร้อมพลิกผลงานอย่าง DTA ก้อนใหญ่ 5.8 พันลบ.อยู่


*** ราคาหุ้นฟื้นแล้ว แต่ยัง Laggard จากกลุ่มมาก


อย่างที่ทราบกันดีกว่า ราคาหุ้นของ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ก็ได้รับผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนเช่นกัน โดยลงไปทำจุดต่ำสุดตลอดกาลที่ 15.60 บาทในเดือนมี.ค.63 แม้ปัจจุบันราคาหุ้นจะฟื้นขึ้นมาทำจุดสูงสุดเช้านี้ไปที่ 23.90 บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นมาแล้วราว 53% จากจุดต่ำสุด


แต่หากเทียบกับหุ้นอื่นๆ ในกลุ่ม BAM ฟื้นตัวขึ้นมาน้อย(Laggard)ที่สุด จึงมีราคาถูกสุดในกลุ่ม โดยหากนับจากจุดต่ำสุดในวันเดียวกัน(25 มี.ค.63) หุ้นในกลุ่มอย่าง CHAYO ฟื้นจากจุดต่ำมาแล้วถึง 107% ขณะที่ JMT ฟื้นจากจุดต่ำสุดมาแล้ว 90%

 

หุ้น ราคาต่ำสุดรอบปี(บ.) ราคาสูงสุดเช้านี้(บ.) เปลี่ยนแปลง
CHAYO 2.94 6.10 +107%
JMT 10.80 21 +94%
BAM 15.60 23.90 +53%


โดยที่ราคาหุ้น BAM ปิดตลาดรอบเช้าวันนี้ไปที่ 23.50 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ -0.42%


*** แนวโน้มกำไรปีนี้ดูไม่ดีนัก แต่มี DTA พร้อมพลิกสถานการณ์ !


ราคาหุ้นของ BAM ที่ถูกกว่ากลุ่มก็มีสาเหตุอยู่ โดยเฉพาะแนวโน้มกำไรสุทธิของปีนี้ที่อาจเป็นเพียงรายเดียวในกลุ่มที่หดตัว แต่เรื่องนี้เป็นสาเหตุที่น่ากังวลจริงหรือ ? เพราะต้องอย่าลืมว่ายังมีอัพไซด์ที่สามารถพลิกผลประกอบการจากการบันทึก DTA ที่เหลือถึง 5.8 พันล้านบาทเข้ามา และสาเหตุที่กำไรลดลงส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะฐานที่สูงมากในปี 62 อีกด้วย


ก่อนหน้านี้ นายสันธิษณ์ วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนการปฎิบัติงาน BAM ได้ระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 และการปรับลดดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อจะกระทบกับรายได้ของบริษัท 15% จากระดับปกติ


ซึ่งสอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคทีบี ที่ประเมินว่ากำไรสุทธิของ BAM ปีนี้จะทำได้ราว 3.77 พันล้านบาท (-42% YoY) จากสาเหตุดังนี้

1) รายได้ที่จะปรับตัวลงไปในทิศทางเดียวกันกับการเรียกเก็บเงินสดที่ลดลง โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2/63 ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ที่ทำให้การขายทรัพย์ประมูลผ่านกรมบังคับคดีลดลง

2) คาดบริษัทจะยังไม่มีการขายทรัพย์ขนาดใหญ่เหมือนปี 62 ที่ขายได้ 5.34 พันล้านบาท

3) การรับรู้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเต็มปีเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิปี 63 อาจมีอัพไซด์จากโอกาสที่จะรับรู้รายได้จากการบันทึก DTA เพิ่ม (บริษัทยังมี DTA คงเหลือที่ยังไม่ได้รับรู้ อยู่ที่ 5.8 พันล้านบาท)


*** ไตรมาส 3/63 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นแล้ว


นายรฐนนท์ ฟูเกียรติ ผู้จัดการกลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์  BAM ระบุว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของรายการอนุมัติขายสินทรัพย์ NPA ที่มากขึ้นแล้ว รวมถึงบริษัทได้จัดทำแผนการตลาดเพื่อจูงใจลูกค้า ด้วยการจัดแสดงสินค้าทางช่องทางออนไลน์ โดยการนำสินทรัพย์ NPA กว่า 900 ชิ้น มูลค่า 3,300 ล้านบาทออกมาจำหน่ายในรายการพิเศษ

ส่วนยอดเรียกเก็บเงินสดจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 63 ตามสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย


มุมมองนี้ได้รับการยืนยันจาก บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่ระบุว่าจุดต่ำสุดของ BAM จะอยู่ในไตรมาส 2/63 และเริ่มฟื้นตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้ ไปถึงปี 65 โดยบริษัทจะใช้กลยุทธ์เชิงรุก Pricing Strategy (ลดราคา 10-15%) เพื่อกระตุ้นยอดขาย NPA คัดอสังหาริมทรัพย์ราคาพิเศษ 900 ชิ้น มูลค่า 3.3 พันล้านบาท


นอกจากนี้กรมบังคับคดีจะกลับมาเปิดให้บริการในเดือนมิ.ย. (ปิดทำการช่วง เม.ย.-พ.ค.) ทำให้กระบวนการยึดทรัพย์ขาดทอดตลาด NPL เดินหน้าต่อได้


แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 29.50 บาท


*** หลังโควิด-19 การแข่งขันอาจต่ำลง หนุนผลงานในปี 64-65


บล.เคทีบี มีมุมมองว่า ปัจจุบัน BAM มีจำนวนคู่แข่งที่น้อยลงจากปัญหาแหล่งเงินทุน และราคาซื้อสินทรัพย์จะมีส่วนลดเพิ่มขึ้นจากปกติ ซึ่งบริษัทไม่มีความกังวลต่อสภาพคล่อง แม้ว่าบริษัทจะมีการเก็บเงินสดที่ลดลง เนื่องจากบริษัทมีวงเงินกู้คงเหลือจากธนาคารที่สูง และบริษัทได้อนุมัติ AGM ให้เพิ่มวงเงินหุ้นกู้จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท เพื่อออกหุ้นกู้ในช่วง 2-3 ปีนี้ ทั้งนี้ ณ ปัจจุบันได้รับการเสนอวงเงินสินเชื่ออายุ 4 ปี ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ 2.5 - 2.7% ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนทางการเงินปัจจุบัน


แต่สถานการณ์การขายทรัพย์ น่าจะยังมีการแข่งขันด้านราคาเพิ่มขึ้น โดย BAM จะลดราคาลงประมาณ 10-20% ขึ้นอยู่กับคุณภาพ, ทำเล และระยะเวลาที่ถือครองทรัพย์ ทั้งนี้ BAM ได้มีการขายทรัพย์ราคาพิเศษผ่านเว็ปไซต์บริษัทจำนวน 800 ชิ้น คิดเป็นมูลค่า 330 ล้านบาท


ดังนั้นคาดว่าผลประกอบการของ BAM จะกลับมาฟื้นในระยะยาว คาดกำไรต่อหุ้น(EPS)ในปี 63 - 65  จะเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 18.5% CAGR


แต่ยังคงคำแนะนำ ถือ และราคาเป้าหมายที่ 24.00 บาท อิง PBV ปี 63 ที่ 1.9 เท่า (Average PBV)


หากพิจารณาไปทีละด้านทั้งราคาที่ฟื้นช้ากว่ากลุ่ม, สถานะการเงินที่แข็งแรงกว่ากลุ่ม และผลงานที่จะเริ่มฟื้นในไตรมาส 3/63 ก็ทำให้ราคาหุ้น BAM ขณะนี้ดูไม่ได้แพงมากเท่าไหร่ แต่ด้วยฐานกำไรที่สูงมากในปี 62 จนทำให้กำไรสุทธิปีนี้มีโอกาสหดตัวแรง ก็ทำให้บรรยากาศการลงทุนเป็นลบได้เหมือนกัน ดังนั้นหากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อ BAM ก็ต้องเตรียมใจถือระยะยาวเอาไว้ด้วย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด