สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 16 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:26

GGC ราคาแรงสวนกำไรวูบ โบรกฯ มองปีนี้สดใส มีอัพไซด์ให้ติดตาม

GGC ราคาแรงสวนกำไรวูบ โบรกฯ มองปีนี้สดใส มีอัพไซด์ให้ติดตาม

          GGC ราคาพุ่งสวนกำไรปี 60 วูบ 44% แต่ไส้ในพบไตรมาส 4/60 กำไรโตดีเกินคาด โบรกฯ มองแนวโน้มสดใสเหมือนฟ้าหลังฝน คาดปี 61 กำไรโตแรงเกิน 100% แถมมีอัพไซด์จากโครงการ biocomplex แต่ระวังราคาอ่อนตัวช่วงขึ้น XD

          หุ้น บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น พร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ โดยราคาปิดที่ระดับสูงสุด 15.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท หรือ 6.12% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,135% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

          GGC ประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยมีผลิตภัณฑ์ คือ เมทิลเอสเทอร์ แฟตตี้แอลกอฮอล์ กลีเซอรีนบริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์พลอยได้หลายประเภท มี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 72% และรายย่อย 6,217 ราย คิดเป็น 28.75%
          GGC เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ด้วยราคา IPO 11.20 บาท โดยในวันแรกที่เข้าซื้อขายราคาหุ้นไม่แรงมาก แต่หลังจากนั้นปรับขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดถึง 19 บาท เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 60 ก่อนจะอ่อนตัวลงเคลื่อนไหวที่ระดับ 15-16 บาท
          ล่าสุด GGC แจ้งผลการดำเนินงานปี 60 ปรากฎว่ากำไรปรับลดลงถึง 44% แต่ก็ยังมีปันผลหุ้นละ 0.20 บาท
          วานนี้ (15 ก.พ.) GGC แจ้งผลการดำเนินงานปี 60 มีกำไรสุทธิ 520.93 ล้านบาท ลดลง 44% จากปี 2559 ที่มีกำไร 936.90 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์เมทิลเอสเทอร์ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่า จาก 35.9 บาท/ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 32.5 บาท/ดอลลาร์  หรือแข็งค่า 10% 
          พร้อมกันนี้คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.20 บาท วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD)  26 ก.พ. 61และจ่ายเงินวันที่  25 เม.ย. 61
          ราคาหุ้น GGC ที่ปรับขึ้นแรงสวนทางกับกำไรที่ลดลง เนื่องจากหากดูไส้ในแล้วพบว่าไตรมาส 4/60 กำไรปรับตัวดีขึ้นมากเกินกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองที่ดีต่อผลการดำเนินงานปีนี้ ที่คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวชัดเจนเติบโตเกิน 100% จากฐานที่ต่ำ ขณะที่ยังมีอัพไซด์จากโครงการ biocomplex
          บล.บัวหลวง ระบุ GGC รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 4/60 ที่ 251 ล้านบาท เติบโต 77% YoY และ 359% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากสต๊อกสินค้า 62 ล้านบาท, ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ 13 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 6 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 320 ล้านบาท เติบโต 152% YoY และ 45% QoQ โดยกำไรสุทธิออกมาตามที่เราคาด แต่กำไรหลักสูงกว่าที่ประเมิน 33% (และมากกว่าคาดการณ์ตลาดที่ 200 ล้านบาทอยู่มาก) เนื่องจากปริมาณขาย fatty alcohol (FA) สูงกว่าคาด และส่วนต่างราคา Methyl Ester (ME) สูงกว่าคาด 
          เราคาดกำไรหลักไตรมาส 1/61 ของ GGC จะเติบโต YoY หนุนโดยปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น เราประเมินว่าปริมาณขาย B100 จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1/61 เนื่องจากมี B7 mandate สามเดือน (เทียบกับมี B5 mandate ในไตรมาส 1/60) นอกจากนี้ปริมาณขาย FA น่าจะเพิ่มขึ้น YoY ในไตรมาสดังกล่าวเช่นกัน เนื่องจากอุปสงค์แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตามส่วนต่างราคา B100 อาจปรับตัวลดลง YoY สำหรับ QoQ นั้น เราคาดกำไรหลักไตรมาส 1/61 จะอ่อนตัวลงตามปัจจัยทางฤดูกาลที่ปริมาณขายและส่วนต่างราคา FA จะลดลง ทั้งนี้อาจมีกำไรจากสต๊อกสินค้าจากแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มดิบที่เป็นขาขึ้น ซึ่งจะหนุนกำไรสุทธิของ GGC โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2561 เท่าเดิมที่ 1,271 ล้านบาท ทั้งนี้ยังมีอัพไซด์ต่อคาดการณ์ของเราหากปริมาณขายและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ดีกว่าคาด
          ผลประกอบการไตรมาส 4/60 ที่ออกมาสูงกว่าคาดอาจจะเป็นปัจจัยบวกต่อ GGC ในระยะสั้น เราเชื่อว่าคาดการณ์กำไรหลักไตรมาส 1/61 เติบโตแกร่ง YoY หนุนโดยปริมาณขายเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นต่อไปได้ ปัจจุบัน GGC ซื้อขายที่ PER ปี 2561 ในระดับต่ำที่เพียง 11.8 เท่า - ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มปิโตรเคมีในภูมิภาคที่ 12.4 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่ม Oleochemical ภูมิภาคที่ 17.1 เท่า
          บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานปี 2560 ที่ 0.20 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 39% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 1.4% (จะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ก.พ. และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 เม.ย.)
          ด้าน บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุ  5 เหตุผลที่แนะนำซื้อ GGC คือ 1) ผลการดำเนินงาน 4Q60 กลับมาเติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากภาวะขาดทุนสต๊อกคลี่คลายลง 2) ภาพปี 2561 กำไรสุทธิกลับมาเติบโต 129% YoY ทะลุ 1,000 ล้านบาท นอกจากฐานปี 2560 ที่ต่ำแล้ว การขยายกำลังการผลิตไบโอดีเซลแห่งที่ 2 จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรักษามาร์จิ้นได้ 
          3) แม้ว่าภาวะอุปทานส่วนเกินจะยังเป็นสิ่งที่ท้าทายในปีนี้ แต่แรงกดดันไม่เท่ากับปีที่ผ่านมา 4) upside risk ที่สำคัญอยู่ที่โครงการ biocomplex และ 5) ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขายที่ PER61 ตำเพียง 12.6 เทียบกับผลการดำเนินงานที่ผ่านจุดต้ำแล้ว และ dividend yield ราว 3.6%
          เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา GGC แจ้งมติคณะกรรมการ ร่วมมือกับบมจ. เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) ลงทุนโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ ระยะที่ 1 มูลค่าการลงทุนรวม 7,650 ล้านบาทในจังหวัดนครสวรรค์ ในสัดส่วนบริษัทละ 50% เริ่มก่อสร้างได้ในช่วงกลางปีนี้ และแล้วเสร็จภายในปี 63 เริ่มรับรู้เป็นรายได้ภายในไตรมาส 2/64 เข้ามาราวปีละ 4.58 พันล้านบาท 
          โครงการจะประกอบไปด้วยโรงงานหีบอ้อย 2.4 ล้านตันต่อปี โรงงานผลิตเอทานอล ขนาด 6 แสนลิตรต่อวัน โรงไฟฟ้าชีวมวล 85 เมกะวัตต์ ผลิตไอน้ำ 250 ตันต่อชั่วโมง และระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการก่อสร้างเฟส 2 
          สำหรับโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ระยะที่ 2 ประกอบด้วยโรงงานเคมีและพลาสติกชีวภาพ โรงงานอาหารเสริม จะมีมูลค่าลงทุนที่สูงถึง 1 - 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าที่สูงทำให้บริษัทมีความจำเป็นต้องหาพันธมิตรเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านเงินทุน เทคโนโลยีและการหาตลาด โดยจะเข้าเจรจรเข้าพันธ17:24 6/2/2561มิตรญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ 

          ราคาหุ้น GGC ที่พุ่งขึ้น ตอบรับกับอนาคตที่นักวิเคราะห์มองว่าจะดีขึ้นอย่างมากในปีนี้ พร้อมทั้งยังมีโครงการ biocomplex ที่จะเป็นอัพไซด์ในอนาคต แต่ก็ต้องระวังเครื่องหมาย XD ในวันที่ 26 ก.พ. นี้ ที่จะทำให้ราคาหุ้นอ่อนตัวลงมาอีกครั้ง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด