หุ้นฮ็อต

| 11 สิงหาคม 2560 | 13:57

ถอดหน้ากากหุ้น WORK หลังจบ The Mask Singer ซีซั่น2

    WORK ราคาพุ่งแรง ตอบรับกำไร Q2/60 ดีกว่าคาด นักวิเคราะห์หลายค่ายตบเท้าอัพเป้า สูงสุด 74 บาท แต่มองผลงานโค้ง 2 พีคสุดแล้ว คาดอ่อนตัวลงในครึ่งปีหลัง อาจกดราคาหุ้นลงได้อีก จับตาความท้าทายการขึ้นค่าโฆษณา หลัง The Mask Singer ซีซั่น2 เรทติ้งไม่ปังอย่างที่หวัง

  บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) เปิดตลาดแดนบวกเช้านี้ หลังงบไตรมาส 2/60 กำไรดีเกินคาด โดยเปิดที่ 65.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.22% ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 64.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 4.02% พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 160% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
  WORK เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และซื้อลิขสิทธิ์รายการ นำมาออกอากาศในช่องโทรทัศน์ของบริษัท หมายเลข 23 ช่อง "WORKPOINT" หลายรายการรู้จักกันในวงกว้าง เช่น ไมค์ทองคำ ,ไมค์หมดนี้, ปริศนา ฟ้าแลบ , I can See Your Voice และ The Mask Singer เป็นต้น ถือหุ้นใหญ่ โดย นายปัญญา นิรันดร์กุล 25.80% 
  รายการที่พลิกประวัติศาสตร์ของ WORK คือ The Mask Singer ซึ่งเป็นรายการเรียลลิตี้เกมโชว์และมิวสิกโชว์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากเกาหลีใต้ ที่ได้สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับคนไทย และทำให้ WORK โกยรายได้โฆษณาในซีซั่น 2 ไปล่วงหน้าอย่างถล่มทลาย หลังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในซีซั่นแรก ถึงขั้นที่ว่าเรทติ้งช่วงไพร์มไทม์ในเขต กทม.แซงช่อง 3 และช่อง 7 
  เรทติ้งรายการที่ดีมาก ทำให้หุ้น WORK กลับมาอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุน สะท้อนไปยังราคาหุ้นที่พลิกเป็นขาขึ้น ด้านจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยเพิ่มจาก 3,680 คน ณ ปิดสมุดทะเบียน 11 มี.ค.59 เป็น 4,388 คน ณ วันปิดสมุดทะเบียน 10 มี.ค.60 
  หุ้น WORK เพิ่งขึ้นทำ All time high ที่ 69.50 บาท ในช่วงกลางเดือน มิ.ย. ก่อนมีแรงขายทำกำไร ท่ามกลางกระแสเรทติ้งรายการ The Mask Singer ซีซั่น 2 ที่ไม่ดีเท่าซีซั่นแรก
  สัญญาณหุ้น WORK ที่มีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นอีกครั้ง เกิดขึ้นหลังจากบริษัทฯ ประกาศงบไตรมาส 2/60 มีกำไรสุทธิ 373 ล้านบาท ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด อีกทั้งยังเป็นกำไรนิวไฮรายไตรมาส พร้อมกับจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.488 บาท 
  WORK แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2/60 สิ้นสุด 30 มิ.ย.60 มีกำไรสุทธิ 372.79 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 133.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 238.90 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 178% เนื่องจากบริษัทมีรายได้ 1,114.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 309.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากธุรกิจโทรทัศน์ 1,022.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เป็นการเพิ่มขึ้นจากช่อง WORKPOINT ถึง 937.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% นอกจากนี้ รายได้จากสื่อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วยเช่นกัน ที่ 76.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 426% จากช่วงเดียวกันปี 
  พร้อมจ่ายปันผลเป็นเงินสด อัตรา 0.488 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 23 ส.ค. 2560 วันที่จ่ายปันผล 07 ก.ย. 2560
 นักวิเคราะห์หลายค่าย ปรับเพิ่มเป้าหมาย WORK ทันที เนื่องจากรวมกำไรครึ่งปี ก็เกือบถึงเป้าทั้งปีแล้ว ขณะที่บางค่ายรอปรับอีกครั้งหลังเข้ารับฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้บริหารราวปลายเดือน ส.ค.นี้ 
  บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส กล่าวว่า กำไรไตรมาส 2/60 ของ WORK ออกมาดีกว่าที่ ดีบีเอสฯ และตลาดคาดถึง 37% และ 51% ตามลำดับ จึงปรับเพิ่มคำแนะนำจากถือเป็น ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ที่ 73 บาท (อิงวิธี DCF)
  บล.เคจีไอ กล่าวว่า กำไรสุทธิของ WORK ดีกว่าประมาณของ เคจีไอ ถึง 40% และดีกว่า ที่ตลาดคาด 56% ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันกำไรใน Q2/60 ได้แก่ 1.รายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก Workpoint TV 2. อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น และ 3.ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นแค่เล็กน้อย ประเมินราคาเป้าหมาย 74 บา แนะซื้อ ทั้งนี้ บล.เคจีไอ เตรียมจะปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2560-2561 ขึ้นอีกหลังการประชุมนักวิเคราะห์ปลายเดือนนี้
  บล.ทิสโก้ กล่าวว่า กำไรสุทธิครึ่งปีแรกคิดเป็น 86% ของกำไรทั้งปี 60 ที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ทิสโก้ อยู่ระหว่างปรับประมาณการใหม่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง จากกำไรที่ดีกว่าคาดหลังจากการประชุมนักวิเคราะห์ 
  แม้โบรกฯ จะปรับเพิ่มกำไรสุทธิ และราคาเป้าหมาย WORK แต่ในระยะสั้นช่วงครึ่งปีหลัง นักวิเคราะห์มองตรงกันว่า ผลประกอบการน่าจะอ่อนตัวจากครึ่งปีแรก เพราะรายการ The Mask Singer ใกล้จะจบซีซั่น 2 แล้ว ประกอบกับเรทติ้งโดยรวมยังแค่ทรงตัว และปลายปีนี้ยังมีพระราชพิธีสำคัญ จึงอาจเป็นเรื่องท้ายทายในการปรับขึ้นค่าโฆษณา
  บล.เคจีไอ คาดว่ากำไร WORK ในครึ่งหลังปีนี้มีแนวโน้มชะลอลงจากครึ่งปีแรก เนื่องจาก 1.รายการหน้ากากนักร้อง ซีซั่น 2 จะจบในปลายเดือนสิงหาคม 2560 2.เรทติ้งโดยรวมยังทรงตัวอยู่ที่ 1.48 - 1.49 ในครึ่งปีแรก สำหรับเวลาออกอากาศทั้งหมด (18 ชม.) ซึ่งจะทำให้การปรับขึ้นค่าโฆษณาเป็นเรื่องท้าทาย 
  นอกจากนี้ คาดว่ารายได้ของ Workpoint TV จะลดลงใน Q4/60 จากการงดโฆษณาทาง TV ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 
  บล.หยวนต้า คาดว่ากำไร Q2/60 จะเป็นจุดสูงสุดของปี ก่อนจะชะลอตัวในครึ่งปีหลังตามฤดูกาล และผลกระทบจากงานพระราชพิธี แต่ภาพรวมทั้งปียังถือว่าบริษัทมีกำไรเติบโตโดดเด่น สวนทางเม็ดเงินโฆษณาของอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว และประมาณการกำไร 2 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ย 26% จากการปรับขั้นอัตราโฆษณาตามเรทติ้งที่ดีขึ้น คงมูลค่าพื้นฐานปี 60 ที่ 70 บาท อิงวิธี DCF 
  ภาพรวมทั้งปี60 คงประมาณการการกำไรที่ 609 ล้านบาท เติบโต 207% YoY บนสมมติฐานค่าโฆษณาปรับขึ้น 34% YoY เป็น 67,000 บาทต่อนาที โดยครึ่งปีหลังบริษัทยังมีแผนปล่อยรายการใหม่ๆ มาเรียกเรทติ้ง อย่าง “We Kid” และ “The X-Factor Thailand” รายการดังที่ซื้อลิขสิทธิจากต่างประเทศ

 มนต์ขลังของรายการ The Mask Singer ซีซั่น2 ที่ซาลงอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับซีซั่นแรก เป็นสิ่งที่ท้าทาย WORK ว่าจะเรียกเรทติ้งกลับคืนมาได้อย่างไร เพราะนั่นหมายถึงการขึ้นค่าโฆษณาในอนาคต แต่ที่แน่ๆ คือ "ไตรมาสที่ดีที่สุด" ของปี ได้ผ่านไปแล้วใน Q2/60 กำไรที่มีแนวโน้มอ่อนตัว จึงอาจกดดันราคาหุ้นได้อีกครั้ง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด