สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 25 เมษายน 2561 | 13:31

WORK คสช.อุ้มทีวีดิจิทัลเพิ่มอัพไซด์ จับตาแผนกู้เรทติ้งปีนี้คืน

WORK คสช.อุ้มทีวีดิจิทัลเพิ่มอัพไซด์ จับตาแผนกู้เรทติ้งปีนี้คืน

    WORK ราคาดีด 2 วันติด รับคสช.ประกาศมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลพักชำระหนี้ 3 งวด ลดค่าโครงข่าย พร้อมเปิดทางโอนใบอนุญาต ฟากโบรกฯ มองส่งผลดีต่อกระแสเงินสด  และช่วยลดต้นทุน และเพิ่มอัพไซด์ราคาเหมาะสม ขณะที่คาดกำไรสุทธิปีนี้จะโตแตะ 1.1 พันลบ. รับค่าโฆษณาสูงจากปีก่อน และจ่อปรับผังรายการเรียกเรทติ้งคืน 

    ราคาหุ้น บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์(WORK)บวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำจุดสูงสุดรอบเช้าวันนี้ที่ 68.75 บาท ก่อนปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 66.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.12% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 151.77% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการ

    WORK เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์และซื้อลิขสิทธิ์รายการ นำมาออกอากาศในช่องโทรทัศน์ของบริษัท หมายเลข 23 ช่อง WORKPOINT  มีหลายรายการได้รับความนิยม เช่น ไมค์ทองคำ ,ไมค์หมดนี้, ปริศนา ฟ้าแลบ ,  I can See Your Voice และ The Mask Singer เป็นต้น  

    ในปี 60 มีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจโทรทัศน์ 90% ธุรกิจคอนเสิร์ตและละครเวที 4.8% ธุรกิจรับจ้างจัดงาน 3.6% ธุรกิจขายสินค้าและบริการ 1.3% อื่นๆ 0.3%

    ปัจจุบัน WORK ถือหุ้นใหญ่โดยนายปัญญา นิรันดร์กุล 23.99% และนายประภาส ชลศรานนท์ 22.96% มีรายย่อยถือหุ้น 3,905 ราย หรือ 33.99%

    ผลประกอบการ WORK ในปี 60 สามารถทำกำไรได้ถึง 904.09 ล้านบาท โตก้าวกระโดดจากในช่วงปี 57-59 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.82 ล้านบาท 163.66 ล้านบาท และ 198.63 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากการเปิดตัวรายการ The mask singer ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทำให้ราคาหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดถึง 105 บาทในปี 60 ก่อนปรับตัวลดลงมาซื้อขายที่ราว 60-68 บาทในปัจจุบัน 

    ราคาหุ้น WORK ดีดต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบ 2 เดือน หลังคสช.ประกาศมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลภายในเดือนพ.ค.นี้ ด้วยการพักชำระหนี้ 3 งวด และลดค่าโครงข่ายลง 50% และยังเปิดทางให้สามารถโอนใบอนุญาตได้

    วานนี้(24 เม.ย.)พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า คสช.มีข้อสรุปเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยจะออกคำสั่งตามมาตรการดังกล่าวภายในเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งพอดีกับช่วงที่ผู้ประกอบการจะต้องชำระเงินงวดต่อไปในช่วงกลางเดือน พ.ค.61 โดยมาตรการช่วยเหลือแยกเป็น 3 ข้อสำคัญคือ

    1.อนุญาตให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลพักชำระหนี้ได้ 3 งวด ในการชำระเงินงวดที่เหลือของปี 2561-2565 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทุนทรัพย์ไว้ดำเนินธุรกิจ  แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี
    2. กสทช. จะช่วยเหลือค่าโครงข่ายที่เปลี่ยนจากระบบอะนาล็อกมาเป็นระบบดิจิทัลให้แก่ผู้ให้เช่าโครงข่าย ได้แก่ บมจ.อสมท.  - ช่อง 5 และไทยพีบีเอส ในอัตรา 50% เป็นเวลา 2 ปี โดยที่เหลืออีก 50% ผู้ประกอบการเป็นผู้ชำระเอง
    3. อนุญาตให้โอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจทีวีดิจิทัลได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาดำเนินธุรกิจ

    นักวิเคราะห์มองประเด็นคสช.ช่วยเหลือจะลดต้นทุนผู้ประกอบการราว 25ลบ./ปี และหนุนสภาพคล่อง 120 - 270 ลบ./ปี แนะเป็นจังหวะสะสมหุ้นจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/61 ที่จะยังโตเด่นตามค่าโฆษณาที่อยู่ในระดับสูง แม้เรทติ้งและอัตราการเช่าจะอ่อนแอ จากการเสียผู้ชมให้แก่ละครดัง แต่เรทติ้งจะเริ่มกลับมาโตอีกครั้งในช่วงเดือนพ.ค. จากการปรับผังรายการใหม่
    
    บล.หยวนต้า เผยประเด็นผู้ประกอบการพักชำระหนี้ออกไป 3 ปี จะเป็นบวกต่อกระแสเงินสดในช่วง 3 ปี ที่ 120 - 270 ล้านบาท/ช่อง/ปี  คำนวณจากต้นทุนค่าใบอนุญาตที่บริษัทต้องจ่าย หักด้วยดอกเบี้ยจ่าย 1.5% ต่อปี ขณะที่กรณีลดค่าโครงข่าย 50% จะช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการราว 25 ล้านบาท/ช่อง/ปี สำหรับประเด็นโอนใบอนุญาตจะเป็นบวกกับรายเล็กที่มีผลขาดทุน และกลุ่มที่มีใบอนุญาตมากกว่า 1 ใบ
    ซึ่งจากประเด็นข้างต้นจะเป็นบวกกับมูลค่าเหมาะสมของ WORK ขึ้นมาอีก 1.70 บาท/หุ้น เป็น 112 บาท/หุ้น 

    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส มอง ประเด็นอุ้มทีวีดิจิทัลจะทำให้มีความยืดหยุ่นในการจัดสรรเงินมากขึ้น และลดแรงกดดันสภาพคล่องทางการเงิน แต่มองว่า WORK และ MONO จะไม่พักชำระค่าใบอนุญาต เนื่องจากมีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ
    โดยคาดว่ากำไรสุทธิ WORK ในปี 61 จะขยายตัวได้ดี จากเรทติ้งที่ยังดี และการปรับขึ้นค่าโฆษณาในปีก่อนจะส่งผลในปีนี้ และมีแนวโน้มขยับราคาขึ้นภายในปีนี้ด้วย ประกอบกับฐานปี 60 ที่ต่ำในช่วงพิธีพระราชทานเพลิงศพ
    ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับมูลค่าพื้นฐาน เบื้องต้นให้ราคาเป้าหมายที่ 79.75 บาท 

    บล.กรุงศรี คาดผลประกอบการไตรมาส 1/61 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 204 ล้านบาท โต 18% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามรายได้จากธุรกิจทีวีที่คาดจะโต 25% จากไตรมาสก่อนหน้ามาเป้น 773 ล้านบาท ตามค่าโฆษณษาที่ 8.4 หมื่นบาท/นาที แม้เรทติ้งจะอ่อนแอลงมาอยู่ที่ 1.06 ทั้งจากการสูญเสียฐานผู้ชมให้แก่ละครบุพเพสันนิวาส แต่ได้รับการชดเชยจากรายได้ออนไลน์และคอนเสิร์ตที่เติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน
    ประเมินกำไรสุทธิ WORK ในปี 61 จะอยู่ที่ 1,127 ล้านบาท จากเรทติ้งในปี 61 จะฟื้นขึ้นมาอยู่ที่ 1.26 แต่ถือเป็นระดับลดลงจากปีก่อนที่ 1.36 ซึ่งเรทติ้งจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่เดือนพ.ค.เป็นต้นไป จากละครบุพเพสันนิวาสที่จบลงไปแล้ว และจากการปรับผังรายการใหม่ด้วยการปลดรายการที่มีเรทติ้งต่ำออกจากไปจากช่วงไพร์มไทม์ ทำให้คาดค่าโฆษณาในปี 61 - 62 จะอยู่ที่ราว 8.5 หมื่นล้านบาท/นาที และ 9.2 หมื่นล้านบาท/นาที ตามลำดับ
    แนะนำขณะนี้เป็นจังหวะ "ซื้อสะสมหุ้น" ที่ราคาเหมาะสม 88 บาท 
    
    ในแง่ผลการดำเนินงาน WORK ปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แถมได้อานิสงส์จากคสช.อุ้มทีวีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและลดต้นทุน แต่สิ่งที่ต้องจับตา คือแผนการเรียกเรทติ้งคืนหลังจากช่วงไตรมาส 1/61 ถูกละครบุพเพสันนิวาสดึงคนดูไปมากพอสมควร

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด