สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 9 กรกฎาคม 2561 | 09:19

BANPU โบรกฯ คาดกำไรโค้ง 2 สูงสุดรอบ 5 ปี จับตาเป็นโอกาสซื้อหรือไม่

BANPU โบรกฯ คาดกำไรโค้ง 2 สูงสุดรอบ 5 ปี จับตาเป็นโอกาสซื้อหรือไม่

           BANPU เจอแรงขายสวนดัชนีฯ จับตาเป็นโอกาสซื้อหรือไม่ หลังโบรกฯ คาดกำไร Q2/61 ทุบสถิติสูงสุดรอบ 5 ปี พร้อมเชื่อผ่านจุดต่ำสุด ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อน

           ราคาหุ้น บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ปิดการซื้อขายล่าสุดที่ 19.70 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.01% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 5 ที่ 2.07 พันล้านบาท สวนทางกับดัชนีฯ ที่ปิดบวก 13 จุด พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น กว่า 209% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
           BANPU ดำเนินธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจพลังงานทดแทน โดยมีการลงทุนในประเทศไทย ,อินโดนีเซีย ,จีน ,ออสเตรเลีย ,ลาว ,มองโกเลยี, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
           ราคาหุ้น BANPU เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ราว 65 บาทในปี 54 ก่อนลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี ที่ราว 10 บาท ในปี 59 เป็นผลสะท้อนจากกำไรสุทธิที่ปรับลดลงจากระดับ 2.4 หมื่นล้านบาทในปี 53 พลิกเป็นขาดทุน 1.5 พันล้านบาทในปี 58 ก่อนจะเริ่มมีกำไรอีกครั้งที่ 1.6 พันล้านบาท และ 7.9 พันล้านบาท ในปี 59 และ 60 ตามลำดับ
           ล่าสุดไตรมาส 1/61 BANPU ขาดทุนสุทธิ 1.26 พันล้านบาท เป็นผลมาจากคำสั่งศาลฎีกาที่มีคำสั่งให้กลุ่ม BANPU จ่ายค่าเสียหาย 1.5 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%ต่อปี หรือราว 2.7 พันล้านบาท ให้กับกลุ่มงานทวีซึ่งเป็นผู้ฟ้องร้องในโครงการโรงไฟฟ้าหงสา
           อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มีมุมมองต่อผลการดำเนินงาน BANPU ในไตรมาส 2/61 ว่าจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสในรอบ 5 ปี ตามราคาถ่านหินที่มีทิศทางเป็นขาขึ้น โดยมองงบ BANPU ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
           บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี เชื่อว่า BANPU จะสามารถทำกำไรสุทธิมากกว่า 3 พันล้านบาทต่อไตรมาสจาก 2Q18F เป็นต้นไปจากราคาถ่านหินและกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าที่สูงขึ้น และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
           เราคาดว่ากำไรสุทธิจะคงที่ขึ้นใน FY18-20F จากกำไรธุรกิจโรงไฟฟ้าที่โตขึ้นเป็น 5.5-6.0พันล้านบาทต่อปี US shale gas จะมีสัดส่วนกำไร 50%
           จาก 2Q18F เป็นต้นไป เราคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิต่อไตรมาสจะเกิน 3 พันล้านบาท และจะสอดคล้องกับกำไรปกติเป็นครั้งแรกตั้งแต่ 1Q16
           คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายวิธี SOP ที่ 26.50บาท ปัจจัยผลักดันคือราคาถ่านหินและกำไรจากหงสาที่สูงขึ้น
           บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุถึง 4 เหตุผลที่คงคำแนะนำ "ซื้อ" BANPU ได้แก่ 1) ราคาถ่านหินขยับขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดทำจุดสูงสุดรอบ 6 ปี 2) ส่งผลบวกโดยตรงต่อผลการดำเนินงานหลักใน 2Q61 ที่คาดจะพลิกกลับมามีกำไรโดดเด่น 3) ยืนยันภาพกำไรปกติปีนี้โต 33% เป็น 1.5 หมื่นล้านบาท และ 4) มูลค่าของหุ้นยังถูก หากคิดมูลค่าตลาดบนบริษัทย่อยอย่าง BPP และ ITMG และให้ส่วนลดของ Holding company 10% คิดเป็นมูลค่าต่อหุ้น BANPU สูงถึง 10.30 บาท/หุ้น และ 8.40 บาท/หุ้น ตามลำดับ ขณะที่ยังมีธุรกิจเหมืองถ่านหินในออสเตรเลีย-จีน ธุรกิจเชลล์ก๊าซ และ ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานซึ่งตลาดให้มูลค่าเพียง 3.10 บาท ทำให้เรามองราคาหุ้นมี Downside ที่จำกัด
           บล.เคจีไอ ประมาณการ 2Q61 กำไรสูงสุดตั้งแต่ 2555 ที่ 4.4 พันล้านบาท (+96% YoY, +450% QoQ) โดยมีสาเหตุสำคัญมาจาก i) ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ 2.5 พันล้านบาทจากคดีหงสาเหมือนใน 1Q61 และ ii) มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเป็น 788 ล้านบาท จากที่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1.0 พันล้านบาทใน 1Q61 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 1.09 บาท/US$ แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักก่อนภาษี (EBT) ใน 2Q61 จะเพิ่มขึ้น 53% QoQ เป็น 6.9 พันล้านบาท
           เรายังคงคำแนะนำซื้อ และคงราคาเป้าหมาย SoTP เอาไว้ที่ 26.00 บาท เราเชื่อว่าราคาหุ้น BANPU จะ outperform SET เนื่องจากเราคาดว่ากำไรใน 2Q61 จะสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555 ดังนั้นเราจึงยังคงเก็บ BANPU ไว้เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน

           หุ้น BANPU ดูเหมือนจะยังกู่ไม่กลับ แม้มีปัจจัยบวกเกี่ยวกับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 ที่นักวิเคราะห์ล้วนมีมุมมองเป็นบวก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าสุดท้ายแล้วจะสามารถทำกำไรสูงสุดรอบ 5 ปีได้ตามที่คาดหรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด