หุ้นฮ็อต

| 15 พฤศจิกายน 2560 | 09:31

ORI จับตาสตอรี่ใหม่ หลังราคาวิ่งแรงจนอัพไซด์จำกัด

    ORI พุ่งทำ All Time High ไม่หยุด รับข่าวเข้าคำนวณ  MSCI Global Small Cap มีผลสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 กำไรดีกว่าคาด แต่นักวิเคราะห์แนะแค่เก็งกำไร ชี้ราคาเหลืออัพไซด์จำกัด จนกว่าจะมีสตอรี่ใหม่เข้าผลักดันราคาอีกครั้ง

    ความเคลื่อนไหวหุ้น บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ปรับตัวขึ้นแรงพร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น โดยพุ่งขึ้นทำ All Time High ที่ 23.50 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 22.90 บาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 484% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 4.2 ล้านหุ้นเพิ่มขึ้นมาเป็น 20.62 ล้านหุ้น 
    ORI ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่โดย "ครอบครัวจรูญเอก" ประกอบธุรกิจพฒันาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมตามแนวสถานีขนส่งมวลชนระบบรางใน เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ กลุ่มลูกค้าวัยเริ่มทำงาน , กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนจากการเช่าที่พักอาศัยเป็นซื้อเพื่ออยู่เอง ,กลุ่มลูกค้าท้องถิ่นที่มีความต้องการขยายครอบครัว, กลุ่มลูกค้าที่มองหาที่พักอาศัยให้ลูกหลาน และกลุ่มลูกค้าต่างชาติเพื่อรองรับการเปิด AEC
    ORI เข้าตลาดหุ้นเมื่อเดือน ต.ค.58 และสามารถทำกำไรเติบโตจาก 386 ล้านบาท เป็น 637 ล้านบาท ในปี 59 ล่าสุดผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 966 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี
    ด้านราคาหุ้น ORI เริ่มเห็นการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นตั้งแต่ปี 59 จากต้นปีที่ทำโลว์ที่ 3.94 บาท พุ่งขึ้นทำนิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง หรือปรับตัวขึ้นเกือบ 500% ในเวลาไม่ถึง 2 ปี
    ORI ถือเป็นหุ้นที่สร้างสตอรี่ได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เข้าตลาดฯ ไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหารขายบิ๊กล็อตให้กองทุนต่างชาติถึง 2 ครั้ง การขายหุ้นเพิ่มทุน PP ในราคาสูงกว่ากระดานให้ผู้ถือหุ้นพราวด์ เรสซิเดนซ์ รุกคอนโดฯ ระดับบน ส่งผลให้ Backlog อัพขึ้นมาสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของผู้ประกอบการอสังหาฯ รวมถึงการเปิดตัวพันธมิตร "โนมูระ เรียลเอสเตท" อสังหาฯ รายใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาซื้อหุ้น 49% ใน 4 บริษัทย่อย ราคาสูงกว่าพาร์ ส่งผลต่อกำไรพิเศษในไตรมาส 3/60 ทันที ขณะที่ระยะยาว ORI จะได้ Know How เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาด 
    ล่าสุด ORI แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3/60 มีกำไรสุทธิ 556 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 158 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
    สัญญาณหุ้น ORI ที่พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่นอีกครั้ง หลังจาก MSCI ประกาศนำหุ้นเข้าคำนวณ MSCI Global Small Cap มีผลในวันที่ 30 พ.ย. 2560 แต่ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เหลืออัพไซด์จำกัด แม้ว่างบไตรมาส 4/60 ยังมีลุ้นทำนิวไฮ แต่นักวิเคราะห์แนะนำเพียง "ถือ" และ "เก็งกำไร" เท่านั้น
    บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุ 4 เหตุผลที่คงคำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" หุ้น ORI คือ 
    1) กำไร 3Q60 เติบโตเด่นทั้ง QoQ และ YoY ตามที่เราและตลาดคาด และมีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่ใน 4Q60 
    2) ยอด Presales 9M60 เพิ่มขึ้นถึง 43% YoY คิดเป็น 75% ของเป้าหมายทั้งปีแล้ว และ 4Q60 มีแผนเปิดอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 1.2 พันล้านบาท เชื่อมั่นว่า ORI จะทำยอด Presales ได้ตามที่เราคาด 
    3) ปัจจัยบวกระยะสั้นหลัง MSCI ประกาศให้ ORI เข้าคำนวณ MSCI Global Small Cap ในวันที่ 30 พ.ย. 2560 และ 
    4) ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นถึง 273% YTD สะท้อนผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่นไปมากแล้ว Upside Gain จำกัด เราจึงแนะนำเพียง "ซื้อเก็งกำไร" เพื่อรอปัจจัยบวกใหม่
    ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งระบุ ORI รายงานรายได้ของ 3Q60 ที่ 1,693 ล้านบาท  (+91% YoY และ +44% QoQ) ใกล้เคียงกับคาดที่ 1,615 ล้านบาท อัตราการทำกำไรขั้นต้นเท่ากับ 47.7% ใกล้เคียงคาดที่ 46% ขณะที่ SG&A สูงกว่าคาดเล็กน้อย และส่วนแบ่งกำไรที่เกิดจากการขายเงินลงทุนนในบริษัทย่อยให้ NRED บันทึกเข้ามา 267 ล้านบาทมากกว่าคาดที่ 210 ล้านบาท ดังนั้นใน 3Q60 ORI มีกำไรสุทธิเท่ากับ 556 ล้านบาท (+252% YoY และ +133%  QoQ) มากกว่าที่เราคาดไว้ที่ 496 ล้านบาท  และใน 4Q60 ORI  มีรายได้เท่ากับ 3,747 ล้านบาท (+97% YoY) และกำไรสุทธิที่ 966 ล้านบาท (+203% YoY)  
    เราคาดว่าใน 4Q60 ผลประกอบการจะเด่นที่สุดและคิดเป็นประมาณ 53% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีนี้ที่เราคาดไว้ที่ 2,073 ล้านบาท (+223% YoY) จากแรงหนุนของ Backlog โครงการ Park 24 และกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนสุทธิที่ประมาณ 310 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของรายได้ในปีนี้เราคงประมาณการที่ 8,999 ล้านบาท (+53.6% YoY) มีสมมติฐานของการบันทึกรายได้จากโครงการ Park 24 ประมาณ 3,000 ล้านบาทใน 4Q60 โดยล่าสุดส่งมอบไปได้แล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท
    เราตั้งสมมติฐานใส่ ORI-W1 ถ่วงน้ำหนัก 3 ปีและคาดว่าหากมีผู้แปลงครบ ORI จะได้เงินทุนใหม่ประมาณ 8,100 ล้านบาท (คาด ORI-W1 จะสามารถเข้าซื้อขายได้ภายในเดือน พ.ย.) และคาดว่า EPS  Growth ของปีนี้จะเท่ากับ 118% และเท่ากับ 30% ในปี 2561 และจากสมมติฐานที่มีกำไรพิเศษในปี 2560 และ 2561 ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายใหม่ของปี 2561 เท่ากับ 20.00 บาท/หุ้น บนระดับ PER ที่ 12.00 เท่า โดยแนะนำ HOLD สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่และหากต้องการเพิ่มการลงทุนแนะนำรอสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวเนื่องจากราคาปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกของบริษัทไปหลายประการแล้ว

    แม้ว่าผลการดำเนินงานของ ORI จะเป็นสิ่งที่สะท้อนพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวัง จากนี้ไปคงต้องจับตาว่า ORI จะสามารถสร้างสตอรี่เพื่อดันราคาหุ้นได้อีกหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด