หุ้นฮ็อต

| 29 มกราคม 2561 | 09:20

BBL โยนบิ๊กล็อต JASIF วิกฤต หรือ โอกาสสำหรับรายย่อย?

         BBL โยนบิ๊กล็อต JASIF ราคาต่ำกว่ากระดาน กดราคาร่วงกว่า 4% ขณะที่นักวิเคราะห์มองพื้นฐานไม่เปลี่ยน ผลตอบแทนยังอยู่ระดับสูง แถมมีสตอรี่เตรียมขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเฟส 2 จับตางานนี้เป็นวิกฤต หรือ โอกาสของรายย่อย

         ราคาหน่วยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF ปรับลงแรงในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 ม.ค.61) โดยราคาปรับลงแตะระดับต่ำสุดที่ 11.70 บาท หรือลดลง 4.09% ก่อนปิดการซื้อขายที่ 12 บาท พร้อมกับปริมาณการซื้อขายหนาแน่น โดยเพิ่มขึ้นกว่า 2,000% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 6.4 ล้านหน่วยเพิ่มเป็น 138.57 ล้านหน่วย 
         สาเหตุหลักที่ทำให้ราคา JASIF ปรับลดลง มาจาก ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ขายหุ้นแบบบิ๊กล็อต ออกมาจำนวน 380 ล้านหน่วย มูลค่ารวมกว่า 4.40 พันล้านบาท ในราคา 11.60 บาท ต่อหน่วย ซึ่งต่ำกว่าราคากระดานที่อยู่ราว 12.50 บาท โดยผู้ซื้อมีทั้งนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ
         อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงของ JASIF อาจถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนรายย่อย เนื่องจากหากพิจารณาจากพื้นฐานแล้ว นับว่ายังไม่เปลี่ยนแปลง แถมยังมีสตอรี่การขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเฟส 2 ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในกลางปีนี้ 
         บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ (ประเทศไทย) ระบุว่า การลงทุนเฟส 2 ของ JASIF ถือว่าเป็นการซื้อสินทรัพย์ขนาดใหญ่ เพราะเท่ากับตอน IPO ครั้งแรก และสัดส่วนประมาณ 40% ของการใช้เงินลงทุนจะมาจากการกู้เงินกับธนาคารที่ต้นทุนการเงิน 4.5-5% จึงมีข้อดี คือ ทำให้  WACC ปรับลดลงเป็น 7.8% จากเดิมที่ 8.6%
         นอกจากนี้ มีโอกาสที่จะได้ยืดอายุสัญญาเช่าเดิมไปเป็น 15 ปี จากปัจจุบันที่เหลืออายุ 8 ปี ส่งผลให้ราคาพื้นฐานที่ประเมินด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสดมีการปรับขึ้นเป็น 13.40 บาท/หน่วย เทียบกับของเดิมที่เพียง 11.20 บาท/หน่วย 
         ทั้งนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนกองทุน JASIF จะอยู่ที่ 7% ในช่วง 12 เดือนแรก ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 10% หลังจากได้รับการส่งมอบสินทรัพย์จนครบ ด้านการต่ออายุสัญญาเช่าเดิมยังไม่ชัดเจน แต่ทางกองทุนอาจใช้วิธีต่อรองราคาการซื้อสินทรัพย์ในมูลค่าต่ำลง หากไม่ได้ต่ออายุสัญญาเช่าเดิม ด้านอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.24 เท่า จากเดิมไม่มีหนี้ แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเทียบกับการที่กองทุนสาธารณูปโภคจะสามารถกู้ได้จนอัตราส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า
         ส่วน บล.บัวหลวง ระบุ JASIF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/60 ที่ 1.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิต่อหน่วยที่ 0.27 บาท เพิ่มขึ้น 15.8% YoY และ 59.2% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาสนี้ ซึ่งได้แก่ กำไรที่ยังไม่ได้รับรู้จริงซึ่งเกิดขึ้นจากการตีมูลค่าเพิ่มขึ้นของสายไฟเบอร์ออฟติก 9.8 แสนคอร์กม. ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดและไม่ผ่านไปยังผู้ถือหน่วยในรูปของเงินปันผล กำไรหลัก (หรือเงินที่เหลือสำหรับจ่ายเงินปันผล) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.35 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY แต่ลดลง 0.6% QoQ 
         กำไรสุทธิสูงกว่าคาด 11% เนื่องจากการบันทึกกำไรพิเศษข้างต้น แต่กำไรหลักถือว่าเป็นไปตามคาด JASIF ประกาศจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยสำหรับไตรมาส 3/60 ที่ 0.23 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเท่ากับ 2% และอัตราการจ่ายเงินปันผล (ของเงินสดที่เหลือสำหรับการจ่ายเงินปันผล) ที่ 93.4%
         ถึงแม้ว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลและเงินปันผลต่อหน่วยจะลดลงจากเดิม (เราคาดว่ากองทุนมีแนวโน้มที่จะเก็บเงินสดบางส่วนไว้สำหรับการซื้อสินทรัพย์ในปี 2561 นอกเหนือจากการใช้แหล่งเงินทุนใหม่จากการเพิ่มทุนและการก่อหนี้สินใหม่) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 7.8% ในปี 2561 ถือว่าน่าดึงดูดและสูงกว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของตลาดฯ ซึ่งอยู่ที่ 3% ในปีหน้าและอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีซึ่งอยู่ที่ 2.3% เราปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2561 และได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 12.75 บาท ซึ่งสะท้อนทั้งการปรับลดอัตราการจ่ายเงินปันผลและเงินปันผลต่อหน่วยไปแล้ว
         ด้าน บลจ.บัวหลวง ระบุว่า กองทุน JASIF เฟส 2 จะได้ข้อยุติในการเจรจาซื้อขายสินทรัพย์ภายในไตรมาส 2/61 และซื้อขายได้ภายในไตรมาส 3/61 ซึ่ง ขณะนี้ที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินงาน และแผนงานยังคงไปตามกำหนดการเดิม 
         โดย JASIF เฟสแรกมีมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 56,000 ล้านบาท ส่วนเฟส 2 จะมีมูลค่าสินทรัพย์ประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้  JASIF มีมูลค่าสูงสุดในอุตสาหกรรมที่ 100,000 ล้านบาท รวมถึงเงินปันผลที่อาจจะเพิ่มขึ้นจากการมีสินทรัพย์เข้ามาเพิ่ม จากปัจจุบันปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 8-9%

         หากพิจารณาราคาพื้นฐานที่ปรับขึ้นไปที่ 13.40 บาท ก็นับว่าการปรับลดลงของ JASIF ครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสของผู้ที่ต้องการเก็บเข้าพอร์ต เพราะการโยนบิ๊กล็อตของ BBL ไม่ได้มีผลกระทบต่อพื้นฐาน แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือการขายสินทรัพย์เฟส 2 ที่ดูเหมือนจะเป็นความหวังของนักลงทุน หากต้องเลื่อนออกไปก็อาจกระทบกับราคากระดานอีกครั้ง

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด