สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 7 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:10

จับตา SPA แค่ร่วงตามตลาด หรือจบรอบไปแล้ว??

จับตา SPA แค่ร่วงตามตลาด หรือจบรอบไปแล้ว??

            SPA ร่วง 10% ภายใน 3 วัน จับตา! แค่แรงขายตามภาวะตลาด หรือจบรอบขาขึ้นไปแล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการรับแผนขยายสาขาต่างประเทศผ่านการขายแฟรนไชส์ แต่ต้องระวังราคาปัจจุบันเต็มมูลค่าที่ประเมินไว้ล่าสุดเรียบร้อยแล้ว

            ราคาหุ้น บริษัท สยามเวลเนสกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SPA ร่วงจากระดับ 21.60 บาท ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 19.50 บาท ภายในช่วง 3 วันที่ผ่านมา คิดเป็นการลดลงประมาณ 10% ก่อนที่ช่วงปิดตลาดราคาหุ้นจะสามารถเด้งกลับมาปิดที่ 20.40 บาท ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงจากราว 1,840 จุด มาทำจุดต่ำสุดที่ 1,758 จุด หรือลดลงราว 4.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน
            SPA ดำเนินธุรกิจด้านสปาเพื่อสุขภาพ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจสปา โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจสปา ภายใต้แบรนด์ "Let's Relax" แบรนด์ "RarinJinda Wellness Spa" และแบรนด์ บ้านสวนมาสสาจ 2.ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ในนาม "โรงแรม ระรินจินดา เวลเนส สปา รีสอร์ท" เป็นโรงแรมสไตล์บูติก ที่จังหวัดเชียงใหม่ ร้านอาหารในนาม "Deck 1" และร้านอาหาร "D Bistro" 3.ธุรกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปา จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปาภายใต้แบรนด์ "Blooming" 4.กิจการโรงเรียนเกี่ยวกับการนวดแผนไทยในนาม "โรงเรียนสอนนวดแผนไทยบลูมมิ่ง" เพื่อให้การอบรมบริการนวดและสปาแก่พนักงานเทอราพิสต์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัท
            SPA เป็นหนึ่งในหุ้นที่เติบโตสูงมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดเมื่อปลายปี 57 จากราคา IPO ที่เพียง 1.7 บาท ก่อนที่ราคาจะวิ่งขึ้นต่อเนื่องไปทำสถิติสูงสุดที่ 22 บาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 4-5 เท่าตัว หลังจากที่หุ้นเข้ามาซื้อขายในตลาดเรียบร้อยแล้ว
            ปัจจัยหนุนสำคัญของ SPA คือกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก 33.25 ล้านบาท ในปี 57 ขึ้นมาเป็น 106.49 ล้านบาท ในปี 58 ก่อนจะเพิ่มต่อเนื่องมาอยู่ที่ 140.96 ล้านบาท และล่าสุดในช่วง 9 เดือน ปี 60 กำไรสุทธิยังคงเติบโตขึ้นมาเป็น 129.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
            ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามกันต่อจากนี้คือ การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างมีความเห็นเชิงบวกไปในทิศทางเดียวกัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงไปพร้อมๆ กันคือ มูลค่าหุ้นที่ดูเหมือนจะรับรู้กับประเด็นบวกไปหมดแล้ว
            บล.กรุงศรี ระบุว่า เรามีมุมมองเชิงบวกกับการรุกธุรกิจในต่างประเทศของ SPA จากโมเดลการขายเฟรนไชส์ ซึ่งใช้เงินลงทุนน้อย เสี่ยงต่ำ และขยายสาขาได้เร็ว โดยแบรนด์ Let’s Relax ที่แข็งแกร่ง และคุณภาพการบริการที่สูงยากต่อการเลียนแบบ โดยรวมจึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 23 บาท จากเดิม 19.5 บาท หลังการปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้นอีก 3% และ 9% ในปี 61 – 62 และมีอัพไซด์จากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายปีละ 3 สาขา เป็นปีละ 5-10 สาขา ระหว่างปี 61 – 63 ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 61 โต 25-30%
            สำหรับการขยายสาขาต่างประเทศ จากเดิมที่เปิดแฟรนไชส์หนึ่งแห่งที่คุนหมิง ประเทศจีน จะมีการขายแฟรนไชส์ Let’s Relax ให้กับพันธมิตรจากจีนเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2/61 ที่เมืองเทียนจิน และชิงเต่า อย่างละหนึ่งแห่ง และจะเปิดเพิ่มอีกเมืองละ 3-4 แห่ง ถ้าธุรกิจไปได้ดี บริษัทตั้งเป้าจะเปิดสาขาในทุกเมืองหลักของจีน ทั้งนี้ SPA มีศักยภาพที่จะขยายสาขาไปได้ถึงกว่า 400 แห่ง ในจีน เพราะมีเมืองใหญ่จำนวนมาก
            ล่าสุด SPA ได้แจ้งว่า Qingdao St. Mortiz Health Management ผู้ได้รับสิทธิ์เเฟรนไชส์ที่เมืองชิงเต่า ได้ชำระค่า Lump-sum Franchise fee จำนวน 50% ให้กับบริษัทแล้ว
            นอกจากนี้ บริษัทจะมีการขยายสาขาไปยังประเทศกัมพูชาเช่นกัน โดย SPA รายงานการทำสัญญาแฟรนไชส์ร้าน Let’s Relax ที่ย่านดาวทาวน์ของกรุงพนมเปญร่วมกับ Mrs. Prak Phalla เป็นระยะเวลา 5 ปี และต่ออายุครั้งละ 5 ปี
            ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุว่า Mrs. Prak มีสาขาอยู่ 3 สาขา ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา โดยที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว โดย SPA จะมีการปรับปรุงสาขา และมีส่วนแบ่งรายได้ภายในช่วงไตรมาส 2/61 และได้รับเงินก้อนค่าสัญญา ทำให้ SPA จะมีสาขาทั้งสิ้น 5 สาขา ในต่างประเทศ รวม 2 สาขาที่จีน (คุนหมิง และเทียนจิน)
            ทั้งนี้ เราคาดผลประกอบการของ SPA ในช่วงไตรมาส 4/60 ที่ 48.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อน และ 11% จากไตรมาส 3/60 อย่างไรก็ตาม เราปรับประมาณการปี 60 ลง 10% เพื่อสะท้อนการปิดปรับปรุงสาขาในช่วงไตรมาส 3/60 และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด แต่ปรับรายได้ปี 61-62 เพิ่มขึ้น 2% เพื่อสะท้อนรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาในต่างประเทศ โดยภาพรวมคาดว่าผลประกอบการในปี 61 ของ SPA จะเพิ่มขึ้น 34% มากกว่าเป้าของบริษัทที่ 25% จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของเศรษฐกิจต่างประเทศ รวมถึงแผนในการขยายสาขา 10 แห่ง โดยบริษัทตั้งงบ 250 ล้านบาท สำหรับการซื้อกิจการและการปรับปรุงมาตรฐานของ Let’s relax ซึ่งจะช่วยให้การเปิดสาขาในกัมพูชามีส่วนแบ่งกำไรที่ 10% มากกว่าสาขาที่จีนซึ่งอยู่ที่ 5%
            เราแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 18.90 บาท จากเดิม 16.8 บาท โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 24% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้รับรู้ปัจจัยบวกนี้ไปแล้ว และราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 46 เท่า คิดเป็น PEG 1.38 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 1.2 เท่า

            ช่วงเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา หุ้น SPA พุ่งขึ้นเกือบ 60% ทำให้ค่า P/E ล่าสุดพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 70 เท่า จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในครั้งนี้จะเป็นเพียงการปรับฐานตามภาวะตลาด หรือจะเป็นการส่งสัญญาณจบรอบขาขึ้นกันแน่

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด