สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 12 มีนาคม 2561 | 09:18

IVL ชนแนวต้าน แค่ปรับฐาน หรือ หมดรอบขาขึ้น?

IVL ชนแนวต้าน แค่ปรับฐาน หรือ หมดรอบขาขึ้น?

               IVL ร่วง 15% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หลังราคาหุ้นพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 7 ปี ทดสอบแนวต้านซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลบริเวณ 61.50 บาท ขณะที่นักวิเคราะห์มองเป็นโอกาสเข้าซื้อดักการเติบโตในปี 61 - 62

               ราคาหุ้น บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ปรับตัวลดลงราว 15% หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นแตะ 59.5 บาท ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี เมื่อกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
               IVL ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแบบครบวงจร ซึ่งผลิตและจำหน่าย Ethylene Oxide และ Ethylene Glycol (EO&EG) Purified Terephthalic Acid (PTA) Polyethylene Terephthalate (PET) เส้นใยและเส้นด้าย โพลีเอสเตอร์ (Polyester Fiber and Yarn) และเส้นใยจากขนสัตว์ (Wool)
               ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้น IVL พุ่งขึ้นมาราว 70% ขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 61.5 บาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของราคาหุ้นที่ IVL เคยทำไว้เมื่อปลายปี 53 ทั้งนี้ ปัจจัยที่เข้ามากดดันราคาหุ้น IVL จนไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านขึ้นไปได้ น่าจะมาจากกำไรในไตรมาส 4/60 ซึ่งออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย
                บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า IVL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/60 อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 238% จากปีก่อน หากไม่รวมผลจากรายการพิเศษ ได้แก่ การกลับรายการภาษีจำนวน 105 ล้านเหรียญ กำไรจากการต่อรองราคาซื้อ 62 ล้านเหรียญ และกำไรสต๊อก 469 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานเท่ากับ 3.32 พันล้านบาท ต่ำกว่าคาดการณ์เฉลี่ยที่ 4.08 ล้านบาท เนื่องจากมาร์จิ้นที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งถูกกดดันจากธุรกิจ West Feedstock ที่ได้รับผลกระทบจากแผนการหยุดโรงงาน PX ในสหรัฐ และโรงงาน PTA ในแคนาดา ทำให้ปริมาณขายลดลง 3.4% จากไตรมาสก่อน เท่ากับ 2.3 ล้านตัน
               ทั้งนี้ ผลประกอบการของ IVL ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (57 – 60) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 1.48 พันล้านบาท มาเป็น 6.6 พันล้านบาท ในปี 58 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.61 หมื่นล้านบาท ในปี 59 ก่อนที่ล่าสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.08 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 60 ขณะที่กำไรหลักต่อหุ้นขยับจาก 0.35 บาทต่อหุ้น เมื่อปี 56 ขึ้นมาเป็น 2.91 บาทต่อหุ้น ในปี 60
               ด้านผู้บริหารยังคงมั่นใจต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลประกอบการของ IVL เติบโตได้เท่าตัวภายในปี 64
               บริษัทมองว่าการเติบโตของอุปสงค์โพลีเอสเตอร์ทั่วโลกยังคงอยู่ที่ประมาณ 5-6% ต่อปี โดยพลาสติก PET ยังคงรักษาตำแหน่งบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ เนื่องมาจากข้อได้เปรียบจากลักษณะของวัสดุซึ่งมีน้ำหนักเบา สามารถรีไซเคิลได้ และคุณสมบัติที่หลากหลายซึ่งจะนำไปสู่ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
               ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตของธุรกิจ PET จะเติบโตอย่างชัดเจนในช่วงปี 61 – 62 จากหลายโครงการปรับปรุงสายการผลิตที่แล้วเสร็จในปี 60 และโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงแผนในการรวมธุรกิจกิจการร่วมทุนของบริษัทในอินเดียซึ่งเป็นไปตามทางเลือกในข้อตกลงเพื่อใช้ประโยชน์เต็มที่จากการก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของบริษัท
               นายดีลิป กุมาร์ อากาวาล กรรมการ IVL คาดว่า EBITDA จะเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 2 พันล้านเหรียญ ภายในปี 64 จากปีก่อนซึ่งมี EBITDA ที่ 1 พันล้านเหรียญ ส่วนปี 61 คาด เติบโต 25% เป็นผลจากการเติบโตของกิจการที่ซื้อเข้ามาก่อนหน้า เช่น โครงการก๊าซแครกเกอร์ในสหรัฐ กำลังการผลิต 4.5 แสนตันต่อปี โรงงานผลิต PTA ในประเทศโปรตุเกส กำลังการผลิต 7 แสนตันต่อปี และโครงการขยายการผลิตเส้นใยสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนที่จะเดินเครื่องผลิตในปีนี้ส่งผลให้บริษัทต้องเพิ่มกำลังการผลิตอีก 16-17% จากปีก่อน 9.1 ล้านตัน 
               ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาในช่วงนี้น่าจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เพื่อดักรอการเติบโตที่จะเกิดขึ้นในปี 61 – 62
               บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็บี ระบุว่า แนะนำ ซื้อ IVL โดยมีราคาเป้าหมาย 80 บาท เรามองว่าปัจจัยบวก 2 ประการที่จะช่วยผลักดันราคาหุ้น IVL ในระยะสั้นคือ 1) การเปิดดำเนินงานอีเทนแครกเกอร์ 440ktpa ในสหรัฐเดือน มี.ค. นี้ ซึ่งคาดจะทำกำไรสุทธิให้กับบริษัท 2 พันล้านบาท ในปี 61 และ 2)โอกาสเติบโตจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ของคู่แข่ง ประกอบด้วยโรงงาน PET และ PTA ที่ประสบปัญหาของ M&G ในสหรัฐ เม็กซิโก และบราซิล
               โดย IVL คาดจะสรุปแผนซื้อสินทรัพย์ของ M&G ในไตรมาส 1/61 และโรงงาน PET ของ JBF ในไตรมาส 3/61 เราคาดว่า IVL จะมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากกำไรสุทธิ 4.5 - 5 พันล้านบาท ในไตรมาสแรก และมีกำไรสุทธิ 5 – 6 พันล้านบาทในไตรมาส 2/61 ส่วนครึ่งปีหลังคาดมีกำไรสุทธิรวม 1.2 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยบวกที่จะช่วยผลักดันกำไรมาจาก 1) มาร์จิน PET และ PTA ที่สูงขึ้นจากการรับรู้ผลดีตามหลังมาร์จินที่สูงขึ้นเมื่อปีก่อน 2) การเปิดตัวโครงการที่มีศักยภาพเติบโต (IPA ในยุโรป, อีเทนแครกเกอร์ในสหรัฐ) และกำลังการผลิตส่วนเพิ่มจากการซื้อกิจการ และ 3) ประโยชน์ด้านภาษีจากอัตราภาษีที่ลดลงในสหรัฐ เราเชื่อว่าราคาหุ้น IVL ที่ปรับตัวลงช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่นักลงทุนจะเข้าซื้อก่อนที่บริษัทจะมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งในปี 61 – 62
            
               ดูเหมือนว่าทิศทางของ IVL จะค่อนข้างสดใสจากมุมมองของผู้บริหารและนักวิเคราะห์ และราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาในขณะนี้ยังทำให้อัพไซด์จากราคาเป้าหมายที่ราว 65 – 80 บาท เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อสำหรับคนที่ตกรถรอบที่แล้ว 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด