หุ้นฮ็อต

| 31 มกราคม 2561 | 08:52

ILINK โบรกฯ รุมหั่นประมาณการ จับตา Q4/60 เสี่ยงขาดทุน

    ILINK ดิ่งทำนิวโลว์รอบ 3 ปีครึ่ง หลังนักวิเคราะห์รุมหั่นกำไรสุทธิปี 60-62 และราคาเป้าหมายลงเหลือเพียง 13 - 14.70 บาท รับภาวะการแข่งขันสูง เผยไตรมาส 4/60 เสี่ยงขาดทุน จากการตั้งสำรองดำเนินงานล้าช้่า และอาจลามถึงครึ่งแรกปีนี้ จับตาจังหวะนี้เป็นโอกาสเก็บหรือทิ้งหุ้น


    ราคาหุ้น บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) ปรับตัวลดลงติดต่อกัน 3 วันทำการรวมกว่า 16% โดยลงมาทำจุดสูงสุดวานนี้ (30 ม.ค.) ที่ 11.30 บาท ทำนิวโลว์รอบ 3 ปี 5 เดือน ก่อนปิดตลาดที่ 11.40 บาท ลดลง 0.60 บาท หรือ 5% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 308.64% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
    ILINK มีรายได้หลักจาก 3 ธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจจัดจําหน่ายสายสัญญาณ (Distribution) 2.ธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Engineering) และ 3.ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom) โดยรายได้จากธุรกิจจัดจําหน่ายสายสัญญาณมากสุดราว 60% และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 60% ในบมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม(ITEL)
    ผลการดำเนินงาน ILINK ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) มีกำไรสุทธิ 218 ล้านบาท, 265 ล้านบาท และ 220 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนในงวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 135.22 ล้านบาท ต่ำกว่างวดเดียวกันปีก่อนที่ 173.55 ล้านบาท จากต้นทุนการกักตุนสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง
    ราคาหุ้น ILINK ปรับตัวลดลงอย่างหนักในช่วง 3 วันที่ผ่านมา จากการสำรวจพบว่านักวิเคราะห์รุมหั่นประมาณการรายได้ปี 60 - 62 ลงเนื่องจากธุรกิจขายสายสัญญาณซึ่งเป็นธุรกิจหลักมีภาวะการแข่งขันสูง รวมถึงมีความเสี่ยงขาดทุนในช่วงไตรมาส 4/60 และอาจขาดทุนต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปีนี้จากค่าใช้จ่ายพิเศษ พร้อมปรับลดราคาเหมาะสมเหลือเพียง 13 - 14.70 บาท จากเดิม 19.60 บาท
    บล.ฟิลลิป คาดกำไรปกติ Q4/60 ของ ILINK จะอยู่ที่ 51.2 ล้านบาท โต 8.2% yoy แต่ลดลง 23.2% qoq จากการรับรู้รายได้งานวิศวกรรมโครงการ (Engineer) ที่มีอยู่ในมือ เช่น งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค (AOT) และงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยต่างๆ ส่วนธุรกิจโทรคมนาคม (ITEL) ได้ส่วนหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้งานติดตั้งเน็ตชายขอบ (กสทช.) อย่างไรก็ตามคาดอัตรากำไรขขั้นต้นจะลดลงทั้ง  yoy, qoq จากการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจขายสายสัญญาณ และสัดส่วนงานรับเหมาที่มากขึ้น
    ปรับลดกำไรในปี 60-61 ลงมาเป็น 186 ล้านบาท และ 235 ล้านบาท ตามลำดับ จากเดิมที่ 230ลบ. และ 285 ลบ. ตามลำดับ โดยปรับกำไรจาก ITEL ลงและปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจขายสายสัญญาณ และธุรกิจวิศวกรรมโครงการลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น
    ปรับลดคำแนะนำเป็น “ขาย” ราคาพื้นฐานปี 61 ที่ 13.00 บาท อิง PE 20X จากเดิมแนะนำซื้อที่ราคา 19.60 บาท โดยมองว่าธุรกิจขายสายสัญญาณมีแนวโน้มการเติบโตไม่สวยนักจากการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากนั้นยังมี Downside Risk จากงาน APM ของ AOT ที่คู่ค้าของบริษัทมีความล่าช้าในส่วนของงานก่อสร้าง ทำให้ ILINK อาจเสียค่าปรับและรับงานมาทำด้วยตนเองด้วยต้นทุนที่สูง คาดส่งผลลบต่อกำไรอย่างมีนัย โดยมีโอกาสบันทึกมาทั้งหมดในปี 60 หรือทยอยรับรู้ Q4/60-Q1/61
    บล.หยวนต้า คาดกำไรปกติ Q4/60 ที่ 48 ล้านบาท ลดลง 28% qoq แต่โต 2% yoy เนื่องจากรายได้ธุรกิจจำหน่ายหดตัว 13% qoq และอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจรับเหมาลดลงอย่างมากเป็น 7% จากค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15% ส่วนสาเหตุที่กำไรทรงตัว YoY เนื่องจากได้ธุรกิจ Telecom ของ ITEL เข้ามาช่วยเสริมทั้งจากการขยายฐานลูกค้า และการเริ่มบันทึกงานอินเทอร์เน็ตชายขอบเต็มไตรมาส
    นอกจากนี้ ILINK ยังมีโอกาสตั้งสำรองงานระบบสาธารณูปโภคของการท่าฯ ที่ทำร่วมกับสามประสิทธิ์ ราว 170-190 ล้านบาท เพราะงานล่าช้ากว่ากำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้สอบบัญชี หากตั้งเต็มจำนวน จะทำให้ Q4/60 ILINK ขาดทุนสุทธิที่ 144 ล้านบาท ซึ่งจะกดดันราคาหุ้นจนกว่าจะรายงานผลการดำเนินงานในเดือนก.พ. 2561 
    ปรับลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้ธุรกิจจำหน่ายเติบโตเล็กน้อย 3% ในปี 61-63 เทียบกับเป้าหมายบริษัทที่ 20%-30% นอกจากนี้ได้ปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับเหมาเป็น 7% จาก 12% เพื่อให้สะท้อนงานประมูลที่แข่งขันรุนแรง ทำให้กำไรปกติของ ILINK ในปี 61 ทำได้เพียง 220 ล้านบาท (+1.3% yoy) และปี 62 ที่ 257 ล้านบาท (+16.5% yoy)
    เปลี่ยนคำแนะนำเป็น ซื้อเก็งกำไร ที่ราคาพื้นฐาน ณ สิ้นปี 61 มาอยู่ที่ 14.70 บาทต่อหุ้น ลดลงจากเดิมที่แนะนำ ซื้อ ที่ราคา 19.60 บาท อิง Sum of the part ประกอบด้วย 1) ธุรกิจ distribution และ งานรับเหมาที่ 4.62 บาท อิง PER61 ที่ 12X (-1.5 SD) และ 2) มูลค่าเงินลงทุนใน ITEL ที่ 10.07 บาทต่อหุ้น อิงมูลค่า ITEL ที่ 6.10 บาทต่อหุ้น ( DCF WACC 7.2% Terminal Growth 2%) 
    บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า แม้ธุรกิจหลักจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่น่าจะกลับมาเติบโตได้ราว 5% ในปีนี้ จากการปรับกลยุทธ์ในการขายและต่อรองกับ Supplier แต่ธุรกิจวิศวกรรมและเทเลคอมยังต้องเผชิญความท้าทายจากอัตรากำไรที่ลดลงจากเดิมและนโยบายจากภาครัฐที่ให้นำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดิน ซึ่งจะกระทบ ITEL ที่อาจเกิดค่าใช้จ่ายพิเศษในการนำสายเคเบิ้ลกว่า 170 กม. ลงสู่ท่อใต้ดินของ TOT และเสียค่าเช่าเพิ่มเติมกว่า 5 - 40 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังเป็นความเสี่ยงต่อเนื่องไปยังสินทรัพย์ของ ITEL ในพื้นที่อื่นๆในอนาคตอีกด้วย
    เนื่องจากผลประกอบการมีแนวโน้มต่ำกว่าคาดมากจาก Q4/60 ที่คาดจะพลิกเป็นขาดทุนและอาจมีค่าใช้จ่ายพิเศษต่อเนื่องในช่วงครึ่งแรกปี 61 จึงอยู่ระหว่างการปรับประมาณการ เบื้องต้นแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในช่วงครึ่งแรกปี 61 จากยังมีความอ่อนแอและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่งาน Submarine Cable เกาะสมุยและเกาะเต่ามีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำออกมาประมูลทีละงานส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น

    ILINK นับว่าอยู่ในช่วงมรสุม เพราะนอกจากภาวะการแข่งขันของธุรกิจที่สูงขึ้นจะกดดันความสามารถในการทำกำไร ยังมีความเสี่ยงจากการตั้งสำรองโครงการที่ล่าช้า ทำให้งบไตรมาส 4/60 อาจมีผลขาดทุน และอาจลุกลามมาถึงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ด้วย ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมีอัพไซด์ไม่มากจากราคาเป้าหมายใหม่ ที่ถูกหั่นลงมาอยู่ที่ 13 - 14.70 บาท การเข้าลงทุนจึงอาจต้องรอจังหวะที่เหมาะสมด้วย

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด