สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 6 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:17

จับตา KCE เด้งแค่ช่วงสั้นหรือพื้นฐานฟื้นจริง

จับตา KCE เด้งแค่ช่วงสั้นหรือพื้นฐานฟื้นจริง

          KCE เด้งรับบาทอ่อน จับตาแค่ระยะสั้นหรือพื้นฐานฟื้นจริง นักวิเคราะห์มองผลงาน Q4/60 และทั้งปี 60 ยังแย่จากราคาทองแดงและบาทแข็งค่าเล่นงาน ขณะที่ทิศทางปี 61 มุมมองยังต่างกันสุดขั้ว 

          ราคาหุ้น KCE วานนี้ (5 ก.พ.) เด้งแรง สวนภาพรวมตลาดที่ปรับตัวลงอย่างมาก โดยแตะจุดสูงสุดของวันที่ 76.50 บาท ก่อนปิดตลาดที่ 76 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท หรือ 5.19% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 220.89% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีฯ ปิดลดลงกว่า 17 จุด
          KCE เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB ซึ่งเป็นแผ่น Epoxy Glass ที่มีสื่อนำไฟฟ้า เช่น ตะกั่ว ทองแดงเคลือบอยู่ และผลิตแผ่น PCB หลายชั้น ซึ่งเป็นชิ้นส่วนพื้นฐานสำคัญในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม อุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกชนิด
          ส่องผลประกอบการย้อนหลังของ KCE พบว่ากำไรสุทธิเติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอทุกปี โดยมีกำไรสุทธิในปี 57 - 59 อยู่ที่ 2,109.77 ล้านบาท 2,240.11 ล้านบาท และ 3,038.75 ล้านบาท ตามลำดับ ก่อนที่ในงวด 9 เดือนปี 60 กำไรอ่อนตัวลงเหลือเพียง 1,946.89 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 2,348.87 ล้านบาท หลังจากราคาทองแดงซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวเพิ่มขึ้น และยังได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเนื่องจากมีสัดส่วนส่งออกถึง 97%
          สอดคล้องกับทิศทางราคาหุ้น KCE ที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All Time High)ในเดือนธ.ค.59 ที่ 130 บาท ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวเป็นขาลงมาถึงปัจจุบันตามผลประกอบการที่อ่อนแอลง
          ราคาหุ้น KCE วานนี้ เด้งขานรับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ทำให้แรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาอย่างหนักรวมไปถึงสกุลเงินบาท
          นักค้าเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวานนี้เปิดตลาดที่ 31.47 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิดตลาดที่ 31.38 บาท/ดอลลาร์ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐออกมาดีกว่าคาด และ มีการปรับค่าจ้างสูงสุดในรอบ 8 ปีครึ่ง ส่งผลให้มีแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาอย่างหนักรวมไปถึงสกุลเงินบาทด้วย
          สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์มองผลประกอบการ Q4/60 ของ KCE ยังอ่อนแอ ทำให้กำไรทั้งปี 60 จะลดลงมาอยู่ที่ราว 2,500 ล้านบาท ในขณะที่แนวโน้มปี 61 นักวิเคราะห์ยังเสียงแตก บางส่วนคาดราคาทองแดงยังกดดันต่อ ในขณะที่บางส่วนเผยผลงานจะเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งราคาทองแดงและค่าเงินบาท รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ 3.2 แสนตรม. ทำให้กำไรมีโอกาสฟื้นตัวถึง 26%
          บล.บัวหลวง คาด กำไรสุทธิ Q4/60 จะออกมาอยู่ที่ 575 ล้านบาท ลดลง 13% จากงวดเดียวกันปีก่อน ตามประเด็นการแข็งค่าของเงินบาท และราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้น และ Q4/60 เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ ทำให้ทั้งปี 60 จะมีกำไรอยู่ที่ 2,552 ล้านบาท
          ในขณะที่ปี 61 จะยังได้รับผลกระทบจากราคาทองแดงที่ยังคงยืนในระดับสูง หลังจากเหมืองราว 20 แห่งของประเทศชิลีและเปรูที่จะชะลอการผลิตลงไปจากคนงานที่หมดสัญญาลงทำให้ราคาทองแดงจะปรับเพิ่มเป็น 2.9 เหรียญ/ปอนด์ในปีนี้ จากปีก่อน 2.7 เหรียญ/ปอนด์ แม้จะมีโครงการขยายกำลังผลิตเพิ่ม และประเมินกำไรสุทธิปี 61 ไว้ที่ 2,766 ล้านบาท 
          ปรับราคาเป้าหมายเป็น 82 บาทลงมาจาก 106 บาท สะท้อนผลประกอบการระยะสั้นที่ยังถูกกดดัน
          บล.ทรีนิตี้ เผย ปริมาณ Order งานจากยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ยังเป็นจุดแข็งเนื่องจากสามารถกำหนดปริมาณผลิตในปี 61 ได้ ทำให้ยอดขายยังสามารถเติบโตได้ราว 10% แม้ว่าอุปสงค์ของ PCB Auto จะดูชะลอตัวลงก็ตาม นอกจากนี้สินค้าที่ผลิตในไลน์ของ HDI จะมี Scrap อยู่มาก ทว่าสามารถจะเพิ่ม Capacity ให้สูงขึ้นเพื่อชดเชย
          นอกจากนี้ราคาทองแดงน่าจะไม่สูงไปกว่าใน Q4/60 รวมถึงค่าเงินบาทน่าจะไม่แข็งไปกว่านี้ เนื่องจากรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็งค่าอีก เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศ คงราคาเป้าหมายไว้ที่ 104 บาท
          บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผยแนวโน้มปี 61 เริ่มสดใสขึ้น โดยมีแรงสนับสนุนมาจากกำลังการผลิตใหม่เพิ่มเข้ามาในส่วนของเฟส 3 ราว 320,000 ตารางเมตร ยังผลให้เกิดประโยชน์จาก Economies of Scale และราคาต้นทุนทองแดงมีเสถียรภาพมากขึ้นเช่นเดียวกับค่าเงินบาท และได้รับผลดีจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากอุตสหากรรมยานยนต์ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะที่บริษัทพึ่งพิงในอุตสาหกรรมยานยนต์ถึง 70% และเพิ่มการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
          บริษัทลงทุนเพิ่มใน KCE America (KCEA) อีก 45% ส่งผลให้ถือหุ้นรวมเป็น 95% และ KCEA กลายเป็นบริษัทย่อย ทำให้บริษัทจะมีกำไรเพิ่มมาในงบรวมตั้งแต่ 1 ม.ค. 61 อีกทั้ง KCE จะสามารถมีอำนาจควบคุม KCEA ได้ ซึ่งปี 59 บริษัทแห่งนี้มียอดขายเป็นสัดส่วนราว 15% จากยอดขายรวม ทั้งนี้ KCEA ดำเนินการอยู่ในประเทศสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนขาย (sales representative office) เพื่อสนับสนุนลูกค้าของ KCE ที่สหรัฐฯ เม็กซิโก บราซิล และแคนาดา ขณะที่ในรอบ 9 เดือนปี 60 มีกำไร 6 ล้านบาท
          แนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐาน 94.00 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 61 ที่ 18 เท่า หลังจากคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ที่จะมีลดลง 16% y-o-y แต่คาดว่าปีหน้าจะกลับมาฟื้นตัวถึง 26% y-o-y รวมถึงมี ROE ที่สูงมาก คาดว่าปลายปี 61 เป็น 24%

          ราคาหุ้น KCE ที่เพิ่มขึ้นแรง สะท้อนถึงข่าวดีจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งเป็นประเด็นที่กดดันราคาหุ้นมาโดยตลอด แต่ราคาหุ้นยังต้องเผชิญกับการประกาศผลงานไตรมาส 4/60 ที่ชัดเจนว่าจะอ่อนตัวลงขณะที่ทิศทางกำไรในปีนี้ยังไม่แน่นอน นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว จึงต้องเกาะติดจับตาค่าเงินบาทและราคาทองแดงอย่างใกล้ชิด การซื้อหุ้นในขณะนี้จึงต้องใช้ความเชื่อมั่นล้วนๆ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด