สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

หุ้นฮ็อต

| 5 กุมภาพันธ์ 2561 | 09:03

D จับตา! ลุยซื้อกิจการ ลุ้นดันราคาหลุดกรอบ Sideway

D จับตา! ลุยซื้อกิจการ ลุ้นดันราคาหลุดกรอบ Sideway

    D ใช้งบ 25–35 ล้านบาท ซื้อคลินิกเพิ่ม 3 แห่ง โบรกฯคาดหนุนกำไรปี 61 ทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวก แต่ต้องจับตาแค่เด้งรับข่าวช่วงสั้นเหมือนช่วงปลายปีก่อนหรือไม่
    บริษัท เดนทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ D แจ้งข่าวการลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงเข้าซื้อทรัพย์สิน (Letter of Intent) ประกอบด้วยคลินิคทันตกรรม 3 แห่ง มูลค่ารวม 25-35 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ทำให้ราคาหุ้น D วิ่งขึ้นจาก 9.05 บาท ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 9.45 บาท หรือเพิ่มขึ้น 4.41% ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ก่อนที่ราคาหุ้นจะลดลงมาปิดที่ 9.25 บาท
    D ประกอบธุรกิจให้บริการทางทันตกรรมแบบครบวงจร ในรูปแบบศูนย์ทันตกรรมและคลินิกทันตกรรม โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 12 สาขา แบ่งเป็นการดำเนินการภายใต้แบรนด์ BIDC 1 สาขา, Dental Signature 3 สาขา และ Smile Signature 8 สาขา
    ก่อนหน้านี้หุ้น D วิ่งขึ้นไปทำนิวไฮไว้ที่ 10.5 บาท จากประเด็นเรื่องการเริ่มก่อสร้างศูนย์ทันตกรรม ซึ่งบริษัทคาดว่าจะช่วยหนุนให้ผลประกอบการตอบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ด้วยกำหนดการที่จะเปิดให้บริการในปี 62 ยังค่อนข้างห่างจากปัจจุบัน ทำให้ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นไปนั้นไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ จนร่วงกลับมาซื้อขายในระดับ 9 บาท อีกครั้ง
    มาในรอบนี้หุ้น D มีข่าวดีมาให้ติดตามกันอีกครั้ง จากแผนการขยายสาขาด้วยการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการลงทุนที่จะช่วยหนุนกำไรของบริษัทได้ทันที และมีโอกาสที่จะเห็นกำไรสุทธิในปี 61 ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้
    บล.บัวหลวง ระบุว่า เรามีมุมมองเชิงบวกต่อดีลซื้อกิจการครั้งแรกของปีในครั้งนี้ (คาดว่าดีลจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/61) เพราะเป็นการซื้อกิจการเพื่อเปิดตลาดใน Segment ใหม่ที่เป็น mass market ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และมีโอกาสในการต่อยอดเพิ่มได้อีกมาก ขณะเดียวกันคลินิกที่ซื้อเข้ามานี้ดำเนินงานอยู่แล้ว คาดบริษัทสามารถรับรู้กำไรเข้ามาได้ทันที เบื้องต้นเราประเมินว่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้บริษัทได้ราว 10-15% (ซึ่งเรายังไม่รวมในประมาณการ) แนะนำ ซื้อราคาเป้าหมาย 10.50 บาท ปัจจุบันหุ้นเทรด P/E 31 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงพยาบาลที่เทรดราว35 เท่า
    ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/60 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 13 ล้านบาท เติบโต 24% จากปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อน โดยเราประเมินรายได้ที่ 140 ล้านบาท เติบโต 27% จากปีก่อน ตามฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นทั้งใน BIDC รวมถึงลูกค้าตามสาขาที่เพิ่มขึ้น ทั้งแบรนด์ Dental Signature และ Smile Signature
    ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า การเข้าซื้อกิจการคลินิกทันตกรรม 3 แห่ง หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน บริษัทจะรับรู้รายได้ทันทีในช่วงปลายไตรมาส 1/61 หนุนให้รายได้ปีนี้เติบโตก้าวกระโดดทำสถิติสูงสุดใหม่ และจะเติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2/61 จากการรับรู้รายได้และกำไรเต็มไตรมาส คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 11.40 บาท อย่างไรก็ตามเราอาจจะมีการปรับประมาณการรายได้และกำไรใหม่ 
    ทางด้าน บล.โกลเบล็ก ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือน พ.ย. 60 และเพิ่มต่อเนื่องในเดือน ธ.ค. 60 สนับหนุนรายได้ของบริษัทเนื่องจากมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 50-60% ฝ่ายวิจัยคาดรายได้ในช่วงไตรมาส 4/60 ราว 127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงที่สุดรายไตรมาส และคาดกำไรสุทธิราว 15.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ตามเดิมที่ 50 ล้านบาท เติบโต 19% ส่วนปี 61 คาดรายได้ราว 484 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และคาดกำไรสุทธิราว 58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อน และในปี 62 คาดผลการดำเนินจะเติบโตก้าวกระโดดจากการเริ่มเปิดดำเนินการโรงพยาบาลทันตกรรม
    สำหรับเงินทุนในการซื้อกิจการครั้งนี้น่าจะมาจากเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนผ่านการขาย IPO เมื่อปีก่อน ซึ่งบริษัทแจ้งว่ายังคงมีเงินเหลือสำหรับการลงทุนขยายสาขาอีก 38.02 ล้านบาท นอกจากนี้ จากงบการเงิน ณ สิ้นเดือน ก.ย. 60 บริษัทยังคงมีเงินสดเหลืออยู่ 126.53 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.13 เท่า
    สำหรับผลการดำเนินงานของ D ที่ผ่านมา ปี 59 มีกำไรสุทธิรวม 42.52 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 9 เดือนของปี 60 ทำได้ 34.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทำได้ 32 ล้านบาท ส่วนผลตอบแทนจากเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไรงวดครึ่งปีแรกอยู่ที่ 0.12 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผล 1.45%
    แม้แนวโน้มผลประกอบการของ D ในเวลานี้ยังน่าจะเห็นการเติบโตต่อเนื่อง แต่ด้วยระดับ P/E ของผลประกอบการ 4 ไตรมาส หลังสุด ซึ่งยังสูงถึง 41 เท่า ทำให้หลายคนอาจจะมองว่าแพงเกินไป แต่หากเชื่อว่าการเติบโตที่จะเกิดขึ้นนั้นจะชดเชยมูลค่าที่ดูสูงในขณะนี้ไปได้ การที่ราคาหุ้นย่อตัวลงมาจากเมื่อปลายปีก่อน ก็อาจจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อที่ดีเช่นกัน

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด