สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 19 เมษายน 2561 | 13:25

THG พุ่ง! เก็งงบ Q1/61 โตแรง จับตาหนี้ล้นหลังลงทุน 2 โครงการใหม่

THG พุ่ง! เก็งงบ Q1/61 โตแรง จับตาหนี้ล้นหลังลงทุน 2 โครงการใหม่

    THG ราคาหุ้นบวก 2 วันติด เก็งงบไตรมาส 1/61 โบรกฯ คาดโตแรงรับรายได้พุ่งสวนทางค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลด หนุนกำไรสุทธิปีนี้โตก้าวกระโดด จับตาประกาศลงทุน 2 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 500 ลบ. ท่ามกลางภาวะหนี้ล้น สร้างความกังวลต่อฐานะการเงิน

    ราคาหุ้น บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) เปิดตลาดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำจุดสูงสุดเช้านี้ที่ 36 บาท ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 35.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.14% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 603% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

    THG ดำเนินธุรกิจการแพทย์ 3 ประเภท คือ (1) ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์  (2) ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ (3) ธุรกิจอื่น ๆ 0.4% โดยปัจจุบันมีโรงพยาบาลเอกชนในไทยทั้งหมด 5 แห่ง และโรงพยาบาลในประเทศจีน และเมียนมารวมทั้งหมด 2 แห่ง 

    THG เข้าจดทะเบียนใน SET เมื่อเดือนธ.ค.60 และมีผลการดำเนินงานทรงตัวมาตลอดตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าจดทะเบียน โดยในปี 57 - 60 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 538.24 ล้านบาท, 551.83 ล้านบาท, 511.15 ล้านบาท และ 553.84 ล้านบาท ตามลำดับ แม้รายได้จะเติบโตต่อเนื่องทุกปี แต่มีผลขาดทุนโรงพยาบาลในต่างประเทศ ซึ่้งจากกำไรสุทธิที่ทรงตัวต่อเนื่องทำให้ราคาหุ้น THG ไม่สามารถไต่ระดับขึ้นไปเกินกว่าราคา IPO ที่ 38 บาท ได้นับจากวันแรกที่เข้าซื้อขาย

    ล่าสุดราคาหุ้น THG บวกต่อเนื่อง 2 วันติด พร้อมปริมาณการซื้อขายหนาแน่น คาดมาจากแรงเก็งกำไรงบไตรมาส 1/61 ที่จะโตเด่นจากงวดเดียวกันปีก่อน ตามภาระดอกเบี้ยที่ลดลง และจากรายได้ที่สูงขึ้น พร้อมเติบโตต่อในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งจะหนุนกำไรสุทธิปี 61 โตกระโดด 76% แตะ 974 ลบ. และให้ราคาเหมาะสมไว้ถึง 46 - 47 บาท

    บล.บัวหลวง คาด THG จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/61 โตเด่นจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท และจะสูงกว่าไตรมาส 4/60 ที่ 157.79 ล้านบาทเล็กน้อย จากรายได้ที่สูงขึ้น ในขณะที่ภาระดอกเบี้ยปรับลดลงจากการจ่ายคืนเงินกู้ไปเมื่อเดือนธ.ค.60 นอกจากนี้ยังประเมินว่าจะเติบโตต่อเนื่องอีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4/61 เนื่องจากจะมีรายได้จากการขายโครงการ Jin Wellbeing Country ที่ 904 ล้านบาท หนุนกำไรสุทธิปีนี้โตแตะ 660 ล้านบาท

    ขณะที่โรงพยาบาลในเมียนมาขนาด 200 เตียง สัดส่วนถือหุ้น 40% คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/61 คาดว่าจะมีผลขาดทุนเข้ามาไม่มากนักที่ราว 60 ล้านบาท และจะเข้าสู่จุดคุ้มทุนในปี 62 

    แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 46 บาท ประเมินด้วยวิธี SOTP ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PEG ปี 2561 ที่ 2.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มการแพทย์ที่ BLS ให้คำแนะนำที่ 2.7 เท่า

    บล.เคทีบี คาดกำไรสุทธิปี 61 จะโตสูงถึง 76% จากปีก่อน มาที่ 974 ล้านบาท จากธุรกิจรักษาพยาบาลที่จะเติบโต 10 - 15% และอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้นจากประเด็น ค่ารักษาต่อครั้งที่สูงขึ้นและยังมีช่องว่างเพื่อปรับเพิ่มราคาได้อีก และปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากโรคระบาด ทั้งโรคไข้หวัด ท้องร่วง และพิษสุนัขบ้า 

    ขณะที่ธุรกิจรับจ้างบริหารโรงพยาบาลคาดว่าปีนี้จะเติบโตถึง 15% และยังมีโอกาสที่จะเข้ารับจ้างบริหารโรงพยาบาลเพิ่มในต่างประเทศ โดยโรงพยาบาลในจีนพบว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่โรงพยาบาลในพม่าจะเริ่มทำกำไรได้ภายในปี 62

    แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 47 บาท วิธี DCF WACC = 6.8% และ Terminal growth = 3%) จากแนวโน้มกำไรที่จะเติบโตก้าวกระโดด

    อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วนมองการลงทุน 2 โครงการใหม่ มูลค่าราว 500 ลบ. ยังน่าห่วงเนื่องจากจะส่งผลลบต่อประมาณการกำไรสุทธิจากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่ม และสร้างความกังวลต่อฐานะการเงินอีกด้วยเนื่องจากปัจจุบันมีสัดส่วนหนี้สินสูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล

    บล.กสิกรไทย มองการลงทุนซื้อหุ้น 55-60% ในบริษัท ธนราษฏร์ทุ่งสง มูลค่า 240 ล้านบาท ที่กำลังก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดมากกว่า 100 เตียง และการซื้อที่ดิน 8 ไร่ และ 2 อาคาร บริเวณถนนประชาอุทิศ มูลค่า 250 ล้านบาท เพื่อทำโครงการ Thonburi Senior Home จะสร้าง Downside risk ต่อประมาณการกำไรสุทธิจากดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องกู้ยืมเงินมาลงทุน และการลงทุนขณะที่สัดส่วนหนี้สินอยู่ในระดับสูงจะสร้างความกังวลต่อฐานะการเงินด้วย ซึ่งปัจจุบัน THG มี Net debt to EBITDA สูงสุดในกลุ่มที่ 4 เท่า ในปี 61 

    แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมายปี 60 ที่ 37.1 บาท
    
    แม้แนวโน้มการเติบโตของ THG ในปีนี้จะดูดี แต่การลงทุนที่ใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ย่อมสร้างความกังวลต่อฐานะการเงินและอาจกระทบประมาณการกำไรได้ในอนาคต จึงนับเป็นความท้าทายว่าบริษัทจะสร้างผลตอบแทนจากโครงการที่ลงทุนไปแล้ว ให้กลับมาเป็นกำไรได้รวดเร็วแค่ไหน 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด