สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 23 กุมภาพันธ์ 2561 | 13:30

BEAUTY ฟื้นรับกำไรนิวไฮ จับตาปีนี้ปั๊มกำไรโตทันราคาหุ้นหรือไม่

BEAUTY ฟื้นรับกำไรนิวไฮ จับตาปีนี้ปั๊มกำไรโตทันราคาหุ้นหรือไม่

    หุ้น BEAUTY ราคาฟื้นพร้อมวอลุ่มซื้อขายคึกคัก หลังโชว์งบปี 60 กำไรทุบสถิติ โตกระฉูด 87% ด้านนักวิเคราะห์มองบวก คาดกำไรนิวไฮต่อเนื่องอีก 2 ปี จับตาสตอรี่บุกตลาดใหม่อินเดีย-รัสเซีย เพิ่มมูลค่า ขณะที่ราคาหุ้นใกล้พุ่งชนราคาเหมาะสม

    ราคาหุ้น บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY เช้าวันนี้เริ่มฟื้นตัว หลังจากลงแรงในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาจาก 22.70 บาท ลงมาแตะ 20.60 บาท ล่าสุดราคาหุ้นขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 21.80 บาท ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 21.70 บาท เพิ่มขึ้น 1 บาท หรือ 4.83 บาท มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 4 ที่ 1,025 ล้านบาท รวมถึงปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 114% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
    BEAUTY ทำธุรกิจหลักค้าปลีกเครื่องสำอางและบำรุงผิว ภายใต้ 5 แนวคิด ได้แก่ บิวตี้บุฟเฟต์ , บิวตี้คอทเทจ , บิวตี้มาร์เก็ต , เมด อิน เนเจอร์ และบิวตี้พลาซ่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย.60 มีสาขารวมทั้งสิ้น 374 แห่ง แบ่งเป็นในไทย 333 แห่ง และต่างประเทศ 41 แห่ง
    BEAUTY ถือหุ้นใหญ่โดยตระกูล "ไกรภูเบศ" และมีนักลงทุนรายย่อยถือหุ้นกว่า 18,000 ราย หรือ เกือบ 65%
    BEAUTY จัดเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก หากนับจากต้นปี 60 ที่ราคาเคลื่อนไหวราว 10-11 บาท ปรับขึ้นมากว่า 100% ในเวลา 1 ปี โดยเพิ่งแตะ All Time High ที่ 22.90 บาท เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 61 ที่ผ่านมา ก่อนถูกแรงขายทำกำไรออกมาในช่วงสัปดาห์ก่อน    
    ราคาหุ้น BEAUTY ปรับขึ้นแรง พร้อมวอลุ่มหนาแน่นอีกครั้ง หลังประกาศผลการดำเนินงานปี 60 กำไรสุทธิโตถึง 87% ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขาย โดยเฉพาะไตรมาส 4/60 ที่กำไรกว่า 400 ล้านบาท ทำนิวไฮรายไตรมาส ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4
    ล่าสุด BEAUTY แจ้งผลการดำเนินงานปี 60 มีกำไรสุทธิ 1,229.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.39% จากปี 59 ที่มีกำไร 656 ล้านบาท สาเหตุจากรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3,735.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.98% จากปี 59 ซึ่งเป็นผลจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 13 แห่ง ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 47.42%
    ส่วนไตรมาส 4/60 กำไรสุทธิทำนิวไฮที่ 408 ล้านบาท
    ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 60 ในอัตรา 0.258 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 3 พ.ค. และจ่ายเงินปันผลวันที่ 18 พ.ค.61
    ด้านผู้บริหาร BEAUTY ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 20% และอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 20% พร้อมประกาศทุ่มงบ 120 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่ และสร้าง Business Intelligence (BI) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการขายและลูกค้า สร้างความได้เปรียบในการบริหารงาน
    นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  BEAUTY กล่าวว่า ผลประกอบการปี 60 โดดเด่นและเป็นการทำสถิติผลประกอบการเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี ตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ต่างๆได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าชาวต่างชาติ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายในทุกช่องทางปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยปี 60 มีอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (Same Store Sale Growth ) ถึง 20.52 % อีกทั้งมีการขยายสาขาครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
    โดย ณ สิ้นปี  60 มีสาขาในประเทศทั้งหมด 345 สาขา และสาขาในต่างประเทศที่เป็น Indepent shop จำนวน 16 สาขา , Counter Sales จำนวน 10 จุดจำหน่าย และ Shop in shop จำนวน 131 จุดจำหน่าย อีกทั้งมีการขยายช่องทางการจำหน่ายอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
    ส่วนแนวโน้มการเติบโตปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 4,290 ล้านบาท หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% รักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 20% ขณะที่งบลงทุนอยู่ที่ 120 ล้านบาท แบ่งเป็น ลงทุนเปิดสาขาใหม่จำนวน 80 ล้านบาท และนำไปใช้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและ Business Intelligence (BI) จำนวน 40 ล้านบาท เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการขายและลูกค้าทุกช่องทาง ให้ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลในเชิงลึกในการมอนิเตอร์และจัดกลยุทธ์การทำการตลาด การขาย และ CRM ให้เกิดความได้เปรียบสูงสุดในการดำเนินธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างยอดขาย รองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต
    ขณะที่นักวิเคราะห์ ล้วนแต่มีมุมมองบวกต่ออนาคตของ BEAUTY โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะสามารถทำนิวไฮต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2 ปี จากการจำหน่ายที่เติบโตในทุกช่องทาง ประกอบกับการคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีอัพไซด์จากการขยายตลาดอินเดียและรัสเซีย ที่ยังไม่รวมในประมาณการ
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่ารายได้และกำไรสุทธิ BEAUTY จะทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งในปีนี้  โดยรายได้จะอยู่ที่ 4,986 ล้านบาท เพิ่ม 34.4% YoY และกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 1,678 ล้านบาท เพิ่ม 36.5% YoY ปัจจัยหลักมาจาก
    1)การบริโภคในประเทศฟื้นตัว และตลาดสกินแคร์ในประเทศที่เราคาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ 5-7%YoY 2)Solid SSSG คาดว่าอยู่ที่ 20% หนุนโดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะเติบโตสูงโดดเด่น เพิ่มขึ้น 11% YoY 3) ขยายสาขาในประเทศเพิ่ม 34 สาขา ทำให้รายได้จากช่องทางการจัดจำหน่ายหลักของ BEAUTY ยังคงเติบโตต่อเนื่อง  4) รายได้จากช่องทางการจัดจำหน่ายที่ King Power ที่จะรับรู้รายได้เต็มปี 5) การปรับกลยุทธ์เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายของ Consumer products ผ่าน 7-11 ทุกสาขา 6) รายได้จากต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่น จากการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ของจีนและฟิลิปปินส์ 7) การได้รับประโยชน์จาก Economy of scales ส่งผลให้ Gross profit margin ขยายตัวดีขึ้นและ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ SG&A to total sales ปรับตัวลดลง
    เรามองว่าแผนรุกขยายตลาดต่างประเทศของ BEAUTY จะหนุนให้รายได้จากต่างประเทศในปี 2018-2022 เติบโตเฉลี่ยปีละ 36% เราคาดว่าในปี 2022 BEAUTY จะมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ 19% ของรายได้ทั้งหมด สำหรับปี 2018 เราคาดว่ารายได้จากต่างประเทศจะอยู่ที่ 752 ล้านบาท เพิ่ม 47% YoY หนุนโดยแผนขยายสาขาจำนวน 13 สาขา ในประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และพม่า และเพิ่ม Shop in shop อีก 2 ประเทศ 5 จุดจำหน่ายในประเทศกัมพูชาและมาเลเซียใน 1Q18 จะทำให้สิ้นปี 2018 จะมีสินค้าวางจำหน่ายในรูปแบบ Shop in shop ทั้งสิ้น 6  ประเทศ 145 จุดจำหน่าย
    นอกเหนือจากนี้ BEAUTY อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการขยายในประเทศรัสเซียและอินเดียเพิ่มเติม หวังว่าจะได้เห็นความชัดเจนภายในปี 2019  เราจึงยังไม่ได้รวมรายได้จากรัสเซียและอินเดียในการประเมินราคาหุ้น
    เราชอบแผนธุรกิจของ BEAUTY ที่รุกขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ด้วยศักยภาพของบริษัทฯเราเชื่อว่า BEAUTY จะสามารถ Deliver robust earnings growth ปัจจุบัน BEAUTY มี PEG 1.02x ปี2018 ซึ่งต่ำกวาอุตสาหกรรม เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท ประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF (WACC ที่ 12.3% และ terminal growth 3.5%) 
    บล.ทิสโก้ ระบุ เรายังคงชอบและแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BEAUTY ด้วยราคาเป้าหมาย 24 บาท จากผลประกอบการที่ยังคงสร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง และคาดจะยังคงเห็นการเติบโตของบริษัทเฉลี่ย 22% ต่อปีในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากสินค้าของบริษัทที่ยังคงได้รับความนิยมจากทั้งลูกค้าไทยและต่างประเทศ และการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างประเทศ จะเข้ามาช่วยหนุนผลกำไรของบริษัท 
    ยังคงประมาณการผลประกอบการสำหรับปี 2018-19F ของเรา โดยคาดอยู่ที่ 1,529 ล้านบาทและ 1,893 ล้านบาท ตามลำดับ โดยเรามองว่ารายได้ของบริษัทจะยังคงเติบโตตามการขยายสาขาในประเทศ และต่างประเทศน่าจะยังคงเติบโตซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ที่ 13.77% โดยเราคาดจะเห็นสัดส่วนที่เติบโตขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเติบโตกว่า 100% และบริษัทมีการเพิ่มประเทศที่เข้าจำหน่าย ได้แก่ เมียนมาร์ รวมทั้งยอดขายในประเทศที่จำหน่ายเดิมยังคงเติบโต ทั้งในฮ่องกง ไต้หวัน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ จากการที่บริษัทเริ่มทำการประชาสัมพันธ์ในประเทศจีนร่วมกับผู้ค้าส่งในจีนของบริษัท น่าจะส่งผลให้แบรนด์ของบริษัทรับรู้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งน่าจะเห็นผลจากการทำการตลาดในช่วงที่ผ่านมาในไทยทั้งในสนามบิน และสื่อต่างๆ 
    คงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 24 บาท (DCF) ซึ่งเรามองว่า BEAUTY ยังมีโอกาสการเติบโตมากจากการขยายไปต่างประเทศ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งในร้านและ consumer product 

    ที่ผ่านมาราคาหุ้น BEAUTY มักวิ่งสะท้อนผลการดำเนินงานล่วงหน้า จึงเกิดแรงเทขายออกมาในบางช่วงที่ราคาเริ่มแพงเกินไป จึงน่าจับตาว่าในปีนี้บริษัทจะสามารถสร้างผลกำไรให้โตทันราคาหุ้นที่ขึ้นไปรอแล้วหรือไม่ ขณะที่การบุกตลาดอินเดีย และรัสเซีย ก็เป็นประเด็นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะเพิ่มมูลค่าต่อราคาหุ้นได้อีกในอนาคต

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด