สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 6 มีนาคม 2561 | 13:10

EA ดิ่ง 4 วันติด! เหตุค่าใช้จ่ายพุ่ง-ราคาโอเวอร์มูลค่าโรงไฟฟ้า

EA ดิ่ง 4 วันติด! เหตุค่าใช้จ่ายพุ่ง-ราคาโอเวอร์มูลค่าโรงไฟฟ้า

    EA ร่วง 4 วันติด ทำนิวโลว์รอบ 1 เดือนครึ่ง หลังงบไตรมาส 4/60 ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาด เซ่นค่าใช้จ่ายพุ่ง ในขณะที่ปี 61 ยังมีความเสี่ยงรับรู้ขาดทุนเพิ่มจากการเข้าซื้อหุ้น Amita ที่ยังขาดทุนอยู่ จับตาธุรกิจแบตเตอรี่ยังไม่แน่นอน ในขณะที่ราคาหุ้นก้าวข้ามมูลค่าโรงไฟฟ้าทั้งหมดไปไกลแล้ว!
    ราคาหุ้น บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA)วันนี้ ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยราคาหุ้นลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบเช้าที่ 55.50 บาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนครึ่ง ก่อนปิดตลาดภาคเช้าที่ 56.25 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 5.86% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 183.47% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
    EA เป็นผู้บุกเบิกพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย เดิมเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai และย้ายเข้ามาซื้อขายในตลาด SET ช่วงม.ค. 60  ปัจจุบันดำเนิน 2 ธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ปัจจุบันมีกำลังผลิตรวมทั้งหมด 404 เมกะวัตต์(MW) และธุรกิจไบโอดีเซล ซึ่งในงวดปี 59 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ 52.59% และธุรกิจไบโอดีเซล 46.96% และรายได้อื่นๆ 0.45% 
    ที่ผ่านมา EA มีกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 57-60 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,608.46 ล้านบาท 2,686.92 ล้านบาท และ 3,251.51 ล้านบาท และ 3,817.45 ล้านบาท ตามลำดับ จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทุกปี
    ในปี 59 บริษัทเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมด้วยการเข้าซื้อหุ้น Amita Technologies Inc.ในสัดส่วน 35.20% และประกาศแผนลงทุนโรงงานผลิตแบตเตอรี่ กำลังผลิต 50 GWh มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้เข้าถือหุ้นเพิ่มเติมจนมีสัดส่วนถือหุ้นทั้งหมด 50.69% และอยู่ระหว่างเตรียมเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก ในขณะที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่ระยะที่หนึ่งกำลังผลิต 1 GWh จะเริ่มก่อสร้างกลางปีนี้
    ราคาหุ้น EA เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 71.25 บาท ในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่นักวิเคราะห์รายหนึ่งออกมาสร้างความเชื่อมั่นด้วยการให้ราคาเหมาะสมปี 61 สูงถึง 110 บาท โดยมองว่าแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ที่จะเข้ามาหนุนผลงานในอนาคตอย่างมาก
    ล่าสุดบริษัทเตรียมปรับตัวเป็นบริษัท Holding ในปี 62 เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหาร และเข้าซื้อหุ้น Amita เพิ่มเป็น 69.99% ในเม.ย.นี้ หวังรุกแบตเตอรี่เต็มสูบ พร้อมทุ่มงบลงทุนขยายธุรกิจปี 61 - 62 ถึง 2.4 หมื่นล้านบาท
    "ออมสิน ศิริ" ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร EA เผยว่า เตรียมปรับโครงสร้าง EA เป็น Holding Company เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะความสามารถในการกู้เงิน ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 62
    นอกจากนี้มีแผนเข้าซื้อหุ้น Amita Technologies Inc.เพิ่มเติมอีกเป็น 69.99% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนถือหุ้น 50.69% ด้วยวิธีการซื้อหุ้นแบบสมัครใจ ในราคา 80 ดอลลาร์ไต้หวัน/หุ้น คาดแล้วเสร็จในเม.ย.นี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนแบตเตอรี่ 
    บริษัทมีแผนใช้งบลงทุนในปี 61-62 อยู่ที่ 24,700 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม 260 MW ตั้งโรงงานแบตเตอรี่ระยะที่หนึ่ง สถานีชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ ไบโอดีเซล และวิจัยธุรกิจใหม่
    แม้จะมีทิศทางการเติบโตชัดเจนแต่ราคาหุ้น EA กลับทิศเป็นขาลงร่วง 4 วันติดต่อกัน หลังประกาศงบปี 60 กำไรต่ำกว่าที่ตลาดและนักวิเคราะห์คาด จากค่าใช้จ่ายธุรกิจไบโอดีเซลที่สูงขึ้น และในระยะถัดไปจะต้องรับผลขาดทุนเพิ่มจากการถือหุ้น Amita และธุรกิจแบตเตอรี่ยังมีความเสี่ยงหลายด้าน ในขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันเกินมูลค่าธุรกิจโรงไฟฟ้าไปมากแล้ว
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ผลกำไรปี 60 ที่ 3,817 ล้านบาท แม้จะเติบโต 17% จากปีก่อน แต่ต่ำกว่าประมาณการ 18% เนื่องจากรายได้ในไตรมาส 4/60 พลาดเป้า แม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูกาลที่ดีสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ และ ลม ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นจากการขยายงาน และค่าขนส่งในธุรกิจไบโอดีเซล
    ในขณะที่แนวโน้มกำไรในไตรมาส 1/61 จะโตจากงวดเดียวกันปีก่อนตามกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่ม แต่ไม่โดดเด่นนัก เนื่องจากฤดูผลิตกระแสไฟฟ้าที่ผ่านไปแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงจะยังกดดัน โดยเฉพาะการเข้าซื้อหุ้น Amita เพิ่มเป็น 50.7% ในธ.ค.60 จะทำให้รับรู้ผลขาดทุนเข้ามากดดันอีกด้วย
    ดังนั้นจึงปรับกำไรสุทธิปี 61 ลง 5% มาอยู่ที่ 5,378 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารที่สูงในปีก่อน และการรับรู้ขาดทุน Amita ที่จะเพิ่มขึ้น และราคาปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาซื้อขายในระดับที่สูงกว่ามูลค่าของโรงไฟฟ้าที่ 42 บาทไปแล้ว ในขณะที่โครงการเบตเตอรี่แม้จะเป็น Mega Trend ของโลกแต่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ต้นทุน, เทคโนโลยี, อุปสงค์ และราคาขาย
    ทิศทางการเติบโตระยะยาวของ EA ชัดเจนอย่างมาก จากการมุ่งไปที่ธุรกิจแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นกระแสหลักของโลกในขณะนี้ แต่ธุรกิจใหม่ที่มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ความท้าทายอีกมาก จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด