สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 31 พฤษภาคม 2561 | 08:57

GLOBAL วอลุ่มคึก จับตาโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ

GLOBAL วอลุ่มคึก จับตาโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ

           GLOBAL วอลุ่มคึก โบรกฯ มองไตรมาส 2 ผลงานอ่อนตัวเหตุเป็นโลว์ซีซั่น แต่ทั้งปีแนวโน้มยังดีคาดกำไรโตได้กว่า 23% จับตาโอกาสขยายตลาดต่างประเทศ ขณะที่อัพไซด์เหลือไม่มากจากราคาเหมาะสม

           หุ้น บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL มีการซื้อขายคึกคัก โดยล่าสุดปริมาณหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 371% เทียบค่าดฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ปิดการซื้อขายที่ 16.30 บาท ลดลงราว 1.81%
           GLOBAL ประกอบธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง เครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ต่อเติม ตกแต่ง บ้านและสวนแบบควบวงจร (one stop shopping center) โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า โกลบอล เฮ้าส์ (Global House)
           หุ้น GLOBAL เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2552 ด้วยราคา IPO เพียง 2.55 บาท ก่อนที่จะเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นในปี 2555 จากตระกูล "สุริยวนากุล" เป็น "เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น" ในเครือปูนใหญ่ ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 สัดส่วน 30.02% จากการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง (PP) จำนวน 224 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 14 บาท
           ซึ่งดีลใหญ่ในครั้งนั้น เป็นผลให้ นายวิทูร สุริยวนากุล CEO ของบริษัทฯ ต้องลาออกจากทุกตำแหน่งเมื่อต้นปี 2559 เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต. ตรวจสอบพบการใช้ข้อมูลอินไซด์ในการซื้อขายหุ้น ก่อนกลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง กรรมการ ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 
           ผลการดำเนินงาน GLOBAL ดีขึ้นมากจากกำไรสุทธิในระดับ 700-800 ล้านบาท ในช่วงปี 56-58 ขึ้นมาเป็น 1.4 พันล้านบาท และ 1.6 พันล้านบาท ในปี 59 และ 60 ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 1/61 มีกำไรสุทธิสูงถึง 564 ล้านบาท ทำนิวไฮรายไตรมาส 
           หุ้น GLOBAL มีการซื้อขายคึกคัก ในขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2 มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเพราะเป็นโลว์ซีซั่น แต่ทั้งปีจะยังขยายตัว จากโอกาสในการขยายตลาดไปต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชา 
           บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ ผลประกอบการ 1Q61 ของ GLOBAL กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 62% QoQ และ 17% YoY เป็น 566 ล้านบาท ดีกว่าตลาดคาด เนื่องจากยอดขายเติบโต 20% ทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากไตรมาส 1 เป็นไฮซีซั่นของการขาย ประกอบกับ SSSG ฟื้นตัวเป็น +6.8% จาก -7% ใน 1Q60 อีกทั้งแม้ไม่ได้เปิดสาขาใน 1Q61 แต่เมื่อเทียบ YoY มีสาขาเพิ่มขึ้น 5 สาขา นอกจากนั้น รายได้อื่นเพิ่มขึ้นถึง 42% YoY จากรายได้ส่งเสริมการขายและการบริหารคลังสินค้า อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 21.0% ใน 1Q60 เป็น 20.7% สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากสัดส่วนการขายสินค้าวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น (เป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำ) 
           คาดกำไรชะลอใน 2Q61 ตามผลของฤดูกาล แต่ยังเติบโตเมื่อเทียบ YoY เนื่องจากคาดว่า SSSG ฟื้นตัวขึ้นจากฐานต่ำใน 2Q60 ที่ -9.8% อีกทั้งมีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น กำไร 1Q61 คิดเป็น 30% ของประมาณการปีนี้ เรายังคงประมาณการเดิมซึ่งคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 18% YoY เนื่องจากการฟื้นตัวของ SSSG มาเป็นบวก เทียบกับปี 2560 ซึ่ง SSSG -6.2% ประกอบกับคาดจะมีการเปิดสาขาใหม่ 7-8 สาขาในปีนี้ และการทยอยปรับเพิ่มสัดส่วนสินค้า House brand ซึ่งจะช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นให้เพิ่มขึ้น
           GLOBAL มีแนวโน้มกำไรฟื้นตัวดีขึ้นในปีนี้ และมีโอกาสเติบโตในระยะยาวจากการขยายสาขาทั้งในประเทศและการขยายไปในต่างประเทศ โดยคาดว่าปีนี้จะเริ่มเปิดสาขาในกัมพูชา แนะนำ Trading Buy โดยประเมินราคาเป้าหมาย (DCF) 17.60 บาท
           ด้าน บล.เคจีไอ ระบุ บริษัทมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มอีก 8 แห่งในปีนี้ โดยจะเปิด 2 แห่งใน 2Q61 3 แห่งใน 3Q61 และอีก 3 แห่งใน 3Q61 ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาทั้งเหมดเพิ่มขึ้นเป็น 63 แห่งภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทจะรุกเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกปีละ 8 สาขาในช่วงปี 2562-63 ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 79 สาขา ถึงแม้ว่าการขยายธุรกิจในลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และเวียดนามจะถือเป็น upside แต่เรามองว่า upside ไม่น่าจะมากนักเพราะไม่น่าจะเห็นการรุกขยายธุรกิจ และเพิ่มอัตรากำไรได้มากนักในระยะสั้น
           เราคาดว่ากำไรของ GLOBAL จะโตได้ถึง 23.5% ในปี 2561 เนื่องจาก i) SSSG พลิกเป็นบวกที่ 3.5% ii) มีการเปิดสาขาใหม่อีก 8 สาขา และ iii) GPM เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนยอดขายสินค้า house brand ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ SSSG ที่พลิกเป็นบวกในปีนี้จะเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว (SSSG ใน FY60 ติดลบที่ -5.0%) และการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ
           เรายังคงคำแนะนำถือ และให้ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2561 ที่ 17.50 บาท ถึงแม้ว่ากำไรปี FY61 จะมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่ม (16.3-24.0%) แต่ราคาหุ้นก็เหลือ upside จำกัด ในขณะที่ PER61 สูงถึง 33.4x (เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 31.3x) ทั้งนี้ เรายังไม่ได้รวม Siam Makro (MAKRO.BK/MAKRO TB) ในการเปรียบเทียบเพราะคาดว่าผลประกอบการจะทรงตัว

           การเก็งกำไร GLOBAL นับว่ายังต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าแนวโน้มการเติบโตในปีนี้จะยังดีอยู่ แต่ราคาหุ้นเหลืออัพไซด์ไม่มากจากราคาเหมาะสมที่ราว 17.50-17.60 บาท ในขณะที่การซื้อขายช่วง 100 วันที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนส่วนใหญ่มีต้นทุนอยู่ที่ 16.40 บาทมากถึง 26.79 ล้านหุ้น ซึ่งต้องจับตาว่าจะผ่านไปได้หรือไม่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด