หุ้นเด่นวันนี้

STA นิวไฮรอบ 3 ปี...จังหวะนี้ยังซื้อได้หรือไม่?

STA นิวไฮรอบ 3 ปี...จังหวะนี้ยังซื้อได้หรือไม่?

STA ยังคงครองแชมป์หุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดยราคาหุ้นทะยานต่อเนื่อง นับตั้งแต่ที่เราได้นำเสนอมุมมองต่างๆไปตั้งแต่เดือนม.ค. ที่ผ่านมา แต่หากนักลงทุนเพิ่งจะตัดสินใจหวังเข้าลงทุนระยะยาวในขณะนี้ อาจต้องพึ่งพาอัพไซด์ของหุ้นตัวนี้อย่างมาก ดังนั้นมาดูกันว่าถึงวันนี้ยังมีอัพไซด์อะไรเหลืออยู่อีกบ้าง และตอนนี้ซื้อแล้วยังคุ้มค่าหรือเปล่า?


*** ราคาหุ้นนิวไฮรอบ 3 ปีแล้ว


แม้นักลงทุนส่วนมากจะเพิ่งให้ความสนใจหุ้น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เพราะราคาที่ปรับขึ้นต่อเนื่องทุกๆวันในขณะนี้ ทำให้นักลงทุนหลายรายอยากซื้อไว้ลุ้นว่าราคาจะขึ้นไปได้สูงอีกแค่ไหน ซึ่งวันนี้ราคาหุ้นก็ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบเช้าที่ 22.70 บาท นับเป็นการทำนิวไฮในรอบ 3 ปี 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนก.พ.ปี 60


แต่รู้หรือไม่ว่า STA เริ่มปรับตัวเป็นขาขึ้นมาแล้วตั้งแต่เดือนม.ค.63 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นราคาหุ้นซื้อขายไม่ถึง 10 บาท หากเทียบกับราคาสูงสุดวันนี้ เท่ากับว่าผู้ที่ถือหุ้นไว้ในขณะนั้นจะมีกำไรไปแล้วถึง 127% ด้วยกัน นี่คือสิ่งที่ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่เสียเปรียบและต้องคำนึงเอาไว้ให้ดีด้วย


ขณะที่การทำนิวไฮรอบ 3 ปี อาจสื่อได้อีกประการว่านักลงทุนที่ขาดทุนเมื่อ 3 ปีก่อน(ติดดอย) ขณะนี้มีราคาเท่าทุนแล้วและพร้อมที่จะขายออกมาเช่นกัน จากสองประการข้างต้น ยิ่งตอกย้ำว่าการที่ STA จะถูกขายทำกำไรเมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น


โดยที่ราคาหุ้นเช้านี้ปิดตลาดไปที่ 21.90 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ +4.78% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 128.61% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 


*** โบรกฯ แห่ปรับกำไรสุทธินิวไฮรอบ 10 ปี


ความน่าสนใจของ STA อีกอย่างก็คือ ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ประเมินกันว่ากำไรสุทธิปีนี้มีโอกาสที่จะทำได้มากกว่า 2 พันล้านบาท แต่หลังจากที่งบไตรมาส 1/63 ประกาศออกมาดีมาก นักวิเคราะห์จึงหันมาปรับประมาณการกำไรปีนี้ขึ้นเป็นทำได้ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากทำได้จริงจะถือว่า "กำไรสุทธิทำนิวไฮในรอบ 10 ปี" นับตั้งแต่ปี 2553 ที่มีกำไรสุทธิ 3,852.72 ล้านบาท 


ดังนั้นหากมองว่าราคาหุ้นขณะนี้ขึ้นไปสะท้อนกำไรที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีแล้วก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันเพราะหากพัฒนาการในปีถัด ๆ ไป ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้แล้ว ก็อาจหมดความน่าสนใจ ...


ตัวอย่างเช่นพัฒนาการในปีนี้ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส ที่ระบุว่า จากธุรกิจถุงมือยางที่เติบโตดีมากในไตรมาสแรก จะทำให้กำไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปียืนสูงต่อเนื่อง โดยแนวโน้มปริมาณขายถุงมือยางทั้งปี 63 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 40.7% YoY มาที่ 2.8 หมื่นล้านชิ้น และด้วยความต้องการที่สูงมากอาจทำให้ STA สามารถปรับราคาขายขึ้นได้อีกต่อเนื่อง


อีกประการก็คือ ยอดขายยางพาราที่คิดเป็น 78% ของรายได้รวม จะเติบโต 17.8% YoY ในปีนี้ เพราะโรงงานแปรรูปยางพาราขนาดกลางและเล็กทั่วโลกหยุดการผลิตชั่วคราวจากโควิด-19 ทำให้ลูกค้าหันมาสั่งซื้อกับ STA แทน


ด้วยราคายางพาราที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้การบริหารต้นทนและราคาขายได้ดีขึ้นจะทำให้ Gross Margin ฟื้นตัวมาเป็น 11.2% จาก 8.1% ในปีก่อน


โดยที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทางเดียวกัน คือ ยอดขายถุงมือยางจะเป็นตัวผลักดันหลักๆ ในปีนี้ ส่วนสาเหตุที่ต้องปรับประมาณการขึ้นก็คือ ในไตรมาสแรกทำได้ดีกว่าคาด แนวโน้มที่เหลือของปีจึงดี โดยนักวิเคราะห์แต่ละรายประเมินกำไรสุทธิไว้ดังนี้

 

บล. กำไรสุทธิปี63
เดิม ใหม่
เอเซีย พลัส +813 +2,302
เอเชีย เวลท์ +997 +2,269
เคทีบี +2,060 +2,900
ฟิลลิป +1,241 +2,227


*** ราคาเหมาะสมถูกปรับขึ้นเช่นกัน แต่ราคาปัจจุบันทะลุไปแล้ว


สิ่งที่ถูกปรับขึ้นพร้อมกับประมาณการกำไรสุทธิก็คือราคาเหมาะสมนั่นเอง ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายทยอยปรับขึ้นต่อเนื่องตามผลงานที่ดีขึ้นกว่าคาด แต่แม้จะมีการปรับราคาเป้าหมายขึ้นแล้วราคาหุ้นที่ซื้อขายอยู่ในขณะนี้ก็ถือว่าสูงมากอยู่ดีดังนี้

ราคาเหมาะสมปี 63
บล. เดิม ใหม่ แนะนำ
เอเซีย พลัส 14 20 ซื้อ
เอเชีย เวลท์ 15 20.60 ซื้อ
เคทีบี 19 27 ซื้อ
ฟิลลิป 14.10 19 เก็งกำไร


*** ยูโอบีเคย์เฮียน ให้ราคาเหมาะสม 39.90 บาท 


โดยบล.ยูโอบี เคย์เฮียน มองว่าตั้งแต่ไตรมาส 2/63 เป็นต้นไป ผลประกอบการจะเติบโตแบบก้าวกระโดดตามความต้องการถุงมือยางของโลกที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลกระทบจากโควิด-19 จึงมองกำไรสุทธิในปี 63 ไว้ที่ 3,139 ล้านบาท (จากเดิมคาด 1,673 ล้านบาท) ขณะที่ปี 64 - 65 คาดมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,482 ล้านบาท และ 3,999 ล้านบาท ตามลำดับ


ส่งผลให้ประเมินราคาเหมาะสมปี 63 ไว้ที่ 39.90 บาท แนะนำ ซื้อ 


*** รอลุ้นบริษัทลูกเข้าตลาด แต่เชื่อว่าตั้งราคาหุ้นไว้แพง


อีกทางเลือกที่นักลงทุนอาจเก็บไว้พิจารณาก็คือ บมจ.ศรีตรังโกลฟส์(STGT) บริษัทลูกของ STA ที่ประกอบธุรกิจถุงมือยางโดยเฉพาะ ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)ภายในไตรมาส 3/63 นี้ โดยมีจำนวนหุ้นไอพีโออยู่ที่ 444.78 ล้านหุ้น 


แต่ก็ต้องติดตามให้ดีด้วยเพราะ STGT ยังไม่ได้กำหนดราคาไอพีโอ และด้วยสถานการณ์หุ้น STA ที่เป็นบวกอย่างมากในขณะนี้เชื่อว่า ราคาไอพีโอของ STGT น่าจะออกมาไม่เบาเหมือนกัน


ซึ่งหากคิดอีกแง่หากขายด้วยราคาไอพีโอสูง ๆ แต่ขายหมด แน่นอนว่าจะเพิ่มมูลหุ้นให้กับ STA อยู่ไม่น้อย เป็นผลให้อัพไซด์ของหุ้นขยายขึ้นตามกัน


เรียกได้ว่าประเด็นบวกของ STA ถูกยกมาหมดแล้ว แม้กระทั่งการไอพีโอของบริษัทลูกก็ถูกนำมาคำนวณไว้ในราคาเหมาะสม ดังนั้นหากในช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่มีอะไรออกมาเซอร์ไพร์สตลาด ก็อาจทำให้ราคาหุ้นค่อยๆแผ่วลงไปซื้อขายในระดับเหมาะสมเอง ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด