สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 20 มีนาคม 2561 | 09:07

BCH ทุบสถิติ All time high ลุ้นกำไรโต 11 ไตรมาส

BCH ทุบสถิติ All time high ลุ้นกำไรโต 11 ไตรมาส

            BCH พุ่งแตะ 17.40 บาท ทุบสถิติ All time high นักวิเคราะห์คาดกำไรไตรมาส 1/61 โตต่อเนื่องจากปีก่อน ทำให้กำไรของ BCH รายไตรมาส เติบโตเทียบจากปีก่อนเป็นไตรมาสที่ 11 ติดต่อกัน

            ราคาหุ้น บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH วานนี้ (19 มี.ค.) พุ่งแตะ 17.40 บาท ในช่วงระหว่างวัน ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All time high) ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงมาปิดที่ 17 บาท พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น 600% จากค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ตามฟังก์ชัน F6 ของ eFin Stock Pick Up
            BCH ดำเนินธุรกิจในรูปแบบกลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 11 แห่ง และโพลีคลินิก 2 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในระดับปฐมภูมิ-ตติยภูมิ ภายใต้ 3 กลุ่มโรงพยาบาล คือ 1. โรงพยาบาลเวิลดิ์เมดิคอล เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับบนและคนไข้ชาวต่างชาติ 2.กลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้เงินสดระดับกลางและคนไข้ในโครงการประกันสังคม 3.กลุ่มโรงพยาบาลการุญเวช เพื่อให้บริการแก่กลุ่มคนไข้ในโครงการประกันสังคม
            ตั้งแต่ปี 59 ราคาหุ้น BCH วิ่งขึ้นมาราว 1 เท่าตัว จากระดับ 8-9 บาท สอดคล้องกับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมา 3 ปีติด จาก 521.87 ล้านบาท ในปี 57 เป็น 527.33 ล้านบาท ในปี 58 และเพิ่มเป็น 753.09 ล้านบาท ในปี 59 ก่อนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 917.06 ล้านบาท ในปี 60
            ทั้งนี้ ผลประกอบการย้อนหลังของ BCH มีกำไรเติบโตจากปีก่อน ติดต่อกันมาถึง 10 ไตรมาส และในไตรมาส 1/61 ก็มีโอกาสที่จะเติบโตอีกครั้งเป็นไตรมาส 11 ติดต่อกัน จากช่วง 2 เดือนแรกที่รายได้ขยายตัวกว่า 10% เพราะการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมตั้งแต่เดือน ก.ค. 60 รวมถึงผลประกอบการของ WMC ซึ่งจะพลิกมามีกำไรได้เป็นครั้งแรก
            บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ผู้บริหารให้มุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/61 โดยรายได้ 2 เดือนแรกขยายตัวกว่า 10% จากปีก่อน ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเงินสดและประกันสังคม โดยเป็นผลจากโรคระบาดที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมที่มีผลตั้งแต่เดือน ก.ค. 60 ทั้งนี้ เราคาดกำไรปี 61 เติบโต 13% จากปีก่อนเป็น 1,032 ล้านบาท จากเหตุผลหลักคือ World Medical Center (WMC) คาดกลับมามีกำไรเป็นปีแรกนับตั้งแต่เปิดทำการ รวมถึงการรับผลบวกเต็มปีจากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากการทยอยปรับปรุงโรงพยาบาลในเครือเกษมราษฎร์ทั้งหมด 6 แห่งตลอดปี 60
            โดยภาพรวมเราคาดผลประกอบการของ BCH จะขยายตัวเฉลี่ย 12% ในช่วงปี 61-62 จากแผนการเปิดโรงพยาบาลอีก 4 แห่ง ช่วยเพิ่มจำนวนเตียงอีก 28% คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 61 ที่ 19.30 บาท            
            บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า คาดการณ์กำไรปี 61 ที่ 980 ล้านบาท เติบโต 6.8% จากปีก่อน โดยเราคาดว่ารายได้จากการบริการจะเพิ่มขึ้น 6.55% เป็น 7.78 พันล้านบาท ยังคงคำแนะนำซื้อสำหรับ BCH เนื่องจากเป็นกลุ่มโรงพยาบาลที่ได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มเงินค่าประกันตนสูงที่สุด ด้านการเติบโตของรายได้และกำไรเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 7.9% และ 11.4% ตามลำดับ โดย BCH มีโครงการยกระดับมาตรฐานโรงพยาบาลทุกแห่งในกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการเติบโตของรายได้อย่างมีเสถียรภาพ และปี 61 จะเป็นปีแรกที่มีการรับรู้รายได้จากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในอัตราใหม่เต็มปีเป็นปีแรก เราจึงยังคงแนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมายปี 61 ที่ 19.50 บาท
            จับตา! แผนเปิดโรงพยาบาลใหม่หนุนผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง
            บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า แผนก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่จำนวน 4 แห่ง โดยบริษัทคาดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/61 จำนวน 1 แห่ง และในปี 63 อีกจำนวน 3 แห่ง โดย รพ.เกษมราษฎร์รามคำแหง ขนาด 139 เตียง (จะมาแทนรพ.การุณเวชสุขาภิบาล 3 ในปัจจุบัน) ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้วกว่า 47% คาดจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4/61 รพ.เกษมราษฎร์สระแก้ว ขนาด 115 เตียง คาดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2/63 รพ.เกษมราษฎร์ปราจีนบุรี ขนาด 116 เตียง คาดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2/63 และรพ.เกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันท์ (เฟสแรก 114 เตียง) คาดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 3/63 ประเมินราคาพื้นฐานปี 61 เท่ากับ 19.10 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” เชื่อการดำเนินงานจะขยายตัวสูงกว่าปีก่อนหน้า

            ในแง่ผลประกอบการ มีโอกาสที่ BCH จะสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง หลังจากพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเติบโต 42.8% และ 21.7% จากปีก่อนหน้า และยังมีปัจจัยบวกทั้งการขึ้นค่าหัวประกันสังคมและ WMC ที่น่าจะกลับมามีกำไร แต่ในแง่ของมูลค่าหุ้นแล้วค่า PER ของ BCH ก็ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนมาอยู่ที่ระดับ 46 เท่า สูงเป็นอันดับ 4 เทียบกับกลุ่มการแพทย์ กดดันให้อัตราเงินปันผลยังต่ำเพียง 1.2% ฉะนั้น การจะเข้าซื้อหุ้น BCH ในเวลานี้ก็อาจจะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะหากกำไรโตไม่ได้อย่างที่หวัง ก็มีโอกาสที่จะเห็นการปรับฐานได้ง่ายๆ 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด