สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 7 พฤษภาคม 2561 | 09:25

EPG กระชากแรง โบรกฯ มองผ่านจุดต่ำสุด แต่มาร์จิ้นยังกดดัน

EPG กระชากแรง โบรกฯ มองผ่านจุดต่ำสุด แต่มาร์จิ้นยังกดดัน

           EPG กระชากแรง พร้อมวอลุ่มแน่น โบรกฯ มองผ่านจุดต่ำสุดหลังงบ Q3/60-61 (สิ้นสุด ธ.ค.60) กำไรต่ำกว่าคาด แต่ยังต้องจับตาความสามารถการทำกำไร จากต้นทุนที่พุ่งขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นร่วงลงมามากแล้วกว่า 45% จากสิ้นปีก่อน

           หุ้นบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยปิดการซื้อขายที่ 7.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 3.60% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,148% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
           EPG ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) มีการลงทุนหลักในธุรกิจแปรรูปพลาสติก ได้แก่ (1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด (AFC) ซึ่งเป็นบริษัทแกน ภายใต้เครื่องหมายการค้า "AEROFLEX" (2) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด (ARK) ภายใต้เครื่องหมายการค้า "AEROKLAS" และ (3) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก ดำเนินการโดย บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด (EPP) ภายใต้เครื่องหมายการค้า "EPP"
           ผลการดำเนินงาน EPG มีกำไรสุทธิ 1.41 พันล้านบาทในปี 58/59 (สิ้นสุด มี.ค.59) และลดลงเหลือ 1.38 พันล้านบาทในปี 59/60 (สิ้นสุด มี.ค.60) ส่วนงวด 9 เดือนปี 60/61 (สิ้นสุด ธ.ค. 60) มีกำไรสุทธิเพียง 759 ล้านบาท  โดยเฉพาะงวดไตรมาส 3/60-61 ที่มีกำไรสุทธิเพียง 182 ล้านบาท ต่ำสุดรอบ 10 ไตรมาส
           สอดคล้องกับราคาหุ้น EPG ที่เคยทำ All Time High ที่ 15.80 บาทเมื่อปี 59 ก่อนจะทำจุดต่ำสุด6.40 บาท เมื่อเดือน มี.ค. 61 ที่ผ่านมา และหากเทียบจากปลายปีก่อน ที่ราคาอยู่ที่ 11.70 บาท เท่ากับว่าราคาหุ้นร่วงลงมากกว่า 45% 
           ความเห็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ส่วนใหญ่มองว่าผลการดำเนินงานและราคาหุ้น EPG ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ยังต้องจับตาความสามารถการทำกำไร จากต้นทุนที่พุ่งขึ้นส่งผลให้เกิดการหั่นประมาณการลง
           บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ปรับประมาณการกำไร EPG ในปี 60/61 (สิ้นสุด มี.ค.61) ลง 10% สะท้อนกำไรที่ต่ำกว่าคาดในงวดไตรมาส 3/60-61 ที่ผ่านมา แต่ยังคงราคาเป้าหมายที่ 14 บาท และกำไรสุทธิ 1.4 พันล้านบาท เติบโต 37.7% เนื่องจากผลการดำเนินงานได้ผ่าน bottom ไปแล้ว การเติบโตระยะถัดไปยังคงคาดหวังได้จากการจับจ่ายทั้งในและต่างประเทศที่กลับมาเป็นปกติ โดยบริษัทมีจุดแข็งหลายประการทั้งการมีแบรนด์ของตนเอง มีการวิจัยพัฒนา มีกำลังการผลิต EPP ขนาดใหญ่ สินค้าเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการในตลาด 
           ด้านบล.หยวนต้า ระบุถึง 3 เหตุผลที่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกาไร” หุ้น EPG 1) แม้รายได้ 3Q60/61 (ต.ค.60-ธ.ค.60) ทาได้ใกล้เคียงที่เราคาดที่ 2,371 ล้านบาท แต่ 2) กำไรสุทธิใน 3Q60/61 ทำได้เพียง 182.94 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดถึง 30.84% จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจ EPP ลงไปเล่นตลาดล่าง กดให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลงมาเป็น 24.7% ทำให้เรา 3) ปรับประมาณการกำไรสุทธิ ณ สิ้นปี 2560/61 ลงเป็น 921 ล้านบาท และปี 2561/2562 เท่ากับ 1,172 ล้านบาท พร้อมปรับประมาณการราคาเหมาะสมเป็น ณ สิ้นปี 2561/2562 ที่ 10.50 บาท อิงระดับ PE ที่ 25.3 เท่า (-0.5 S.D. ของ Average Historical PE ย้อนหลังนับตั้งแต่เข้าตลาด)
           บล. เออีซี ระบุว่ามีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น  EPG เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติงวดบัญชีปี 2562 (ช่วงเม.ย. 61-มี.ค. 62) ไว้ราว 1.35 พันล้านบาท เติบโตมากกว่า 28% เมื่อเทียบกับงวดบัญชีปี 2561 (ช่วงเม.ย.60-มี.ค.61) ที่ประมาณการไว้ราว 1.05 พันล้านบาท

           แม้ราคาหุ้น EPG จะร่วงลงมามาก และอาจถึงจุดที่หลายคนมองว่าน่าลงทุน แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือผลการดำเนินงานสิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 ว่าบริษัทจะสามารถปั้นมาร์จิ้นให้ดีขึ้นได้หรือไม่ 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด