สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 13 มิถุนายน 2561 | 13:35

PYLON เลื่อนก่อสร้าง 3 โครงการ ปัจจัยลบชั่วคราวหรือยาวนาน

PYLON เลื่อนก่อสร้าง 3 โครงการ ปัจจัยลบชั่วคราวหรือยาวนาน

    PYLON ร่วง! หลังผู้บริหารเปิดใจงานก่อสร้าง 3 โครงการในไตรมาส 2/61 ถูกเลื่อนและอาจฉุดผลงานทำได้ต่ำกว่าไตรมาสแรก ฟากโบรกฯ มองเป็นประเด็นชั่วคราว คาดกำไรทั้งปียังโดดเด่น มีทั้งแนะซื้อและแค่ถือ 

    ราคาหุ้น บมจ.ไพลอน (PYLON) ปรับตัวลดลงทันทีตั้งแต่เปิดการซื้อขาย ทำจุดต่ำสุดในช่วงเช้าที่ 7.05 บาท ก่อนปิดภาคเช้าที่ 7.10 บาท ลดลง 0.35 บาท หรือ 4.70% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติกว่า 293% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    PYLON เป็นบริษัทประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก โดยในปี 60 มีธุรกิจและสัดส่วนรายได้ดังนี้ 1.งานเสาเข็มเจาะมีสัดส่วนรายได้ 97.60% 2.งานปรับปรุงคุณภาพดินโดยวิธีการฉีดซีเมนต์ด้วยแรงดันสูง 3.งานกำแพงกันดินชนิดไดอะแฟรม 0.76% 4.งานก่อสร้างทั่วไป 0.85% และ5.รายได้อื่นๆ เช่นการให้เช่าเครื่องจักร 0.79%

    PYLON จดทะเบียนใน mai ตั้งแต่ปี 48 ก่อนย้ายเข้า SET ในปี 58 ล่าสุดแตกพาร์จาก 1 บาทเหลือ 0.50 บาท มีผลเมื่อ 17 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา

    ผลประกอบการ PYLON ลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 58 - 60 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 201.91 ล้านบาท 172.22 ล้านบาท และ 101.26 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามรายได้ของบริษัทที่ปรับตัวลดลงทุกปี 

    สวนทางกับราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จากช่วงต้นปี 58 ราคาหุ้นอยู่ที่ 4.30 บาท (ที่พาร์ 0.50 บาท) และขึ้นมาทำจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขาย (All Time High)ที่ 9.05 บาท ในเดือนม.ค.61 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

    วันนี้ราคาหุ้น PYLON ปรับตัวลดลงพร้อมมีวอลุ่มสนับสนุน หลังผู้บริหารออกมาเปิดใจว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และโครงการก่อสร้างคอนโดมีเนียมอีก 2 แห่ง ถูกเลื่อนออกไป ทำให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 อาจทรุดลงเทียบกับไตรมาสแรก 

    นายชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการ PYLON เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2/61 อาจจะปรับตัวลดลงจากไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิ 71.3 ล้านบาท เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเลื่อนก่อสร้างจาก พ.ค.ไปเป็น ก.ค. และโครงการก่อสร้างคอนโดมีเนียมอีก 2 โครงการถูกเลื่อนออกไป ทำให้บริษัทไม่สามารถรับรู้รายได้เข้ามาได้ตามคาด ซึ่งเชื่อจะทำให้ไตรมาส 2/61 เป็นไตรมาสต่ำสุดของปี ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 3 และ 4

    อย่างไรก็ดีมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 721 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15 - 16% ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานที่อยู่ในมือ(Backlog)แล้วทั้งหมด 1 พันล้านบาท และอยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานอีก 2 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะได้งานเข้ามาราว 20 - 25% 

    ฟากนักวิเคราะห์ มองว่าแม้การเลื่อนโครงการจะทำให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 ของ PYLON อ่อนตัวลง แต่จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3/61 ขณะที่กำไรทั้งปีคาดว่าจะยังคงโดดเด่น โดยมีคำแนะนำทั้ง ซื้อ และ ถือ 

    บล.เออีซี เผยแม้ PYLON จะถูกเลื่อนโครงการก่อสร้างไปถึง 3 โครงการ และมีช่วงหยุดยาวในไตรมาส 2/61 อยู่มากซึ่งจะเข้ามากระทบกำไรในไตรมาส 2/61 อย่างแน่นอน แต่เชื่อว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในไตรมาส 3/61 ทันทีซึ่งเป็นช่วงที่ 3 โครงการที่เลื่อนมาเริ่มทยอยก่อสร้าง 

    ซึ่งคาดว่าจะยังหนุนผลงานทั้งปีนี้มีกำไรสุทธิโตแตะ 260 ล้านบาท พลิกกลับมาโต 157.1% จากรายได้ที่โต 97.8% แตะ 1,415 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 25.5% จาก 23.3% ในปี 60 เนื่องจากงานในปีนี้ส่วนใหญ่เป็นงานค่าแรง และSG&A/Sales ที่ลดลงเหลือ 5.2% จาก 9.8% ในปี 60

    อย่างไรก็ดีปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" จากเดิม "ซื้อ" จากราคาหุ้นที่มีอัพไซด์ต่ำจากมูลค่าพื้นฐานปี 61 ที่ 7.55 บาท(อิง PER 21.8x) 

    บล.เคจีไอ เปิดเผยว่าแม้ปัจจุบัน PYLON จะมีงานในมือสูงถึง 1,036 ล้านบาท แต่หลังจากที่บริษัทไม่ได้รับงานโครงการใหญ่เช่น One Bangkok และโครงการรถไฟฟ้าสีชมพู จะทำให้งานในมือไตรมาสต่อไปจะแกว่งตัวอยู่ที่ 800 - 1,000 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากโครงการใหม่ที่จะออกประมูลน่าจะเป็นช่วงครี่งหลังปี 62 ไปแล้ว

    แนะนำเพียง "ถือ" ที่ราคาเป้าหมาย 7 บาท อิง PER ที่ 30x ซึ่งปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายในระดับพรีเมียมไปแล้ว

    บล.ทิสโก้ เผย ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น PYLON เนื่องจากประเด็นผลประกอบการที่จะลดลงในไตรมาส 2/61 เหลือกำไรสุทธิอยู่ที่ 32 ล้านบาท เป็นเพียงประเด็นชั่วคราวเท่านั้น และผลประกอบการจะเริ่มเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/61 เป็นต้นไป

    นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ๆ ที่รอหนุนผลประกอบการในอนาคต เช่น  ทางด่วนพระราม 3 – ดาวคะนอง, มอเตอร์เวย์บางปะอิน – โคราช และบางใหญ่ – กาญจนบุรี, สายสีม่วงใต้, รถไฟรางคู่เฟสที่ 2, รถไฟความเร็วสูง EEC เชื่อม 3 สนามบิน และอีกหลายโครงการที่จะเริ่มใน 2H18 ได้แก่ The Mall บางนา, The Mall รามคำแหง, EmShere และ Icon Siam R2 ซึ่งจะหนุนงานในอนาคต

    แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 8.75 บาท อิง PER ปี 61F ที่ 25 เท่า (อิงค่าเฉลี่ย 5 ปี) แม้ว่างานในมือจะต่ำกว่าคาด แต่เชื่อว่าผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังจะมากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก จากโครงการใหม่ๆ และการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

    ดูเหมือนตลาดจะให้น้ำหนักค่อนข้างมากกับประเด็นการเลื่อนก่อสร้าง 3 โครงการของ PYLON ส่งผลให้เกิดแรงขายหุ้นออกมาอย่างหนัก ซึ่งคงต้องจับตาว่าจะกระทบเพียงแค่ชั่วคราว หรือยาวนานเพียงใด รวมไปถึงยังต้องจับตาว่าการพลาดประมูลโครงการใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา จะกด Backlog อยู่ในระดับต่ำถึงปีหน้าหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด