สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 11 พฤษภาคม 2561 | 13:33

MALEE ดิ่งรับกำไรนิวโลว์รอบ 8 ปี แนะเลี่ยงจนกว่าจะเห็นสัญญาณฟื้น

MALEE ดิ่งรับกำไรนิวโลว์รอบ 8 ปี แนะเลี่ยงจนกว่าจะเห็นสัญญาณฟื้น

    MALEE ราคาหุ้นดิ่งนิวโลว์รอบกว่า 2 ปี หลังลงทุนเครื่องจักรดันค่าเสื่อมพุ่ง ขณะที่ยอดขายต่างประเทศหด กดงบไตรมาสแรกดิ่ง 92% ผู้บริหารเชื่อการลงทุนเริ่มออกผลดันกำไรกลับมาโตตั้งแต่ไตรมาส 3/61 เป็นต้นไป ขณะที่โบรกฯ ตบเท้าหั่นประมาณการ พร้อมแนะเลี่ยงลงทุนจนกว่าจะเห็นสัญญาณฟื้นชัดเจน 

    ราคาหุ้นบมจ.มาลีกรุ๊ป (MALEE) ดิ่งทำจุดต่ำสุดช่วงเช้านี้ที่ 17.90 บาท นิวโลว์รอบกว่า 2 ปี ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าที่ 18 บาท ลดลง 1.80 บาท หรือ 9.09% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 411% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    MALEE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้กระป๋องและน้ำผลไม้ 2 รูปแบบ คือ 1.จำหน่ายภายใต้เครื่องหมายการค้า มาลี และ2.รับพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต โดยปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายจากธุรกิจรับจ้างผลิต 53.75% และยอดขายจากแบรนด์อยู่ที่ 46.24% ซึ่งแบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 64%และต่างประเทศ 36% 

    ปัจจุบัน MALEE  มีบมจ.เอบิโก้ โฮลดิ้งส์(ABICO)เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 26.82% และมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย 3,464 ราย หรือคิดเป็น 48.45%

    ผลการดำเนินงาน MALEE กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดในปี 59 ที่ 530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 57-58 ที่กำไรอยู่ในะดับราว 300 ล้านบาท ส่วนปี 60 กำไรลดลงเหลือ 285 ล้านบาท 

    สอดคล้องกับราคาหุ้น MALEE ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ที่ราว 120 บาท (พาร์ 1 บาท) ในต้นปี 60 ก่อนที่บริษัทจะตัดสินใจแตกพาร์เป็น 0.50 บาท มีผลเมื่อเดือน พ.ค. ปีเดียวกัน 

    หลังจบสตอรี่แตกพาร์หุ้น MALEE อยู่ในเทรนด์ขาลงต่อเนื่อง พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เบาบางลงไป จนลงมาซื้อขายต่ำกว่า 30 บาท ในปีนี้ จากผลการดำเนินงานปี 60 ที่กำไรลดลงถึง 46% จากปีก่อนหน้า

    หุ้น MALEE โดนเทขายอย่างหนักในวันนี้ หลังรายงานงบไตรมาส 1/61 กำไรหดตัวถึง 92% และยังเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี หรือ 32 ไตรมาส ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากยอดขายต่างประเทศที่หดตัวลง ถือว่าผิดจากที่ผู้บริหารและนักวิเคราะห์คาดว่าไตรมาส 4/60 จะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

    ล่าสุด MALEE รายงานผลประกอบการ มีกำไรสุทธิเพียง 9.46 ล้านบาท ลดลงถึง 92% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 118.49 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากยอดขายต่างประเทศที่หดตัวลงทั้งธุรกิจรับจ้างผลิต(CMG)และแบรนด์สินค้าของตัวเอง ประกอบกับค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการติดตั้งเครื่องจักรใหม่

    สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ผิดหวัง MALEE ที่ทำกำไรได้ต่ำกว่าประมาณการถึง 66% แม้มองว่ากำลังผลิตจะมีเสถียรภาพมากขึ้นใน Q3/61 แต่แนะนำเลี่ยงลงทุนจนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน พร้อมหั่นประมาณการกำไรปี 61 - 62 ลง

    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี เผย MALEE ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 ออกมาต่ำกว่าประมาณการถึง 66% โดยเฉพาะประเด็นยอดขาย CMG ในต่างประเทศที่หดตัวลงโดยเฉพาะน้ำมะพร้าว และค่าใช้จ่ายจากการลงทุนที่สูงกว่าคาด

    ซึ่งคาดว่าไตรมาส 1/61 จะเป็นช่วงที่ผลงานต่ำสุดของปีนี้ ก่อนที่จะสายการผลิตจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นในไตรมาส 3/61 เป็นต้นไป ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น อย่างไรก็ดียังไม่แนะนำลงทุนในขณะนี้จนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังผลิต และแนวโน้มตลาดน้ำผลไม้และน้ำมะพร้าวส่งออก เป็นปัจจัยที่ต้องกังวล

    แนะนำ "ถือ" ที่ราคาเป้าหมาย 20 บาท

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส เผยกำไรไตรมาส 1/61 ออกมาอ่อนแออย่างมาก จากยอดขาย CMG ต่างประเทศที่หดกว่า 45% เนื่องจากปัญหากระจายสินค้าน้ำมะพร้าว กดอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 24.9% จาก 31.1% ในช่วงเดียวกันปีก่อน และค่าเสื่อมราคาจากเครื่องจักรใหม่ 

    ซึ่งมองว่าปัญหาดังกล่าวยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกมาก ทำให้ปรับลดคาดการณ์กำไรปี 61-62 ลง 38% และ 32% เพื่อสะท้อนยอดขายและมาร์จิ้นที่่ต่ำกว่าคาด 

    ปรับคำแนะนำเป็น "เต็มมูลค่า" จากเดิม "ถือ" ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 14 บาท จากเดิม 22.50 บาท

    บล.เออีซี ปรับลดกำไรสุทธิปี 61 เหลือ 173 ล้านบาท หดตัว 39.5% จากปีก่อน และก่อนกลับมาโต 34.6% ในปี 62 รับต้นทุนผลิตและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด ถึงแม้ราคาที่ปรับลดลงมาต่อเนื่องจะสะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปแล้ว แต่ด้วยแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังไม่สดใสทำให้ไม่น่าเข้ามาลงทุนในช่วงสั้นนี้ และราคาหุ้นมีอัพไซด์เหลือต่ำมากจากราคาเป้าหมาย

    ปรับลดคำแนะนำเป็น "ถือ" ที่ราคาเป้าหมาย 20 บาท

    ด้านผู้บริหาร MALEE ยอมรับผลงานหดตัวมาจากการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานรองรับการเติบโตในอนาคต บางส่วนยังไม่สร้างกำไรในทันที ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระทบระยะสั้นเท่านั้น และคาดกำไรจะกลับมาโตตั้งแต่ไตรมาส 3/61 เป็นต้นไป 

    MALEE ระบุในคำอธิบายงบการเงิน ยอมรับว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากการลงทุนเพื่อสร้างรากฐานสำหรับรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ซึ่งการลงทุนบางส่วนยังไม่สามารถสร้างรายได้ในทันที ขณะที่บางส่วนยังใช้กำลังผลิตไม่ถึงจุดที่มีประสิทธิภาพพอ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูง ซึ่งเป็นปัจจัยระยะสั้น 

    ทั้งนี้จากภาพรวมตลาดน้ำผลไม้ที่ยังหดตัวต่อเนื่อง บริษัทมีแผนออกสินค้านอกเหนือจากน้ำผลไม้มากขึ้นเพื่อเจาะตลาดสินค้าสุขภาพที่เป็นตลาด Mass โดยจะเริ่มออกสินค้าตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป ซึ่งจากภาพรวมทั้งหมดเชื่อว่ากำไรสุทธิจะเริ่มกลับมาเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 3/61 เป็นต้นไป

    ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของ MALEE ที่อ่อนแอกว่าคาดมาก และยังผิดไปจากที่ผู้บริหารและนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าไตรมาส 4/60 น่าจะผ่านจุดต่ำสุด ทำให้ความเชื่อมั่นต่อหุ้นตัวนี้ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์คำพูดของผู้บริหารที่มั่นใจว่าไตรมาส 3/61 กำไรจะเริ่มกลับมาดีขึ้น ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ในขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ยังหดตัวอยู่ ทำให้กลยุทธ์ชะลอลงทุนจนกว่าจะเห็นสัญญาณฟื้นของนักวิเคราะห์ อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด