สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 30 พฤษภาคม 2561 | 09:21

SIRI แม้ผ่านจุดต่ำสุด แต่มาร์จิ้นยังเสี่ยง

SIRI แม้ผ่านจุดต่ำสุด แต่มาร์จิ้นยังเสี่ยง

           หุ้น SIRI บวกสวนดัชนีฯ พร้อมวอลุ่มหนาแน่น หลังผู้บริหารประสานเสียงนักวิเคราะห์ ผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุด แต่ยังต้องจับตามาร์จิ้นและค่าใช้จ่ายที่ยังมีความเสี่ยง

           หุ้นบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ปรับตัวขึ้นสวนทางกับดัชนีฯ ที่ปรับลดลง โดยปิดการซื้อขายล่าสุดวันที่ 28 พ.ค. 61 ที่ 1.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท ขณะที่ดัชนีฯ ปิดลดลง 6.67 จุด และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายหนาแน่นเกินปกติ โดยเพิ่มขึ้นเกือบ 400% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
           SIRI ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แบ่งเป็น 1. ธุรกิจเพื่อขาย โดยพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูง 2. ธุรกิจเพื่อให้เช่าอาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการที่ขายสิทธิการเช่า และธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ โดยแบ่งเป็นธุรกิจบริหารงานขายโครงการ ธุรกิจนายหน้า และบริการด้านการบริหารและจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์
           ผลการดำเนินงาน SIRI ในช่วงปี 57-59 มีกำไรสุทธิในระดับ 3.3-3.5 พันล้านบาท ก่อนอ่อนตัวลงเหลือ 2.8 พันล้านบาทในปี 60 ส่วนไตรมาส 1/61 กำไรสุทธิลดลงค่อนข้างมาก เหลือเพียง 252 ล้านบาท ลดลง 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส เนื่องจากรายได้จากการขายโครงการที่ลดลง โดยราคาหุ้นตอบรับด้วยการร่วงลงแตะ 1.63 บาทเมื่อเดือน เม.ย. ทำนิวโลว์ในรอบกว่า 1 ปี 4 เดือน
           หุ้น SIRI มีแรงซื้อเข้ามาอีกครั้ง หลังผู้บริหารและนักวิเคราะห์ประสานเสียงยืนยันว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1/61 ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว 
           นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ  SIRI เปิดเผยในงานแถลง "ผนึกความร่วมมือแสนสิริ-โตคิว" ลั่นผ่านจุดต่ำสุด จ่อเร่งโอนคอนโดมิเนียมช่วงที่เหลือของปี และขายโครงการมาร์จิ้นต่ำหมดแล้ว ช่วยหนุนอัตรากำไรสุทธิปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 8.8% เผยทำยอดขายแล้ว 2 หมื่นล้านบาท หนุน Backlog แตะ 5 หมื่นล้านบาท มั่นใจทั้งปียอดขายแตะ 3 หมื่นล้านบาท 
           บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุ  ผลการดำเนินงานใน 1Q61 ต่ำคาดที่เราถึง 20% จากยอดโอนที่ชะลอลง มาร์จิ้นที่ลดลงตามการขาย สต๊อกสินค้าเก่า ทำให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นทำได้เพียง 26.6% และค่าใช้จ่ายจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น ผลักดันให้ SG&A/Sales ขยับเป็น 23.8% ใน 1Q61 
           อย่างไรก็ตามยังมีความกังวลมาร์จิ้นที่ยังมีแนวโน้มอ่อนแอ และค่าใช้จ่ายในการเปิดโครงการใหม่ที่ยังกดดัน และนักวิเคราะห์บางค่ายยังมองไปถึงความเสี่ยงในการเพิ่มทุนในอนาคตอีกด้วย
           บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุ 3 เหตุผลที่เราแนะนำ "เปลี่ยนหุ้นลงทุน" หลังประชุมนักวิเคราะห์ 1) แนวโน้มมาร์จิ้นที่อ่อนตัวจากการระบายสต๊อกเก่าและค่าใช้จ่ายจากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เร่งขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามทำให้ 2) เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2561-2562 ราว 11% คาดกำไรปี 2561 อ่อนตัว 10% YoY สวนทางกับกลุ่มที่เติบโต 11% YoY ขณะที่ 3) ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขาย PER61 ที่ 9.6x และผลตอบแทนจากเงินปันผลใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น ทำให้ขาดความน่าสนใจ เราแนะนำ "ขาย/เปลี่ยนหุ้นลงทุนไปยัง ORI หรือ SPALI" แทน
           บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุมีมุมมองเป็นกลาง และคงคำแนะนำ HOLD สำหรับ SIRI และคาดว่า Catalyst ของหุ้นยังไม่เด่นในช่วง 2Q61 นี้เนื่องจากทิศทางผลประกอบการยังอ่อนแอหากแต่มีประเด็นบวกจากเงินปันผลรอบ Interim ขณะที่ทิศทางผลประกอบการคาดจะดีที่สุดใน 4Q61 และในปีนี้ต้องพึงพิงการขาย Inventory มากขึ้นเนื่องจาก Backlog และ Secured Revenue ยังไม่แข็งแกร่ง
           ให้ราคาเป้าหมาย SIRI ที่ 1.82 บาท/หุ้น แนะนำ HOLD เพื่อรอดูกลยุทธ์ใหม่และการเปิดโครงการในปีนี้  รวมทั้งผลตอบรับจาก Presales และ New launch ที่ตั้งเป้า New Record High  และแรงหนุนของโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จก่อนขาย  อย่างไรก็ตาม Downside ของผลประกอบการยังคงมีอยู่
           ขณะที่ บล.ทิสโก้แนะนำให้ “ถือ” SIRI เนื่องจากการขยายกิจการในเชิงรุก และเป้ายอดจองที่สูง รวมถึงเป้าการเติบโตของรายได้ที่สูงแม้จะมาจากฐานที่สูงก็ตาม นอกจากนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิในปีก่อนยังมีการใช้สิทธิไม่ครบทำให้ผลประกอบการอาจ Dilute ลงได้อีก และเรามองว่าบริษัทมีความความเสี่ยงที่จะต้องเพิ่มทุนในอนาคต เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสม 2 บาท อิง PER -0.5 std ที่ 9.2 เท่าสำหรับปี 2018F

           ที่ผ่านมาราคาหุ้น SIRI ตอบรับผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ไปค่อนข้างมาก แต่หุ้นที่เด้งขึ้นในรอบนี้ก็ยังมีความความเสี่ยงที่ต้องจับตา ทั้งในส่วนของมาร์จิ้นที่แม้ผู้บริหารยืนยันว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ แต่นักวิเคราะห์กลับมองสวนทางว่ามีแนวโน้มอ่อนแอ จากค่าใช้จ่ายการเปิดโครงการใหม่ที่ยังกดดันอยู่ ที่สำคัญคือประเด็นการเพิ่มทุนในอนาคตที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด