สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 14 มิถุนายน 2561 | 09:18

CPALL จับตาอานิสงส์บอลโลก ดันหุ้นฟื้นได้หรือไม่

CPALL จับตาอานิสงส์บอลโลก ดันหุ้นฟื้นได้หรือไม่

           CPALL ลุ้นรับอานิสงส์ฟุตบอลโลก หนุนยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์คาดช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าบริโภคราว 10% แต่ยังต้องระวังแนวโน้มระยะสั้น สัญญาณเทคนิคยังไม่ฟื้นตัว

           หุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 60 โดยราคาหุ้นวิ่งจากราว 60 บาท ไปทำสถิติสูงสุดตลอดกาลไว้ที่ 90 บาท ในช่วงปลายไตรมาส 1/61 โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง 13 ไตรมาสติดต่อกัน
           CPALL ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และให้สิทธิแก่ผู้ค้าปลีกรายอื่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และลงทุนในธุรกิจสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ อาทิ ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี่ ตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบชำระเงินสดและบริการตนเองภายใต้ชื่อ "แม็คโคร"
           ราคาหุ้น CPALL ปรับฐานลงมาซื้อขายอยู่ที่ในระดับ 78-80 บาท ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลจากค่า P/E ก่อนหน้านี้ที่วิ่งขึ้นไปเกือบ 40 เท่า บวกกับแรงขายทำกำไรหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาเกือบ 50% ภายในระยะ 6 เดือน
           อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าหุ้น CPALL จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในระยะนี้ โดยมีปัจจัยหนุนพิเศษจากช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้
           บล.เอเชียเวลท์ ระบุว่า ช่วงเวลาการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบนี้จัดอยู่ระหว่าง 18.30 - 01.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับประเทศไทย คาดจำนวนผู้ชมจะเพิ่มขึ้นมากกว่าครั้งก่อนและช่วยกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่ม ขนม และอาหารให้กับ CPALL เพิ่มขึ้นประมาณ 10% ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ เราประมาณการกำไรสุทธิในปี 61 และ 62 เท่ากับ 24,447 ล้านบาท และ 26,994 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% และ 11% จากปีก่อนหน้า ตามลำดับ
           ในแง่สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบราคาของ CPALL ยังมีอยู่ในแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้งสัญญาณซื้อในระดับสัปดาห์และเดือน รอเพียงการกลับมาเกิดสัญญาณซื้อครั้งใหม่ในกราฟรายวัน ซึ่งจะทำให้ CPALL กลับเข้าสู่แนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นอย่างเต็มตัว ซึ่งคาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ CPALL มีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 83 บาท ประเมินแนวต้านที่ 81.25 บาท 82.00 บาท และ 82.75 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 79.75 บาท 79.00 บาท และ 78.25 บาท
           ด้าน บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ระบุว่า เราแนะนำ ซื้อ CPALL โดยมีราคาเป้าหมาย 94 บาท โดยคาดว่า CPALL จะได้ประโยชน์จากการจับจ่ายใช้สอยที่สูงขึ้นในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกในช่วงวันที่ 14 มิ.ย. - 15 ก.ค. 61 โดยตลาดมีการประเมินว่าจะมีเม็ดเงินใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น 6-7 พันล้านบาท นอกจากนั้นเราคาดว่า CPALL จะมียอดขายและกำไรโดดเด่นในไตรมาส 2/61 เนื่องจากฐานที่ต่ำ โดยปีก่อนยอดขายสาขาเดิมติดลบ 1% ขณะที่อัตรากำไรมีแนวโน้มสูงขึ้นจากการมีสินค้ามาร์จินสูงในส่วนผสมผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น และยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากแคมเปญหน้าร้อน
           ทั้งนี้แม้ว่าแพลตฟอร์ม e-commerceจะได้รับความนิยมมากขึ้นหลังผู้ก่อตั้งบริษัท Alibaba เดินทางมาประเทศไทยในเดือนที่แล้วแต่ CPALL เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มค้าปลีกที่เราไม่กังวลเกี่ยวกับการแข่งขันจากช่องทางออนไลน์ เพราะเรายังเชื่อมั่นในธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่แข็งแกร่งของ CPALL ด้วยสาขาที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
           ส่วนแนวโน้มผลประกอบการนั้น นักวิเคราะห์เชื่อว่ากำไรไตรมาส 2/61 จะยังคงโดดเด่นจากยอดขายสาขาเดิมที่มีแนวโน้มเติบโตสูงจากปีก่อน
           บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า เราคาดการณ์ว่ายอดขายสาขาเดิมของบริษัทจะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/61 ที่เพิ่มขึ้น 5.6% เนื่องจากมีการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำตั้งแต่ 1 เม.ย. 61 และมีวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งเป็นช่วงฤดูร้อนที่ยอดขายเครื่องดื่มจะสูง ขณะที่อัตรากำไรอยู่ในเกณฑ์สูง โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 22% ได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากการปรับส่วนผสมของสินค้า และการประหยัดจากขนาดที่เพิ่มขึ้น คงคำแนะนำ ซื้อ CPALL ให้ราคาพื้นฐาน 95 บาท ประมาณการกำไรสุทธิปี 61 และปี 62 จะเติบโตได้ 18% และ 16% ตามลำดับ
           ด้าน บล.เคจีไอ ระบุว่า เราคาดว่ากำไรของ CPALL จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 19.4% ในปี 61 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 17.2% โดยการเติบโตที่แข็งแกร่งเป็นผลมาจากยอดขายสาขาเดิมที่น่าจะเพิ่มขึ้น 4.5% และมีการเปิดสาขาใหม่ 700 สาขา ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.5% รวมทั้งค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 6.2% จากปีก่อน สำหรับในระยะต่อไป เรามองว่ากำไรของ CPALL มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องถึงปีละ 20% และเป็นหุ้นที่ผลการดำเนินงานเติบโตสูงสุดในกลุ่ม
           เรายังคงราคาเป้าหมายปี 61 ไว้ที่ 92 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นระยะยาวยังมีอัพไซด์ในครึ่งปีแรกของปี 62 อยู่ที่ 97 บาท ขณะที่ศักยภาพทางธุรกิจ อย่างเช่น การเป็นเอเย่นต์ธนาคาร และ e-commerce จะทำให้มีอัพไซด์เพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น
           แต่ในมุมกลับกันยังมีประเด็นที่น่ากังวลอยู่เช่นกันสำหรับผลประกอบการของบริษัทลูกอย่าง MAKRO
           บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ ราคาหุ้น CPALL ปรับลงมาราว 10% ก่อนหน้านี้ น่าจะเกิดจากความกังวลที่ MAKRO อาจอ่อนตัวระยะสั้น แต่เรามองเป็นจุดเข้าลงทุนที่ดี เนื่องจากราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 30.8 เท่า ต่ำกว่าช่วงที่เคยสูงสุดราว 35 เท่า และยังถือเป็นหุ้น Big cap ที่เติบโตดี ประเมินกำไรปีนี้ยังเพิ่มขึ้น 20% โดยคาดยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 4% และสาขาใหม่ 700 แห่ง
           ทั้งนี้ จากการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 9 บริษัท พบว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยของหุ้น CPALL ในปีนี้อยู่ที่ราว 93 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 101 บาท และต่ำสุดที่ 79 บาท

           โดยภาพรวมแล้วผลประกอบของ CPALL ยังคงเป็นจุดแข็งที่หนุนให้ราคาหุ้นเติบโตต่อเนื่อง บวกกับปัจจัยหนุนระยะสั้นในปีนี้อย่างเทศกาลฟุตบอลโลก เชื่อว่าหากผลประกอบการในไตรมาส 2/61 ยังสามารถเติบโตต่อได้ การปรับลดลงมาของราคาหุ้นก็น่าจะเป็นโอกาสในการเข้าสะสม 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด