สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 23 เมษายน 2561 | 13:10

HANA เด้งรับบาทอ่อน แต่ยังมีประเด็นจ่อกดดันเพียบ

HANA เด้งรับบาทอ่อน แต่ยังมีประเด็นจ่อกดดันเพียบ

HANA เด้งรับบาทอ่อนค่า หลังบอนยีลด์พุ่งเช้าวันนี้ ส่องความเห็นโบรกฯ พบเพิ่งหั่นประมาณการไปก่อนหน้า คาดผลงานครึ่งปีแรกทรงตัวรับตลาดมือถือจีนหด ส่งผลกำไรทั้งปีโตชะลอ นอกจากนี้ยังมีประเด็นค่าแรงและราคาวัตถุดิบพุ่งจ่อกดดัน จับตาแผนดึงหุ่นยนต์ช่วยผลิต - พัฒนาสินค้ามาร์จิ้นสูง ช่วยกู้สถานการณ์ได้แค่ไหน

ราคาหุ้น บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส(HANA)เด้งแรงตั้งแต่เปิดตลาด ทำจุดสูงสุดภาคเช้าที่ 36 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 35.75 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 2.88% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 186%  เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

HANA เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronic Manufacturing Service-EMS)ปัจจุบันมีโรงงานผลิตทั้งหมด 7 แห่ง ตั้งอยู่ในประเทศไทย จีน สหรัฐอเมริกา และกัมพูชา มีกำลังการผลิตทั้งหมด 7,453.88 ล้านชิ้นต่อปี 

ในปี 60 มีสัดส่วนรายได้จากการผลิต แผงวงจรไฟฟ้า(IC Assembly) 40% แผงวงจรอิเล็คทรอนิกส์ (PCBA) 55% และหน้าจอขนาดเล็ก(MicroDisplay) 5% โดยผลิตภัณฑ์มีสัดส่วนการส่งออกไปยังเอเชีย 60% สหรัฐอเมริกา 30% และยุโรป 10%

ผลประกอบการย้อนหลัง HANA ในปี 57 เคยมีกำไรสุทธิถึง 3,405.50 ล้านบาท เนื่องจากได้รับค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยจากอุทกภัยในปี 54  และผลประกอบการเริ่มกลับมาเติบโตในระดับปกติในช่วงปี 58 - 60 ที่ 2,066.37 ล้านบาท 2,105.42 ล้านบาท และ 2,887.73 ล้านบาทตามลำดับ ทำให้ราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งที่ระดับ 55.75 บาทในปี 60 ก่อนปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลังจากได้รับผลกระทบค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

ราคาหุ้น HANA เด้งแรงตั้งแต่เปิดตลาดเช้าวันนี้ ทำจุดสูงสุดรอบ 1 เดือน หลังจากที่ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ อ่อนค่าสู่ระดับ 31.38 บาท/ดอลลาร์วันนี้ สูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน โดยมีสาเหตุจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 4 ปี ที่ 2.96% 

อนึ่งค่าเงินบาทเป็นประเด็นที่สงผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทค่อนข้างมากเนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกสูง

สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์พบว่าเพิ่งหั่นประมาณการกำไร HANA ไปก่อนหน้า จากผลงานครึ่งปีแรกที่ยังทรงตัว ตามรายได้กลุ่มสื่อสารที่ชะลอตัวลง และยังมีประเด็นค่าแรงและราคาวัตถุดิบพุ่งจ่อกดดัน ขณะที่แผนพัฒนาสินค้ามาร์จิ้นสูงเข้ามาทดแทน อาจมีค่าใช้จ่ายเข้ามาสูงในช่วงเริ่มต้น

    บล.เคจีไอ คาดยอดขายจะชะลอตัวลงในปี 61 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกปี 61 ที่สินค้ากลุ่มสื่อสารคิดเป็น 40% ของรายได้รวมหดตัว จากตลาดโทรศัพท์มือถือในจีนชะลอเพราะมีการสต็อกสินค้าเอาไว้มากเกินไป แต่คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ภายในครึ่งหลังปี 61 
    ปรับลดประมาณการกำไรปี 61 และ 62 ลง 25% เหลือกำไรสุทธิ 1,962 ล้านบาท และ 2,105 ล้านบาทตามลำดับ จากการเติบโตของยอดขายมีแนวโน้มชะลอตัวลง และจากอัตรากำไรขั้นต้นที่จะยังถูกกดดันมาเหลือ 14.5% ในปีนี้จากเดิม 15.1% ตามการแข็งค่าของเงินบาท ต้นทุนค่าแรงและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
    บริษัทมีแผนพัฒนาสินค้าขั้นปลายที่มีมาร์จิ้นสูง โดยการทุ่มงบลงทุนด้าน R&D ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ แต่การพัฒนาสินค้าจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่เข้ามาเพิ่มขึ้นในช่วงเริ่มต้นและยังไม่มีรายละเอียดในด้านนี้ จึงยังไม่นับรวมเข้ามาในประมาณการ 
    แนะนำ " ถือ" ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 36 บาท จากเดิม 48 บาท 
    
    บล.ทรีนีตี้ เผยผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกจะได้รับผลกระทบจากกลุ่มสื่อสารของโลกที่ชะลอตัวลงอย่างคาดไม่ถึง  ประกอบกับค่าแรงที่คาดว่าจะสูงขึ้นในปีนี้  ในขณะที่ด้าน PCBA และ MicroDisplay ยังสามารถเติบโตได้ดีและเข้ามาชดเชย ทำให้ผลประกอบการปีนี้จะยังเติบโตได้ แต่จะช้าลงกว่าที่ผ่านมา 
    แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 44 บาท ปรับลดจากเดิม 50 บาท 

    บล.เคทีบี ปรับประมาณการกำไรปกติปี 61 - 62 ลง 3% และ 5% ลงมาอยู่ที่ 2,341 ล้านบาท และ 2,604 ล้านบาทตามลำดับ จากประเด็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงตามต้นทุนค่าแรงที่จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 4 - 5% และปรับ effective tax rate ขึ้น จากโรงงานในรัฐโอไฮโอเริ่มเสียภาษีเป็นปีแรก
    ขณะที่ระยะยาวบริษัทมีแผนนำระบบ Automation มาใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทุนค่าแรงและลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ Power Module และHouse Brand ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
    แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมายใหม่ทื่ 38 บาท จากเดิม 46 บาท แนวโน้มผลประกอบการยังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาท และกำไรขั้นต้นที่ลดลง

    HANA กระตุกบวกทันทีหลังจากค่าเงินบาทที่กดดันผลประกอบการมาโดยตลอดมีทิศทางอ่อนค่าอีกครั้ง แต่จะเป็นแค่ประเด็นบวกแค่ระยะสั้นหรือไม่ เพราะยังมีประเด็นลบที่น่ากังวลรออีกเพียบ ทั้งยอดขายกลุ่มสื่อสารที่ชะลอตัวลง ประกอบกับค่าแรงและค่าวัตถุดิบที่จ่อปรับตัวขึ้นอีก ซึ่งต้องจับตาว่าแผนการนำระบบหุ่นยนต์ช่วยผลิต และการออกสินค้ามาร์จิ้นสูงในอนาคตจะเข้ามาช่วยผลักดันผลประกอบการได้แค่ไหน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด