สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 10 พฤษภาคม 2561 | 09:19

AMA ยังไม่ฟื้น น้ำมันพุ่งกดกำไร Q1/61 ดิ่งหนัก

AMA ยังไม่ฟื้น น้ำมันพุ่งกดกำไร Q1/61 ดิ่งหนัก

           AMA ร่วงแตะ 8.70 บาท ทำสถิติต่ำสุดใหม่อีกครั้ง หลังบริษัทรายงานกำไรไตรมาส 1/61 ลดลงถึง 95% จากปีก่อน ขณะที่นักวิเคราะห์แห่ปรับประมาณการลง สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันพุ่ง และค่าใช้จ่ายซื้อเรือใหม่กดดัน

           ราคาหุ้น บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA ร่วงลง 12.56% ทำสถิติต่ำสุดใหม่ที่ 8.70 บาท พร้อมด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 600% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า นอกจากนี้ระดับราคาในปัจจุบันยังลดลงมาต่ำกว่าราคา IPOที่ 9.99 บาท อีกด้วย
           AMA ประกอบธุรกิจหลักแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) ให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางเรือระหว่างประเทศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มและน้ำมันพืชชนิดต่างๆ ไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชียตะวันออก 2) บริษัทย่อยให้บริการขนส่งสินค้าเหลวทางรถในประเทศ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงและไบโอดีเซล B100
           หุ้น AMA ร่วงแรงหลังกำไรไตรมาส 1/61 วูบ 95% จากปีก่อน เหลือเพียง 3.29 ล้านบาท แม้รายได้ยังโต 18% แต่เจอผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันเพิ่ม รวมถึงต้นทุนการเงินในการขยายธุรกิจ
           ทั้งนี้ AMA มีรายได้จากการให้บริการขนส่งสินค้า จำนวน 384.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.62% จากปีก่อน เป็นผลจากจำนวนเรือขนส่งที่เพิ่มขึ้นจาก 8 ลำ เป็น 11 ลำ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 27.6% เหลือเพียง 16.8% ในไตรมาสนี้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงเหลือเพียง 3.29 ล้านบาท ลดลง 95% จากปีก่อนที่ทำได้ 72.65 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักปรับเพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินในการซื้อเรือเพิ่ม
           ขณะที่ "พิศาล รัชกิจประการ" กรรมการผู้จัดการ AMA ยังคงเป้ารายได้เติบโตอยู่ที่ระดับ 30% ถึงแม้ว่าในช่วงไตรมาส 1/61 ผลประกอบการจะชะลอตัวลง แต่บริษัทเชื่อว่าปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันและเงินบาทที่แข็งค่าจะกดดันในระยะสั้นเท่านั้น และคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/61 จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้น
           ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายกองเรือบรรทุกน้ำมัน และสารเคมี และรถบรรทุกขนส่งน้ำมันเพิ่มเติมเพื่อรองรับตลาดปาล์มน้ำมันที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทมีแผนขยายกองเรือเพิ่มขึ้นอีก 2 ลำ แบ่งเป็นครึ่งปีแรก 1 ลำ และครึ่งปีหลัง 1 ลำ ด้วยงบลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท ทำให้กองเรือเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลำ ส่วนกองรถบรรทุกจะขยายอีก 30 คัน ในช่วงไตรมาส 3/61 จำนวน 10 คัน และไตรมาส 4/61 จำนวน 20 คัน ส่งผลให้กองรถบรรทุกเพิ่มขึ้นเป็น 180 คัน
           ด้านนักวิเคราะห์ทยอยปรับประมาณกำไร AMA ปีนี้ลง สะท้อนปัจจัยลบที่ยังคงกดดันต่อเนื่อง
           บล.ทิสโก้ ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/61 แย่กว่าที่คาดไว้ โดยราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักกว่า 30% ปรับตัวสูงขึ้นกระทบต่อกำไรรวม โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมาจาก 66.87 เหรียญต่อบาร์เรล เป็น 70.27 เหรียญต่อบาร์เรล และปัจจุบันยังคงปรับขึ้นต่อมาอยู่ที่ 74.87 เหรียญต่อบาร์เรล ในขณะที่บริษัทยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาขนส่งกับลูกค้าได้ นอกจานี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเรือลำใหม่เข้ามา ส่งผลกระทบให้อัตรากำไรขั้นต้นของ AMA ในไตรมาส 1/61 ลดลงมาอยู่ที่ 16.8% เทียบกับ 27.6% เมื่อปีก่อน และ 31.8% ในไตรมาส 4/61
           ทั้งนี้ อยู่ระหว่างปรับประมาณการ จากผลประกอบการที่ออกมาแย่กว่าคาดและแนวโน้มต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ยังเพิ่มขึ้น สำหรับประมาณการก่อนหน้านี้ให้คำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 20.4 บาท อิง PER 28 เท่า ณ สิ้นปี 61
           ด้าน บล.โกลเบล็ก ระบุไว้ก่อนประกาศงบฯ ว่า ได้ปรับประมาณการกำไรปี 61 ลง 20% สะท้อนความเสี่ยงราคาน้ำมัน ค่าเงิน แต่ยังคาดมีกำไรปกติเติบโต 8.4% จากปีก่อน แต่คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 243 ล้านบาท อ่อนตัวราว 3.7% จากปีก่อน
           ประเมินราคาเหมาะสมใหม่อยู่ที่ 14.8 บาท จากเดิมที่ 17.2 บาท สะท้อนราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูง ค่าเงินแข็ง และยังไม่รวมโอกาสในการปรับขึ้นค่าระวาง โดยระยะสั้นเป็นการเผชิญกับอุปสรรคครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนผ่านจากผู้ประกอบการกองเรือขนาดเล็กไปสู่ขนาดกลาง ซึ่งได้รับผลกระทบเชิงลบคิดเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับขนาดกองเรือที่ใหญ่ขึ้นกว่า 2 เท่าตัว อย่างไรก็ตาม AMA ยังเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินในระดับดี คือมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานกว่า 250 – 300 ล้านบาทต่อปี จากฐานกองเรือในปัจจุบัน ส่วน D/E ที่ 0.82 เท่า สะท้อนโอกาสในการขยายกองเรือได้อีกอย่างน้อย 2 – 3 ปี เฉลี่ยปีละ 2 ลำ
           โดยภาพรวมฝ่ายวิจัยแนะนำให้ติดตามตัวแปรหลักที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในช่วงนี้ แบ่งเป็น 1) หากราคาน้ำมันทรงยังทรงตัวในระดับสูง ต้องติดตามการเจรจาปรับขึ้นค่าระวางเรืออย่างใกล้ชิด พร้อมกับผลประกอบการในงวดไตรมาส 1/61 (ออกมาแล้ว ทำได้ 3.29 ล้านบาท) ก่อนหาจังหวะทยอยซื้อสะสม 2) หากราคาน้ำมันมีค่าเฉลี่ยที่อ่อนตัวในไตรมาส 2/61 ลงไปใกล้เคียงกับไตรมาส 4/60 ที่ 61.7 เหรียญต่อบาร์เรล นับเป็นจังหวะ “ซื้อลงทุน” คาดหวังการฟื้นตัว

           ทั้งจากทิศทางราคาหุ้นซึ่งร่วงมาแล้วกว่า 30% จากช่วงต้นปี รวมถึงปัจจัยลบทางด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น คงต้องยอมรับแนวโน้มของหุ้น AMA ในปัจจุบันยังอยู่ในทิศทางขาลงเต็มตัว ขณะที่ภาพรวมของกำไรสุทธิปีนี้มีโอกาสพลิกกลับมาย่อตัวได้เช่นกัน คงต้องจับตาว่าผู้บริหารจะฟื้นสถานการณ์ขึ้นมาได้รวดเร็วเพียงใด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด