สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 21 มีนาคม 2561 | 13:16

KOOL วูบ! หลังติด Cash Balance จับตายังมีสตอรี่เพิ่มทุนรออยู่

KOOL วูบ! หลังติด Cash Balance จับตายังมีสตอรี่เพิ่มทุนรออยู่

    KOOL ราคาวูบ! หลังติด Cash Balance ครั้งที่ 7 ในรอบ 2 ปี ผู้บริหารเผยปีนี้พลิกมีกำไรหลังปรับช่องทางจำหน่าย-อากาศกลับมาร้อนในระดับปกติ จับตาผลงานปีนี้ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ และยังมีสตอรี่เพิ่มทุนรออยู่อีก

    ราคาหุ้น บมจ.มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล (KOOL) ร่วงแรงตั้งแต่เปิดซื้อขายเช้านี้ โดยราคาหุ้นลงมาทำจุดต่ำสุดในภาคเช้าที่ 2.52 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าลดลงมาอยู่ที่ 2.62 บาท ลดลง 0.18 บาท มูลค่าการซื้อขาย 18.91 ล้านบาท

    KOOL เข้าเทรดในตลาด mai เมื่อ 23 ก.ย. 58 ดำเนินธุรกิจจัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และพัดลมอุตสาหกรรม ภายใต้ตราสินค้า "MASTERKOOL" และ "Cooltop" นอกจากนี้บริษัทยังให้บริการเช่าใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงออกแบบและติดตั้งระบบระบายความร้อน และระบบโอโซน

    ในปี 60 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากช่องทางการค้าปลีก 42.83% ช่องทางการขายลูกค้าองค์กร(B2B)35.4% ช่องทางส่งออก 19.07% ช่องทางอื่นๆ 2.7% 

    ผลการดำเนินงาน KOOL ค่อนข้างผันผวน โดยมีกำไรสุทธิในปี 58 ซึ่งเป็นปีแรกที่เข้าจดทะเบียนเพียง 8.03 ล้านบาท ต่อมาในปี 59 กำไรสุทธิปรับตัวขึ้นเป็น 87 ล้านบาท จากความนิยมของสินค้าพัดลมไอเย็นในขณะนั้น ทำให้ราคาหุ้นไต่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง 8.80 บาทในช่วงต้นปี 60 

    ขณะที่ปี 60 ผลการดำเนินงาน KOOL กลับพลิกมาขาดทุนตั้งแต่ไตรมาสแรก และยังขาดทุนต่อเนื่องทั้งปี โดยมีผลขาดทุนถึง 84.24 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ราว 2 บาทในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลกระทบจากมวลอากาศเย็นในกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้ยอดขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศได้รับผลกระทบอย่างมาก

    ราคาหุ้น KOOL วันนี้กลับมาร่วงแรงอีกครั้งจากติด Cash Balance วันที่ 21 มี.ค. - 10 เม.ย. 61 หลังจากที่ราคาหุ้นบวกแรงต่อเนื่อง 6 วันติดไปก่อนหน้า เนื่องจากผู้บริหารออกมายืนยันจะเริ่มพลิกมีกำไรในปีนี้ จากสภาพอากาศที่กลับมาร้อนในระดับปกติ และขยายช่องทางจำหน่ายไปยังโมเดิร์นเทรดที่มีศักยภาพ

    KOOL ราคาหุ้นร่วงแรงตั้งแต่เปิดตลาดวันนี้หลังถูกมาตรการกำกับการซื้อขาย(Cash Balance)ตั้งแต่ 21 มี.ค. 61 - 10 เม.ย.61 ซึ่งมาจากราคาหุ้นที่บวกต่อเนื่อง 6 วันทำการติด โดยเฉพาะวานนี้ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงอย่างมาก ซึ่งเป็นการติด Cash Balance ครั้งที่ 7 ภายใน 2 ปี

    ก่อนหน้า นายนพชัย วีระมาน กรรมการผู้จัดการ KOOL ออกมาเผย ตั้งเป้าปีนี้ผลประกอบการจะพลิกมีกำไรสุทธิ จากรายได้ที่จะเติบโต 25% เนื่องจากคู่แข่งในตลาดที่น้อยลง ประกอบกับสภาพอากาศที่เริ่มกลับมาร้อนเป็นปกติ 

    นอกจากนี้จะผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับเดียวกับปี 59 ที่ 36% จากการขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังโมเดิร์นเทรดที่มีศักยภาพและช่องทางร้านค้าออนไลน์ แทนการเน้นขยายสาขาจำนวนมากและไม่มีคุณภาพ รวมถึงการขยายตลาดไปยังประเทศซีกโลกใต้ เช่น ออสเตรเลีย เม็กซิโก อเมริกาใต้ เพื่อลดความเสี่ยงจากยอดขายในประเทศ

    ขณะที่ก่อนหน้าที่ประชุมบอร์ดยังมีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน แบบมอบอำนาจทั่วไปจำนวน 96 ล้านหุ้น ขาย PP-RO อย่างละครึ่ง หวังนำเงินใช้ขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งยังต้องจับตาว่าจะเรียกเพิ่มทุนเมื่อไหร่

    KOOL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน แบบมอบอำนาจทั่วไป(General Mandate)จำนวน 96 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท  เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด(PP) 48 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม(RO) 48 ล้านหุ้น ซึ่งจะกำหนดราคาขายและระยะเวลาหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 เม.ย. 61 

    สำหรับวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนเพื่อให้บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจปกติและขยายธุรกิจ ส่งเสริมสภาพคล่อง และโครงสร้างเงินลงทุนที่เหมาะสมของบริษัท

    KOOL ติด Cash Balance ทันทีหลังจากกลับมาโลดแล่นได้เพียง 6 วัน จากผู้บริหารออกมาวางเป้าพลิกกำไรในปีนี้ แต่นอกจากผลงานที่ต้องรอการพิสูจน์แล้ว สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องคำนึงคือ การติด Cash Balance รอบนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 แล้วในเวลาเพียง 2 ปี  แสดงให้เห็นว่า KOOL เป็นหุ้นที่สวิงรุนแรงและอาจทำให้ขาดทุนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเพิ่มทุนจดทะเบียนที่ยังรออยู่อีกด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด